โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วย/ผู้สูงอายุที่มีภาวะความผิดปกติของกระดูกข้อเข่าร่วมกับมีอาการปวดเข่า
โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วย/ผู้สูงอายุที่มีภาวะความผิดปกติของกระดูกข้อเข่าร่วมกับมีอาการปวดเข่า
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วย/ผู้สูงอายุที่มีภาวะความผิดปกติของกระดูกข้อเข่าร่วมกับมีอาการปวดเข่า | |
| รหัสโครงการ | 69-L5313-1-01 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | รพ.สต.บ้านห้วยไทร | |
| วันที่อนุมัติ | 9 มีนาคม 2569 | |
| ปี | 2569 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 มีนาคม 2569 - 30 กันยายน 2569 | |
| งบประมาณ | 65,813.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายประยุทธ์ อัศวภักดี | |
| พื้นที่ดำเนินการ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านห้วยไทร |
- เรื่องการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วย/ผู้สูงอายุที่มีอาการปวดเข่า ขนาด
หลักการและเหตุผล (ระบุที่มาโครงการ)
ปัจจุบันสังคมไทยมีแนวโน้มเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและมีจำนวนประชากรผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น จากสถิติของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ในปี 2567 พบว่าในอำเภอละงูมีผู้สูงอายุที่
อายุเกิน 60 ปี ประมาณ 9,801 คน ปี 2568 มีผู้สูงอายุที่อายุเกิน 60 ปี จำนวน 10,384 คน และในจำนวน
ของผู้สูงอายุที่เพิ่มมากขึ้นส่งผลให้กลุ่มผู้สูงอายุเหล่านี้มีภาวะของโรคที่สาเหตุมาจากการเสื่อมถอยของร่างกายตามอายุที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งในอำเภอละงูพบว่ามีจำนวนของผู้สูงอายุที่มีภาวะโรคข้อเข่าเสื่อมอยู่มาก จากสถิติของผู้สูงอายุที่ผ่านการประเมินภาวะความผิดปกติของการดูกข้อเข่าและประเมินภาวะเสี่ยงที่อาจเกิดการหกล้มจาก นักกายภาพบำบัดโดยวิธี Time up and go test เนื่องจากอาการปวดและความเสื่อมของกระดูกข้อเข่าตาม
ช่วงวัย ในปี 2568 ในพื้นที่รับผิดชอบของรพ.สต.บ้านห้วยไทร มีจำนวนผู้สูงอายุที่ผ่านการประเมิน
จำนวน 933 ราย มีภาวะปวดเข่า ( ประเมินโดยใช้ pain scale ระดับ 6-10) โดยมีสาเหตุมาจากภาวะการเสื่อมของกระดูกตามวัยและมีความผิดปกติของโครงสร้างกระดูกข้อเข่าจำนวน 289 ราย คิดเป็น 30.97%
โดยพบว่าผู้ป่วยเหล่านี้ที่ผ่านมายังขาดความรู้ความเข้าใจและการปฏิบัติตัวรวมไปถึงข้อห้ามข้อควรระวัง
ที่จะส่งเสริมให้อาการเสื่อมของข้อเข่าเพิ่มมากขึ้น ทางแก้ไขที่ดีที่สุดคือ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตเพื่อลดและชะลออาการเสื่อมของข้อเข่า และยังพบการซื้อยาแก้ปวดที่มีผลต่อโรคประจำตัวมารับประทานเองส่งผลให้มีภาวะแทรกซ้อนจากโรคอื่นๆ ตามมา
ดังนั้นเพื่อให้เกิดความสอดคล้องและตอบสนองการรักษาที่ดีต่อการรักษาทางกายภาพบำบัดและ
ลดโอกาสเสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อนอื่นๆจากการรับประทานยาแก้ปวดแบบผิดวิธี จึงเป็นแรงบันดาลใจในการจัดทำโครงการฯ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้สูงอายุที่มีอาการปวดเข่า ให้เกิดความเข้าใจและส่งเสริมให้เกิดการออกกำลังกายในผู้สูงอายุและให้ผู้ป่วยมีส่วนร่วมในการฟื้นฟูรักษาอาการปวดเข่าร่วมกับ
การทำกายภาพบำบัด
โครงการจัดอบรมพัฒนาคุณภาพชีวิตและการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วย/ผู้สูงอายุที่มีอาการปวดเข่า
ที่งานกายภาพบำบัดจัดขึ้น มีส่วนสำคัญในการจุดประกายให้ผู้สูงอายุในหมู่บ้าน ได้หันมาดูแลเอาใจใส่สุขภาพของตนเองมากขึ้น เน้นการพัฒนาในระดับชุมชนมุ่งเน้นการส่งเสริมการออกกำลังกาย เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวัน รวมไปถึงการทำงานให้มีคุณภาพโดยอาการปวดเข่าลดลงหรือไม่มีอาการปวดเข่าขณะทำกิจวัติต่างๆในชีวิตประจำวันได้และปฏิบัติกิจวัตรประจำวันได้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด
หลักการและเหตุผล (ระบุที่มาโครงการ)
ปัจจุบันสังคมไทยมีแนวโน้มเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและมีจำนวนประชากรผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น จากสถิติของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ในปี 2567 พบว่าในอำเภอละงูมีผู้สูงอายุที่
อายุเกิน 60 ปี ประมาณ 9,801 คน ปี 2568 มีผู้สูงอายุที่อายุเกิน 60 ปี จำนวน 10,384 คน และในจำนวน
ของผู้สูงอายุที่เพิ่มมากขึ้นส่งผลให้กลุ่มผู้สูงอายุเหล่านี้มีภาวะของโรคที่สาเหตุมาจากการเสื่อมถอยของร่างกายตามอายุที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งในอำเภอละงูพบว่ามีจำนวนของผู้สูงอายุที่มีภาวะโรคข้อเข่าเสื่อมอยู่มาก จากสถิติของผู้สูงอายุที่ผ่านการประเมินภาวะความผิดปกติของการดูกข้อเข่าและประเมินภาวะเสี่ยงที่อาจเกิดการหกล้มจาก นักกายภาพบำบัดโดยวิธี Time up and go test เนื่องจากอาการปวดและความเสื่อมของกระดูกข้อเข่าตาม
ช่วงวัย ในปี 2568 ในพื้นที่รับผิดชอบของรพ.สต.บ้านห้วยไทร มีจำนวนผู้สูงอายุที่ผ่านการประเมิน
จำนวน 933 ราย มีภาวะปวดเข่า ( ประเมินโดยใช้ pain scale ระดับ 6-10) โดยมีสาเหตุมาจากภาวะการเสื่อมของกระดูกตามวัยและมีความผิดปกติของโครงสร้างกระดูกข้อเข่าจำนวน 289 ราย คิดเป็น 30.97%
โดยพบว่าผู้ป่วยเหล่านี้ที่ผ่านมายังขาดความรู้ความเข้าใจและการปฏิบัติตัวรวมไปถึงข้อห้ามข้อควรระวัง
ที่จะส่งเสริมให้อาการเสื่อมของข้อเข่าเพิ่มมากขึ้น ทางแก้ไขที่ดีที่สุดคือ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตเพื่อลดและชะลออาการเสื่อมของข้อเข่า และยังพบการซื้อยาแก้ปวดที่มีผลต่อโรคประจำตัวมารับประทานเองส่งผลให้มีภาวะแทรกซ้อนจากโรคอื่นๆ ตามมา
ดังนั้นเพื่อให้เกิดความสอดคล้องและตอบสนองการรักษาที่ดีต่อการรักษาทางกายภาพบำบัดและ
ลดโอกาสเสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อนอื่นๆจากการรับประทานยาแก้ปวดแบบผิดวิธี จึงเป็นแรงบันดาลใจในการจัดทำโครงการฯ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้สูงอายุที่มีอาการปวดเข่า ให้เกิดความเข้าใจและส่งเสริมให้เกิดการออกกำลังกายในผู้สูงอายุและให้ผู้ป่วยมีส่วนร่วมในการฟื้นฟูรักษาอาการปวดเข่าร่วมกับ
การทำกายภาพบำบัด
โครงการจัดอบรมพัฒนาคุณภาพชีวิตและการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วย/ผู้สูงอายุที่มีอาการปวดเข่า
ที่งานกายภาพบำบัดจัดขึ้น มีส่วนสำคัญในการจุดประกายให้ผู้สูงอายุในหมู่บ้าน ได้หันมาดูแลเอาใจใส่สุขภาพของตนเองมากขึ้น เน้นการพัฒนาในระดับชุมชนมุ่งเน้นการส่งเสริมการออกกำลังกาย เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวัน รวมไปถึงการทำงานให้มีคุณภาพโดยอาการปวดเข่าลดลงหรือไม่มีอาการปวดเข่าขณะทำกิจวัติต่างๆในชีวิตประจำวันได้และปฏิบัติกิจวัตรประจำวันได้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด
- ผู้ป่วย/ผู้สูงอายุที่เข้าร่วมอบรมมีความรู้เบื้องต้นเรื่องการออกกำลังกายในภาวะเข่าเสื่อมและมีภาวะปวดเข่าลดลง 1 Pain scale หลังอบรม 1 เดือน
- ผู้ป่วย/ผู้สูงอายุที่เข้าร่วมอบรมมีความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับภาวะเข่าเสื่อม เรื่องการใช้ยาทั่วไป/ยาสมุนไพรและสามารถเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสมเพื่อลดภาวะเข่าเสื่อมได้
- กิจกรรมบริหารจัดการโครงการ
- 2. อบรมเชิงปฏิบัติการเรื่องโรคปวดเข่า
- 3. อบรมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้เรื่องสุขภาพ/โภชนาการที่ถูกต้องและเหมาะสมกับโรคเข่าเสื่อมในผู้ป่วย/ผู้สูงอายุ
- 4. กิจกรรมประเมินผลการรักษา
- จัดทำป้ายชื่อโครงการฯ
- อบรมให้ควารู้
- อบรมเชิงปฏิบัติการฯ
- ประเมินผลการรักษา
- ผู้ป่วย/ผู้สูงอายุที่เข้าร่วมอบรมสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อลดภาวะความพิการหรือทุพพลภาพจากภาวะการเสื่อมของข้อเข่าได้
- เพิ่มศักยภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ผู้ป่วย/ผู้สูงอายุที่มีภาวะปวดเข่าหรือภาวะเข่าเสื่อมสามารถดำรงชีวิตได้ตามศักยภาพ ดำเนินชีวิตประจำวันได้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด โดยที่ภาวะเสื่อมหรืออาการปวดไม่เป็นอุปสรรค
- อาการปวดจากโรคข้อเข่าเสื่อมในกลุ่มผู้ป่วย/ผู้สูงอายุลดลงจากการออกกำลังกาย Atago test 3 ครั้ง/สัปดาห์