โครงการชาววังศิลาลดเวลาหน้าจอ เพิ่มเวลาครอบครัว
โครงการชาววังศิลาลดเวลาหน้าจอ เพิ่มเวลาครอบครัว
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการชาววังศิลาลดเวลาหน้าจอ เพิ่มเวลาครอบครัว | |
| รหัสโครงการ | 69-L4120-02-02 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงเรียนบ้านวังศิลา | |
| วันที่อนุมัติ | 24 กุมภาพันธ์ 2569 | |
| ปี | 2569 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 18 สิงหาคม 2569 - 19 สิงหาคม 2569 | |
| งบประมาณ | 23,770.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายบารอกัต อาแว | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลบ้านแหร อำเภอธารโต จังหวัดยะลา |
ในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทในทุกอณูของชีวิต อุปกรณ์หน้าจออัจฉริยะต่าง ๆ ได้กลายเป็นเครื่องมือที่ดึงดูดความสนใจของสมาชิกในครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มนักเรียนชั้นประถมศึกษา การเข้าถึงสื่อดิจิทัลอย่างไม่จำกัด ทำให้เกิดปรากฏการณ์ "ต่างคนต่างก้มหน้า" แม้จะอยู่ร่วมกันในพื้นที่เดียวกันก็ตาม การใช้หน้าจอที่มากเกินไปและขาดการจัดสรรเวลาที่สมดุล กำลังส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสัมพันธ์ในครอบครัวและพัฒนาการของเด็ก 1.การสื่อสารที่ลดลง เวลาคุณภาพที่ครอบครัวควรใช้ในการพูดคุย แลกเปลี่ยนความรู้สึก และแก้ปัญหาร่วมกันลดลงอย่างมาก นำไปสู่ความเหินห่างและลดความเข้าใจซึ่งกันและกัน 2.พัฒนาการทางสังคมและอารมณ์ เด็กพลาดโอกาสในการเรียนรู้ทักษะทางสังคมและอารมณ์จากการปฏิสัมพันธ์จริง ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นต่อการเติบโตในสังคม 3.ปัญหาด้านสุขภาพ การนั่งติดจอเป็นเวลานานส่งผลเสียต่อสุขภาพกาย เช่น ปัญหาด้านสายตา การนอนหลับ และการขาดการออกกำลังกาย ดังนั้น โครงการ "ชาววังศิลาลดเวลาหน้าจอ เพิ่มเวลาครอบครัว" จึงมุ่งเน้นการสร้างความตระหนักและสนับสนุนให้ผู้ปกครองและนักเรียนร่วมกันกำหนดขอบเขตการใช้สื่อดิจิทัลอย่างสร้างสรรค์ โดยเปลี่ยนเวลาที่เคยใช้หน้าจอไปเป็น "เวลาแห่งการเชื่อมโยง" ในครอบครัว เพื่อเสริมสร้างความอบอุ่น ความเข้าใจ และรากฐานทางอารมณ์ที่มั่นคงให้กับบุตรหลาน
- เพื่อให้มีความรู้และเทคนิคในการสร้างข้อตกลงครอบครัว
- เพื่อส่งเสริมให้ครอบครัวสามารถสร้าง "ข้อตกลงปลอดจอ" และนำกลับไปปฏิบัติที่บ้าน
- เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนและครอบครัวได้ทำกิจกรรมร่วมกันนอกจอ
- กิจกรรมให้ความรู้ เรื่อง ภัยเงียบจากจอ และเทคนิคการตั้งกฎ
- กิจกรรมบอร์ดเกม
- กิจกรรมนอกจอ
- กิจกรรมสะท้อนคิด
- นักเรียนได้รับการฝึกฝนทักษะการประสานงานระหว่างมือกับตา และเพิ่มความสามารถในการจดจ่อ จากการเข้าร่วมกิจกรรมงานฝีมือ เช่น การร้อยลูกปัด การทำดอกไม้ประดิษฐ์ และการทำรังตั๊กแตน
- นักเรียนได้เรียนรู้ทักษะพื้นฐานและภูมิปัญญาท้องถิ่นผ่านกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ เช่น การเดินกะลา ซึ่งช่วยส่งเสริมทักษะการทรงตัวและการทำงานร่วมกับผู้อื่น
- นักเรียนมีกิจกรรมที่ส่งเสริมการเคลื่อนไหวของร่างกายมากขึ้น ลดพฤติกรรมการนั่งนิ่งอยู่กับหน้าจอ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพที่เกิดจากการใช้จอมากเกินไป เช่น อาการปวดเมื่อยและปัญหาด้านสายตา
- ครอบครัวสามารถกำหนด "ข้อตกลงปลอดจอ" ที่เหมาะสมกับบริบทของตนเองได้อย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรม โดยเกิดจากการมีส่วนร่วมของทั้งผู้ปกครองและนักเรียน