โครงการอบรมให้ความรู้เรื่องการป้องกันและการดูแลสุขภาพจากฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน ประจำปี 2569
| ชื่อโครงการ | โครงการอบรมให้ความรู้เรื่องการป้องกันและการดูแลสุขภาพจากฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน ประจำปี 2569 |
| ประเภทโครงการ | โครงการจากเงินเหมาจ่าย 45 บาท |
| รหัสโครงการ | |
| ประเภทการสนับสนุน | ประเภท 1 สนับสนุนการจัดบริการสาธารณสุขของ หน่วยบริการ/สถานบริการ/หน่วยงานสาธารณสุข |
| หน่วยงาน/องค์กร/กลุ่มคน ที่รับผิดชอบโครงการ | หน่วยงานสาธารณสุขอื่นของ อปท. เช่น กองสาธารณสุขของเทศบาล |
| วันที่อนุมัติ | 5 มีนาคม 2569 |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 เมษายน 2569 - 30 กันยายน 2569 |
| กำหนดวันส่งรายงาน | 30 กันยายน 2569 |
| งบประมาณ | 28,620.00 บาท |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | กองทุนสุขภาพตำบล อบต.กาเยาะมาตี |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม อบต.กาเยาะมาตี |
| พี่เลี้ยงโครงการ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ต.กาเยาะมาตี อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส |
| ละติจูด-ลองจิจูด | 6.545,101.625place |
(ตามแนบท้ายประกาศคณะอนุกรรมการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคฯ พ.ศ. 2557)
| กลุ่มเป้าหมาย | จำนวน(คน) | |
|---|---|---|
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกตามช่วงวัย | ||
| กลุ่มวัยทำงาน | 90 | keyboard_arrow_down |
กิจกรรมหลักตามกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มวัยทำงาน : |
||
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกกลุ่มเฉพาะ | ||
| สถานการณ์ปัญหา | ขนาด |
|---|
ความสำคัญของโครงการ สถานการณ์ หลักการและเหตุผล
ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) เป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมและสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทย และมีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้งและฤดูหมอกควันจากการเผาในที่โล่ง การคมนาคมขนส่ง และกิจกรรมอุตสาหกรรม ฝุ่น PM2.5 มีขนาดเล็กมาก สามารถเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจและกระแสเลือด ส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาว จากหลักฐานทางวิชาการพบว่า การสัมผัสฝุ่น PM2.5 เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคระบบทางเดินหายใจ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง ภาวะภูมิแพ้ รวมถึงส่งผลต่อกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคประจำตัว นอกจากนี้ ยังพบความเชื่อมโยงกับผลกระทบต่อพัฒนาการเด็ก ประสิทธิภาพการทำงาน และคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยรวม แม้ภาครัฐจะมีการกำหนดนโยบายและมาตรการควบคุมแหล่งกำเนิดฝุ่น PM2.5 อย่างต่อเนื่อง แต่ยังพบว่าประชาชนจำนวนมากขาดความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการป้องกันตนเองและการดูแลสุขภาพเมื่อเผชิญกับสถานการณ์ฝุ่นละออง โดยเฉพาะการรับรู้ข้อมูลคุณภาพอากาศ การปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน การเลือกใช้อุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม และการดูแลสุขภาพกลุ่มเสี่ยงอย่างถูกต้อง ส่งผลให้ประชาชนยังได้รับผลกระทบทางสุขภาพจากฝุ่น PM2.5 อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันปัญหาฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) เป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมและสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทย และมีแนวโน้มเกิดซ้ำเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้งและฤดูหมอกควัน สาเหตุหลักมาจากการเผาในที่โล่ง การจราจรขนส่ง การก่อสร้าง และกิจกรรมทางอุตสาหกรรม ส่งผลให้หลายพื้นที่มีค่าฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐาน และกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในวงกว้าง จากสถานการณ์ดังกล่าว พบว่าประชาชนจำนวนมากต้องเผชิญกับการสัมผัสฝุ่น PM2.5 อย่างต่อเนื่อง ทั้งในชีวิตประจำวันและในการประกอบอาชีพ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ ผู้ที่มีโรคระบบทางเดินหายใจ โรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงแรงงานกลางแจ้ง ซึ่งมีโอกาสเกิดปัญหาสุขภาพจากฝุ่น PM2.5 ได้สูงกว่าประชาชนทั่วไป อาการที่พบบ่อย ได้แก่ ไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตาและจมูก อาการกำเริบของโรคประจำตัว และในระยะยาวอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังและการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร แม้ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีการสื่อสารข้อมูลสถานการณ์คุณภาพอากาศและคำแนะนำในการป้องกันผลกระทบจากฝุ่น PM2.5 อย่างต่อเนื่อง แต่ยังพบว่าประชาชนส่วนหนึ่ง ขาดความรู้ ความเข้าใจ และทักษะที่ถูกต้องในการป้องกันตนเองและการดูแลสุขภาพ เช่น การแปลความหมายค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) การปรับพฤติกรรมเมื่อค่าฝุ่นสูง การเลือกใช้อุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม และการดูแลสุขภาพของกลุ่มเปราะบาง ส่งผลให้ยังเกิดการเจ็บป่วยและผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างต่อเนื่อง องค์การบริหารส่วนตำบลกาเยาะมาตี จึงจัดทำโครงการ “โครงการอบรมให้ความรู้เรื่องการป้องกันและการดูแลสุขภาพจากฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน ปี 2569” เพื่อยกระดับความรู้และการปฏิบัติตนที่ถูกต้องของประชาชน ลดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วย และเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านสุขภาพของชุมชนในการรับมือกับปัญหาฝุ่น PM2.5 อย่างยั่งยืน
| วัตถุประสงค์/ตัวชี้วัดความสำเร็จ | ขนาดปัญหา | เป้าหมาย 1 ปี | |
|---|---|---|---|
| 1 | 1.เพื่อเพิ่มประชาชนที่มีพฤติกรรมการป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจาก PM2.5 ๒.เพื่อลดครัวเรือนที่มีความจำเป็นต้องเผาขยะ เศษวัสดุ หรือซากวัสดุการเกษตร 1.ประชาชนมีพฤติกรรมการป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจาก PM2.5 มากขึ้น 2.ครัวเรือนที่มีความจำเป็นต้องเผาขยะ เศษวัสดุ หรือซากวัสดุการเกษตร ลดลง |
| รวมทั้งสิ้น | 0 | 0.00 | 0 | 0.00 | 0.00 |
1.ประชาชนมีพฤติกรรมการป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจาก PM2.5 มากขึ้น 2.ครัวเรือนที่มีความจำเป็นต้องเผาขยะ เศษวัสดุ หรือซากวัสดุการเกษตร ลดลง
โครงการเข้าสู่ระบบเมื่อวันที่ 9 มี.ค. 2569 13:30 น.