โครงการการป้องกันเด็กจมน้ำโรงเรียนบือดองพัฒนา
| ชื่อโครงการ | โครงการการป้องกันเด็กจมน้ำโรงเรียนบือดองพัฒนา |
| ประเภทโครงการ | โครงการจากเงินเหมาจ่าย 45 บาท |
| รหัสโครงการ | 69-L1460-02-005 |
| ประเภทการสนับสนุน | ประเภท 2 สนับสนุนกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรคของกลุ่มหรือองค์กรประชาชน/หน่วยงานอื่น |
| หน่วยงาน/องค์กร/กลุ่มคน ที่รับผิดชอบโครงการ | หน่วยงานอื่นๆ ที่ไม่ใช่หน่วยงานสาธารณสุข เช่น โรงเรียน |
| วันที่อนุมัติ | 25 มีนาคม 2569 |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 2 มิถุนายน 2569 - 14 กรกฎาคม 2569 |
| กำหนดวันส่งรายงาน | 29 กันยายน 2569 |
| งบประมาณ | 47,600.00 บาท |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงเรียนบือดองพัฒนา |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางสาวนูรีดา มูซอ |
| พี่เลี้ยงโครงการ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ต.เนินงาม อ.รามัน จ.ยะลา |
| ละติจูด-ลองจิจูด | place |
(ตามแนบท้ายประกาศคณะอนุกรรมการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคฯ พ.ศ. 2557)
| กลุ่มเป้าหมาย | จำนวน(คน) | |
|---|---|---|
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกตามช่วงวัย | ||
| กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน | 45 | keyboard_arrow_down |
กิจกรรมหลักตามกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน : |
||
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกกลุ่มเฉพาะ | ||
| สถานการณ์ปัญหา | ขนาด |
|---|
ความสำคัญของโครงการ สถานการณ์ หลักการและเหตุผล
อุบัติเหตุจากการจมน้ำเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของเด็กไทยที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี โดยเฉพาะในช่วงปิดภาคเรียนหรือวันหยุดพักผ่อน ข้อมูลจากสถิติสาธารณสุขระบุว่า การจมน้ำพรากชีวิตเด็กไปมากกว่าโรคติดต่อหรืออุบัติเหตุทางถนนในหลายพื้นที่ และข้อมูลรายงานจากรพสต.ตำบลเนินงาม อำเภอรามัน จังหวัดยะลา ตั้งแต่ปี 2563 – 2567 พบว่ามีเด็กเสียชีวิตจากการจมน้ำถึง 3 ราย และ เป็นเด็กนักเรียนชายที่กำลังศึกษาในระดับชั้นประถมศึกษาทั้งสิ้น และ1ใน3คนนั้นเป็นเด็กนักเรียนชายโรงเรียนบือดองพัฒนา โดยสาเหตุการเสียชีวิตส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากการที่เด็กไม่รู้ว่าน้ำอันตราย แต่เกิดจาก การขาดทักษะการเอาชีวิตรอดที่ถูกต้อง การตัดสินใจที่ผิดพลาดเมื่อเห็นเพื่อนตกน้ำ และสภาพแวดล้อมรอบตัวที่มีแหล่งน้ำเสี่ยงโดยไม่มีมาตรการป้องกัน จากการวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงเด็กจมน้ำ ในบริบทด้านที่ 1 สังคมและครอบครัว นักเรียนโรงเรียนบือดองพัฒนาส่วนใหญ่ไม่ได้อาศัยอยู่กับพ่อแม่แต่อาศัยอยู่กับญาติ และตา-ยาย เพราะมีปัญหาหย่าร่าง และพ่อแม่ออกไปทำงานต่างจังหวัดหรือต่างประเทศดังนั้นนักเรียนกลุ่มนี้มีพฤติกรรมเสี่ยงที่จะไปเล่นน้ำเพราะไม่มีผู้ปกครอง ค่อย ตักเตือน ติดตาม ดูแลอย่างใกล้ชิด 2.ด้านเศรษฐกิจนักเรียนค่อนข้างมีฐานะยากจนไม่ค่อยมีโอกาสหรือมีประสบการณ์ได้เรียนรู้การว่ายน้ำ ในสระว่ายน้ำจริงคือนักเรียนไปฝึกว่ายน้ำตามเแหล่งน้ำธรรมชาติหรือแหล่งน้ำในชุมชนที่ไม่มีผู้ดูแลด้วยตนเอง ทำให้นักเรียนขาดความรู้เกี่ยวกับการว่ายน้ำที่ถูกต้อง ขาดทักษะการเอาตัวรอด ความรู้เรื่องการช่วยเหลือเพื่อนจมน้ำ จากผู้สอนที่เชี่ยวชาญโดยตรงเนื่องจากโรงเรียนไม่มีสระว่ายน้ำที่จะให้นักเรียนได้เรียนว่ายน้ำ ถ้านักเรียนจะเรียนก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายไปเรียนว่ายน้ำเอง 3.ด้านสิ่งแวดล้อมพบว่าในบริเวณโดยรอบโรงเรียนและในหมู่บ้านชุมชนใกล้เคียงกับโรงเรียนมีแหล่งน้ำธรรมชาติ (บ่อขุดเพื่อการเกษตร เลี้ยงปลา คูระบายน้ำ ลำธาร คลอง บึง ) หรือแหล่งน้ำในชุมชนที่ไม่มีผู้ดูแล จำนวน 16 แห่ง โดยมีแหล่งน้ำธรรมชาติ (บ่อขุดเพื่อเลี้ยงปลา) ที่อยู่ในโรงเรียน จำนวน 1 แห่ง อยู่ใกล้บริเวณรอบโรงเรียน จำนวน 6 แห่ง 4.ด้านสุขภาพนั้นก็คือโรงเรียนบือดองพัฒนามีนักเรียนออทิสติกจำนวน 1 คน ซึ่งเด็กมักมีความสนใจเป็นพิเศษในเรื่องแสงสะท้อนหรือการเคลื่อนไหวของน้ำ และอาจขาดความตระหนักถึงอันตรายทำให้มีโอกาสเดินลงน้ำโดยไม่ลังเล ในบริบทของสถานศึกษา นักเรียนใช้เวลาส่วนใหญ่ทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อน ซึ่งมักมีความเสี่ยงในการชวนกันไปเล่นน้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ ((บ่อขุดเพื่อการเกษตร คูน้ำ บึง ) หรือแหล่งน้ำในชุมชนที่ไม่มีผู้ดูแล ในเวลาเลิกเรียนหรือในวันหยุดเรียน หากนักเรียนขาดความรู้เรื่อง ตะโกน โยน ยื่น และไม่สามารถลอยตัวเพื่อรอการช่วยเหลือได้ (Survival Swimming) เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ความสูญเสียจึงมักเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง ดังนั้น โรงเรียนจึงเล็งเห็นความสำคัญในการสร้าง เกราะป้องกัน ให้แก่เด็กนักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาเพราะเด็กวัยนี้เริ่มมีกิจกรรมร่วมกับเพื่อนอยากรู้ อยากลอง ไม่เพียงแต่การสอนให้ว่ายน้ำเป็น แต่ต้องสอนให้ เอาตัวรอดได้ และ ช่วยเหลืออย่างถูกวิธีโครงการนี้จึงจัดขึ้นเพื่อถ่ายทอดความรู้เชิงปฏิบัติการ นักเรียนได้เรียนว่ายน้ำสถานที่จริง ณ สระว่ายน้ำเทศบาลนครยะลา และเสริมสร้างจิตสำนึกความปลอดภัย และปรับปรุงมาตรการเฝ้าระวังร่วมกับชุมชน เพื่อให้อัตราการเสียชีวิตจากการจมน้ำของนักเรียนลดลงจนเป็นศูนย์อย่างยั่งยืน
| วัตถุประสงค์/ตัวชี้วัดความสำเร็จ | ขนาดปัญหา | เป้าหมาย 1 ปี | |
|---|---|---|---|
| 1 | 1. ด้านความรู้ (Knowledge) ๑. 1.เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจในการว่ายน้ำอย่างถูกต้อง 1. 2 นักเรียนรู้วิธีป้องกันอุบัติเหตุทางน้ำ 1.1 นักเรียนร้อยละ 100 มีความรู้ความเข้าใจในการว่ายน้ำอย่างถูกต้อง |
||
| 2 | 2. ด้านทักษะ (Skill) 2.1 นักเรียนสามารถลอยตัวในน้ำได้อย่างน้อย 3 นาที นักเรียนร้อยละ 80 สามารถลอยตัวในน้ำได้อย่างน้อย 3 นาที |
||
| 3 | 3. ด้านการช่วยเหลือ (Safety) 3.1 นักเรียนเข้าใจหลักการตะโกน โยน ยื่น ได้ถูกต้องแทนการกระโดดลงไปช่วยเพื่อนด้วยตัวเอง นักเรียนร้อยละ 100 สามารถสาธิตการ ตะโกน โยน ยื่น ได้ถูกต้องแทนการกระโดดลงไปช่วยเพื่อนด้วยตัวเอง |
||
| 4 | 4. ด้านสภาพแวดล้อม (Environment) รู้จักป้ายเตือนหรือใช้อุปกรณ์ช่วยชีวิต (เช่น ขวดน้ำถังแกลลอน) ในจุดเสี่ยงรอบโรงเรียน นักเรียนร้อยละ 100 รู้จักป้ายเตือนหรือใช้อุปกรณ์ช่วยชีวิต (เช่น ขวดน้ำถังแกลลอน) ในจุดเสี่ยงรอบโรงเรียน |
| hourglass_emptyไม่มีกลุ่มกิจกรรม | กลุ่มเป้าหมาย (คน) |
งบกิจกรรม (บาท) |
ทำแล้ว |
ใช้จ่ายแล้ว (บาท) |
คงเหลือ (บาท) |
||
| วันที่ | กิจกรรม | 45 | 47,600.00 | 0 | 0.00 | 47,600.00 | |
| 2 มิ.ย. 69 - 14 ก.ค. 69 | กิจกรรมฝึกปฏิบัติป้องกันการจมน้ำ | 45 | 47,600.00 | - | - | more_vert | |
| รวมทั้งสิ้น | 45 | 47,600.00 | 0 | 0.00 | 47,600.00 | ||
- ด้านตัวเด็กนักเรียน (เป้าหมายหลัก) • ทักษะการเอาชีวิตรอด: เด็กที่เข้าร่วมโครงการมีทักษะการลอยตัวและการว่ายน้ำเพื่อเข้าหาฝั่งได้อย่างถูกต้องตามมาตรฐาน • ทักษะการช่วยเหลือ: เด็กสามารถใช้ทักษะ ตะโกน โยน ยื่น เพื่อช่วยเหลือผู้อื่นได้อย่างปลอดภัย โดยไม่กระโดดลงไปช่วยด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตซ้ำซ้อน • ความตระหนักรู้: เด็กสามารถระบุจุดเสี่ยงภัยในชุมชนและหลีกเลี่ยงการไปเล่นน้ำในบริเวณที่ไม่มีผู้ปกครองดูแล
- ด้านโรงเรียนและสภาพแวดล้อม • พื้นที่ปลอดภัย: แหล่งน้ำเสี่ยงในโรงเรียนและรอบชุมชนได้รับการจัดการ (เช่น มีรั้วกั้น มีป้ายเตือน หรือมีอุปกรณ์ช่วยชีวิตวางไว้ใกล้ๆ) • หลักสูตรยั่งยืน: โรงเรียนมีครูฝึกหรือบุคลากรที่สามารถสอนทักษะการป้องกันการจมน้ำได้อย่างต่อเนื่องทุกปีการศึกษา
- ด้านสถิติและภาพรวม (Impact) • อัตราการเสียชีวิตเป็นศูนย์: เป้าหมายสูงสุดคือไม่มีเด็กในกลุ่มเป้าหมายเสียชีวิตจากการจมน้ำในช่วงเวลาที่ดำเนินโครงการและหลังจากนั้น • เครือข่ายความร่วมมือ: เกิดความร่วมมือระหว่าง บ้าน โรงเรียน และชุมชน (เช่น อปท. หรือ สาธารณสุข) ในการเฝ้าระวังภัยทางน้ำอย่างเป็นระบบ
โครงการเข้าสู่ระบบเมื่อวันที่ 13 มี.ค. 2569 08:01 น.