กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

stars
แบบรายงานการดำเนินงานฉบับสมบูรณ์
รายงานฉบับสมบูรณ์


โครงการ
" โครงการ ชุมชนล้อมรักษ์ เยาวชนร่วมใจ TO BE NUMBER ONE รพ.สต.บ้านควนขัน ประจำปี 2569 "
ต.คูหาใต้ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา



หัวหน้าโครงการ
นางสาวลิสา ผลดี




ชื่อโครงการ โครงการ ชุมชนล้อมรักษ์ เยาวชนร่วมใจ TO BE NUMBER ONE รพ.สต.บ้านควนขัน ประจำปี 2569

ที่อยู่ ต.คูหาใต้ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา จังหวัด สงขลา

รหัสโครงการ เลขที่ข้อตกลง 11/2569

ระยะเวลาดำเนินงาน ตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2568 ถึง 31 กรกฎาคม 2569

กิตติกรรมประกาศ

"โครงการ ชุมชนล้อมรักษ์ เยาวชนร่วมใจ TO BE NUMBER ONE รพ.สต.บ้านควนขัน ประจำปี 2569 จังหวัดสงขลา" สำเร็จได้ด้วยดี ด้วยความร่วมมือจาก สมาชิกในชุมชน ต.คูหาใต้ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา

คณะทำงานโครงการฯ ขอขอบคุณ กองทุนสุขภาพตำบล เทศบาลตำบลคูหาใต้ ที่ให้การสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินโครงการฯ รวมทั้ง ภาคีเครือข่ายที่สำคัญระดับพื้นที่ ที่ให้การสนับสนุน ช่วยเหลือ ชี้แนะ สุดท้ายขอขอบคุณผู้เกี่ยวข้องที่มิได้ระบุชื่อไว้ในที่นี้ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินงานให้มีความยั่งยืนในพื้นที่ต่อไป

คณะทำงานโครงการ
โครงการ ชุมชนล้อมรักษ์ เยาวชนร่วมใจ TO BE NUMBER ONE รพ.สต.บ้านควนขัน ประจำปี 2569


บทคัดย่อ

โครงการ " โครงการ ชุมชนล้อมรักษ์ เยาวชนร่วมใจ TO BE NUMBER ONE รพ.สต.บ้านควนขัน ประจำปี 2569 " ดำเนินการในพื้นที่ ต.คูหาใต้ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา รหัสโครงการ ระยะเวลาการดำเนินงาน 1 ธันวาคม 2568 - 31 กรกฎาคม 2569 ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจำนวน 22,000.00 บาท จาก กองทุนสุขภาพตำบล เทศบาลตำบลคูหาใต้ เพื่อใช้ในการดำเนินกิจกรรมโครงการ หลังจากสิ้นสุดระยะเวลาโครงการ ผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานปรากฏดังนี้

โครงการนี้ยังไม่มีการเขียนหรือแก้ไขบทคัดย่อ

หมายเหตุ : รายละเอียดของบทสรุปคัดย่อการดำเนินงาน ให้ผู้รับผิดชอบโครงการเป็นผู้เขียนสรุปภาพรวมของโครงการใน "ผลลัพธ์โครงการ"


สารบัญ

กิตติกรรมประกาศ »
บทคัดย่อ »
   ความเป็นมา/หลักการเหตุผล »
   วัตถุประสงค์โครงการ »
   กิจกรรม/การดำเนินงาน »
   กลุ่มเป้าหมาย »
   ผลลัพธ์ที่ได้ »
   การประเมินผล »
   ปัญหาและอุปสรรค »
   ข้อเสนอแนะ »
   เอกสารประกอบอื่นๆ »

ความเป็นมา/หลักการเหตุผล

ปัจจุบันปัญหายาเสพติดมีผู้ใช้ยาเสพติดเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ประชาชนได้รับผลกระทบและเกิดปัญหาทางสังคมในวงกว้าง จากสถานการณ์ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สำนักงาน ป.ป.ส) ประจำปี 2566 สำรวจทั่วประเทศ โดยใช้วิธีการสำรวจ แบบ Stratified Three-stage Sampling พบว่า ประชาชนที่มีอายุ 20-24 ปี มีปัญหายาเสพติด คิดเป็นร้อยละ 47.9 มากที่สุด รองลงมา คือ เด็กและเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี ร้อยละ 4.9 โดยประเภทของยาเสพติดที่แพร่ระบาดมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ยาบ้า ร้อยละ 83.5 ยาแก้ไอ ร้อยละ 30.5 ที่นำมาผสมกับอย่างอื่นที่ไม่ใช่เพื่อการรักษา เช่น น้ำกระท่อม เบียร์ โค้ก ประเภทไอซ์ ร้อยละ 4.9 สารระเหย ร้อยละ 4.7 เช่น กาว และทามาดอล ร้อยละ 2.0 (ยาแก้ปวดผสมเครื่องดื่ม สีเขียวเหลือง) อีกทั้งยังสร้างความเดือดร้อนจากปัญหายาเสพติด ได้แก่ ปัญหาอาชญากรรม เนื่องจากยาเสพติดทำให้ขาดสติ เกิดการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพย์สิน ทะเลาะวิวาท ประสาทหลอน คลุ้มคลั่ง ปัญหาด้านสาธารณสุข ร่างกายของผู้ที่เสพยาเสพติด ทรุดโทรม อ่อนแอ เสียสุขภาพ มีผลต่อระบบสมองและประสาท ปัญหายาเสพติดในชุมชนของกลุ่มเด็กและเยาวชน มีสาเหตุมาจาก สถานภาพทางครอบครัวที่พ่อแม่หย่าร้าง อิทธิพลของกลุ่มเพื่อนที่ชักจูงจนเกิดความอยากรู้และอยากลอง ปัญหาพฤติกรรมลอกเลียนแบบจากกลุ่มเพื่อน ผู้ปกครอง ความเสี่ยงที่เกิดจากสื่อที่มีการแสดงตัวอย่างจนทำให้เกิดความเข้าใจผิดในหมู่เยาวชน สภาพแวดล้อมในชุมชน ระดับการศึกษาที่ทำให้เยาวชนขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับยาเสพติด จะเห็นได้ว่า ปัญหายาเสพติด มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และกำลังเป็นปัญหาที่คุกคามสังคม เศรษฐกิจของประเทศ จึงเป็นเรื่องสำคัญ ที่ต้องได้รับความร่วมมือในการแก้ไขปัญหา เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันต่อยาเสพติดที่มีประสิทธิภาพในระยะยาวและยังมีอีกโครงการใหญ่ที่นำเด็กและเยาวชน เป็นแกนนำในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด คือ โครงการ TO BE NUMBER ONE คู่มือการดำเนินงาน ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงมีความห่วงใย ต่อประชาชน ชาวไทยเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชนที่เป็นกลุ่มขนาดใหญ่ เพราะมีจำนวนถึง 21 ล้านคนและเป็นกลุ่มที่มีคุณค่าอย่างยิ่งต่อการพัฒนา ประเทศ นอกจากนี้ยังถือเป็นกลุ่มที่เสี่ยงต่อการติดยาเสพติดสูง เนื่องจากเป็นวัยที่ ต้องการเรียนรู้ในสิ่งต่างๆ แต่ยังขาดวุฒิภาวะทางอารมณ์ที่ดี รวมทั้งต้องเผชิญ กับการเปลี่ยนแปลงทั้งร่างกายและจิตใจ จึงทรงพระกรุณาธิคุณรับเป็นองค์ประธาน โครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งปัจจุบันได้ใช้ชื่อเพื่อให้ง่ายต่อ การรณรงค์ว่าโครงการ TO BE NUMBER ONE “เป็นหนึ่งโดยไม่พึ่งยาเสพติด” เพื่อรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดภายในประเทศให้ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ โดยความร่วมมือจากภาครัฐและเอกชน กระตุ้นและปลุกจิตสำนึกของประชาชน ให้มีความรู้ ความเข้าใจและตระหนักว่า การที่จะเอาชนะปัญหายาเสพติดมิใช่ หน้าที่ของบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือองค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่ทุกคนในชาติจะต้องร่วมแรง ร่วมใจกัน เป็นพลังของแผ่นดินที่จะต่อสู้และเอาชนะปัญหายาเสพติดให้ได้โดยเร็ว โดยทรงมีพระประสงค์ มุ่งเน้นการรณรงค์ในกลุ่มเป้าหมายหลัก คือ วัยรุ่นและเยาวชน โดยกลวิธีสร้างกระแสการแสดงพลังอย่างถูกต้องโดยไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตให้แก ่เยาวชนในชุมชน จัดระบบการบำบัดรักษารองรับ ภายใต้โครงการ “ใครติดยา ยกมือขึ้น” ทั้งนี้เพื่อคืนคนดีสู่สังคมและป้องกันการ กลับมาเสพซ้ำ ตลอดจนการสร้างเครือข่ายสมาชิกและชมรม TO BE NUMBER ONE เพื่อร่วมกันรณรงค์และจัดกิจกรรมป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดเปรียบเสมือน การเติมสิ่งที่ดีให้กับชีวิต เพื่อให้เกิดค่านิยมของ การเป็นหนึ่งโดยไม่พึ่งยาเสพติด ดังพระราชดำรัสในวโรกาส การแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ“TO BE NUMBER ONE” เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2545 ณ ห้องประชุมกระทรวงสาธารณสุขความว่า“กิจกรรม ในโครงการ TO BE NUMBER ONE จะเบนความสนใจจากการหาความสุขชั่วครั้งชั่วคราวจากยาเสพติด อยากให้โครงการนี้สำเร็จด้วยดี แต่จะทำคนเดียวไม่ได้ จึงขอความร่วมมือจากทุกคน” ดังนั้น โครงการ TO BE NUMBER ONE จึงเริ่มดำเนินงานมาตั้งแต่ ปี 2545 จนถึงปัจจุบัน โดยมีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ได้รับมอบหมายทำหน้าที่ เลขานุการโครงการเพื่อเป็นแกนกลางในการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อดำเนินโครงการให้บรรลุวัตถุประสงค์จนถึงปัจจุบัน       ทั้งนี้ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพบ้านควนขัน มีเด็กและเยาวชนในเขตรับผิดชอบ ช่วงอายุ 6 – 24 ปีจำนวน 532 คน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อการไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด จึงได้จัดทำโครงการ ชุมชนล้อมรักษ์ เยาวชนร่วมใจ TO BE NUMBER ONE เพี่อสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กและเยาวชน ได้รู้เท่าทัน โทษและภัยจากยาเสพติด มุ่งเน้นเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของครอบครัวและชุมชน พัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของคนในชุมชน สร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนปลอดภัยจากยาเสพติด มีกระบวนการนำผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติดเข้ารับการบำบัดอย่างเหมาะสม มีการดูแลอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงที่อาจจะส่งผลให้เกิดความเดือดร้อน และบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในทุกภาคส่วน ชมรม TO BE NUMBER ONE ชุมชนบ้านกันมัน เพื่อเฝ้าระวัง และแก้ปัญหายาเสพติดในพื้นที่ ได้อย่างเต็มรูปแบบ

วัตถุประสงค์โครงการ

  1. เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ได้มีความรู้ ความเข้าใจ รู้เท่าทัน โทษและภัย จากยาเสพติด
  2. เพื่อเกิดแกนนำเด็กและเยาวชน และภาคีเครือข่าย ในพื้นที่ ทั้ง 5 หมู่บ้าน

กิจกรรม/การดำเนินงาน

กลุ่มเป้าหมาย

กลุ่มเป้าหมายจำนวนที่วางไว้
กลุ่มเป้าหมายจำแนกตามช่วงวัย
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน 100
กลุ่มวัยทำงาน
กลุ่มผู้สูงอายุ
กลุ่มเป้าหมายจำแนกกลุ่มเฉพาะ
กลุ่มหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอด
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
กลุ่มคนพิการและทุพพลภาพ
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง
สำหรับการบริหารหรือพัฒนากองทุนฯ [ข้อ 10(4)]

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

  1. เด็กและเยาวชนในพื้นที่ มีภูมิคุ้มกัน ได้รู้เท่าทัน โทษและภัยจากยาเสพติด
  2. ชุมชนในพื้นที่ มีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดี มีความเข้มแข็งปลอดภัยจากยาเสพติด
  3. ผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติดเข้ารับการบำบัดอย่างเหมาะสม มีการดูแลอย่างใกล้ชิด
  4. มีแกนนำ และภาคีเครือข่าย เพื่อดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง และยั่งยืน
  5. เด็กและเยาวชนในพื้นที่ใช้เวลาว่างทำกิจกรรมที่สร้างสรรค์ และมีประโยชน์ต่อตนเองและสังคม
  6. เกิดการดำเนินงานชมรม TO BE NUMBER ONE ในโรงเรียน/ชุมชน

ส่วนที่ 1 ผลการดำเนินงาน

วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
ผลลัพธ์และตัวชี้วัดผลลัพธ์**
กิจกรรมของโครงการ
ผลผลิต*
ผลผลิตที่ตั้งไว้ผลผลิตที่เกิดขึ้นจริง

* ผลผลิต หมายถึง ผลที่เกิดขึ้นเชิงปริมาณจากการทำกิจกรรม เช่น จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม จำนวนผู้ผ่านการอบรม จำนวนครัวเรือนที่ปลูกผักสวนครัว เป็นต้น
** ผลลัพธ์ หมายถึง การเปลี่ยนแปลงที่นำไปสู่การแก้ปัญหา เช่น หลังอบรมมีผู้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจำนวนกี่คน มีข้อบังคับหรือมาตรการของชุมชนที่นำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือสภาพแวดล้อม เป็นต้น ทั้งนี้ต้องมีข้อมูลอ้างอิงประกอบการรายงาน เช่น ข้อมูลรายชื่อแกนนำ , แบบสรุปการประเมินความรู้ , รูปภาพกิจกรรมพร้อมคำอธิบายใต้ภาพ เป็นต้น


ส่วนที่ 2 ประเมินความพึงพอใจต่อความสำเร็จและปัญหาอุปสรรคในการดำเนินโครงการในภาพรวม

ผลการดำเนินโครงการ

สรุปผลการดำเนินโครงการ

ผลการดำเนินโครงการ/กิจกรรม:
บรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการ
บรรลุตามวัตถุประสงค์บางส่วนของโครงการ
ไม่บรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการ

 

ผลผลิตโครงการ

วัตถุประสงค์สถานการณ์เป้าหมายผลผลิตอธิบาย
1 เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ได้มีความรู้ ความเข้าใจ รู้เท่าทัน โทษและภัย จากยาเสพติด
ตัวชี้วัด : กลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ มีความรู้ ความเข้าใจ รู้เท่าทันโทษและภัย จากยาเสพติด ร้อยละ 100
100.00

 

2 เพื่อเกิดแกนนำเด็กและเยาวชน และภาคีเครือข่าย ในพื้นที่ ทั้ง 5 หมู่บ้าน
ตัวชี้วัด : มีแกนนำเด็กและเยาวชนในพื้นที่ และภาคีเครือข่าย ทั้ง 5 หมู่บ้าน ร้อยละ 100
100.00

 

ผู้เข้าร่วมโครงการ

กลุ่มเป้าหมายจำนวนที่วางไว้(คน)จำนวนที่เข้าร่วม(คน)
จำนวนกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด 100
กลุ่มเป้าหมายจำนวนที่วางไว้(คน)จำนวนที่เข้าร่วม(คน)
กลุ่มเป้าหมายจำแนกตามช่วงวัย
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน -
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน 100
กลุ่มวัยทำงาน -
กลุ่มผู้สูงอายุ -
กลุ่มเป้าหมายจำแนกกลุ่มเฉพาะ
กลุ่มหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอด -
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง -
กลุ่มคนพิการและทุพพลภาพ -
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง -
สำหรับการบริหารหรือพัฒนากองทุนฯ [ข้อ 10(4)] -

บทคัดย่อ*

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ได้มีความรู้      ความเข้าใจ รู้เท่าทัน โทษและภัย จากยาเสพติด (2) เพื่อเกิดแกนนำเด็กและเยาวชน และภาคีเครือข่าย ในพื้นที่ ทั้ง 5 หมู่บ้าน

ผลการดำเนินงานที่สำคัญ ได้แก่

ข้อเสนอแนะ ได้แก่ (1) ...

หมายเหตุ *

  • บทคัดย่อ จะนำไปใส่ในส่วนบทคัดย่อของรายงานฉบับสมบูรณ์
  • หากต้องการใช้ค่าเริ่มต้นของบทคัดย่อ ให้ลบข้อความในช่องบทคัดย่อ ทั้งหมด แล้วกดปุ่ม Refresh

ปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ

ปัญหาและอุปสรรค

 

สาเหตุ

 

ข้อเสนอแนะ

 




โครงการ ชุมชนล้อมรักษ์ เยาวชนร่วมใจ TO BE NUMBER ONE รพ.สต.บ้านควนขัน ประจำปี 2569 จังหวัด สงขลา

รหัสโครงการ

ได้ดำเนินกิจกรรมตามที่เสนอไว้เสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว

................................
( นางสาวลิสา ผลดี )
ผู้รับผิดชอบโครงการ
......./............/.......

vertical_align_topไปบนสุด