โครงการการป้องกันเด็กจมน้ำโรงเรียนบือดองพัฒนา
-
นางสาวนูรีดา มูซอ
-
การเสียชีวิตจากการจมน้ำในเด็กวัยเรียน
ข้อมูลรายงานจากรพสต.ตำบลเนินงาม อำเภอรามัน จังหวัดยะลา ตั้งแต่ปี 2563 – 2567 พบว่ามีเด็กเสียชีวิตจากการจมน้ำถึง 3 ราย และ เป็นเด็กนักเรียนชายที่กำลังศึกษาในระดับชั้นประถมศึกษาทั้งสิ้น และ1ใน3คนนั้นเป็นเด็กนักเรียนชายโรงเรียนบือดองพัฒนา
โดยสาเหตุการเสียชีวิตส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากการที่เด็กไม่รู้ว่าน้ำอันตราย แต่เกิดจาก การขาดทักษะการเอาชีวิตรอดที่ถูกต้อง การตัดสินใจที่ผิดพลาดเมื่อเห็นเพื่อนตกน้ำ และสภาพแวดล้อมรอบตัวที่มีแหล่งน้ำเสี่ยงโดยไม่มีมาตรการป้องกัน
- อุบัติเหตุจากการจมน้ำเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของเด็กไทยที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี โดยเฉพาะในช่วงปิดภาคเรียนหรือวันหยุดพักผ่อน ข้อมูลจากสถิติสาธารณสุขระบุว่า การจมน้ำพรากชีวิตเด็กไปมากกว่าโรคติดต่อหรืออุบัติเหตุทางถนนในหลายพื้นที่ และข้อมูลรายงานจากรพสต.ตำบลเนินงาม อำเภอรามัน จังหวัดยะลา ตั้งแต่ปี 2563 – 2567 พบว่ามีเด็กเสียชีวิตจากการจมน้ำถึง 3 ราย และ เป็นเด็กนักเรียนชายที่กำลังศึกษาในระดับชั้นประถมศึกษาทั้งสิ้น และ1ใน3คนนั้นเป็นเด็กนักเรียนชายโรงเรียนบือดองพัฒนา โดยสาเหตุการเสียชีวิตส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากการที่เด็กไม่รู้ว่าน้ำอันตราย แต่เกิดจาก การขาดทักษะการเอาชีวิตรอดที่ถูกต้อง การตัดสินใจที่ผิดพลาดเมื่อเห็นเพื่อนตกน้ำ และสภาพแวดล้อมรอบตัวที่มีแหล่งน้ำเสี่ยงโดยไม่มีมาตรการป้องกัน จากการวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงเด็กจมน้ำ ในบริบทด้านที่ 1 สังคมและครอบครัว นักเรียนโรงเรียนบือดองพัฒนาส่วนใหญ่ไม่ได้อาศัยอยู่กับพ่อแม่แต่อาศัยอยู่กับญาติ และตา-ยาย เพราะมีปัญหาหย่าร่าง และพ่อแม่ออกไปทำงานต่างจังหวัดหรือต่างประเทศดังนั้นนักเรียนกลุ่มนี้มีพฤติกรรมเสี่ยงที่จะไปเล่นน้ำเพราะไม่มีผู้ปกครอง ค่อย ตักเตือน ติดตาม ดูแลอย่างใกล้ชิด 2.ด้านเศรษฐกิจนักเรียนค่อนข้างมีฐานะยากจนไม่ค่อยมีโอกาสหรือมีประสบการณ์ได้เรียนรู้การว่ายน้ำ ในสระว่ายน้ำจริงคือนักเรียนไปฝึกว่ายน้ำตามเแหล่งน้ำธรรมชาติหรือแหล่งน้ำในชุมชนที่ไม่มีผู้ดูแลด้วยตนเอง ทำให้นักเรียนขาดความรู้เกี่ยวกับการว่ายน้ำที่ถูกต้อง ขาดทักษะการเอาตัวรอด ความรู้เรื่องการช่วยเหลือเพื่อนจมน้ำ จากผู้สอนที่เชี่ยวชาญโดยตรงเนื่องจากโรงเรียนไม่มีสระว่ายน้ำที่จะให้นักเรียนได้เรียนว่ายน้ำ ถ้านักเรียนจะเรียนก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายไปเรียนว่ายน้ำเอง 3.ด้านสิ่งแวดล้อมพบว่าในบริเวณโดยรอบโรงเรียนและในหมู่บ้านชุมชนใกล้เคียงกับโรงเรียนมีแหล่งน้ำธรรมชาติ (บ่อขุดเพื่อการเกษตร เลี้ยงปลา คูระบายน้ำ ลำธาร คลอง บึง ) หรือแหล่งน้ำในชุมชนที่ไม่มีผู้ดูแล จำนวน 16 แห่ง โดยมีแหล่งน้ำธรรมชาติ (บ่อขุดเพื่อเลี้ยงปลา) ที่อยู่ในโรงเรียน จำนวน 1 แห่ง อยู่ใกล้บริเวณรอบโรงเรียน จำนวน 6 แห่ง 4.ด้านสุขภาพนั้นก็คือโรงเรียนบือดองพัฒนามีนักเรียนออทิสติกจำนวน 1 คน ซึ่งเด็กมักมีความสนใจเป็นพิเศษในเรื่องแสงสะท้อนหรือการเคลื่อนไหวของน้ำ และอาจขาดความตระหนักถึงอันตรายทำให้มีโอกาสเดินลงน้ำโดยไม่ลังเล
ในบริบทของสถานศึกษา นักเรียนใช้เวลาส่วนใหญ่ทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อน ซึ่งมักมีความเสี่ยงในการชวนกันไปเล่นน้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ ((บ่อขุดเพื่อการเกษตร คูน้ำ บึง ) หรือแหล่งน้ำในชุมชนที่ไม่มีผู้ดูแล ในเวลาเลิกเรียนหรือในวันหยุดเรียน หากนักเรียนขาดความรู้เรื่อง ตะโกน โยน ยื่น และไม่สามารถลอยตัวเพื่อรอการช่วยเหลือได้ (Survival Swimming) เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ความสูญเสียจึงมักเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง
ดังนั้น โรงเรียนจึงเล็งเห็นความสำคัญในการสร้าง เกราะป้องกัน ให้แก่เด็กนักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาเพราะเด็กวัยนี้เริ่มมีกิจกรรมร่วมกับเพื่อนอยากรู้ อยากลอง ไม่เพียงแต่การสอนให้ว่ายน้ำเป็น แต่ต้องสอนให้ เอาตัวรอดได้ และ ช่วยเหลืออย่างถูกวิธีโครงการนี้จึงจัดขึ้นเพื่อถ่ายทอดความรู้เชิงปฏิบัติการ นักเรียนได้เรียนว่ายน้ำสถานที่จริง ณ สระว่ายน้ำเทศบาลนครยะลา และเสริมสร้างจิตสำนึกความปลอดภัย และปรับปรุงมาตรการเฝ้าระวังร่วมกับชุมชน เพื่อให้อัตราการเสียชีวิตจากการจมน้ำของนักเรียนลดลงจนเป็นศูนย์อย่างยั่งยืน
-
1. ด้านความรู้ (Knowledge) ๑. 1.เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจในการว่ายน้ำอย่างถูกต้อง 1. 2 นักเรียนรู้วิธีป้องกันอุบัติเหตุทางน้ำ
1.1 นักเรียนร้อยละ 100 มีความรู้ความเข้าใจในการว่ายน้ำอย่างถูกต้อง
1.2 นักเรียนร้อยละ 90 ผ่านเกณฑ์การทดสอบเรื่องการป้องกัน อุบัติเหตุทางน้ำ -
2. ด้านทักษะ (Skill) 2.1 นักเรียนสามารถลอยตัวในน้ำได้อย่างน้อย 3 นาที
นักเรียนร้อยละ 80 สามารถลอยตัวในน้ำได้อย่างน้อย 3 นาที
-
3. ด้านการช่วยเหลือ (Safety) 3.1 นักเรียนเข้าใจหลักการตะโกน โยน ยื่น ได้ถูกต้องแทนการกระโดดลงไปช่วยเพื่อนด้วยตัวเอง
นักเรียนร้อยละ 100 สามารถสาธิตการ ตะโกน โยน ยื่น ได้ถูกต้องแทนการกระโดดลงไปช่วยเพื่อนด้วยตัวเอง
-
4. ด้านสภาพแวดล้อม (Environment) รู้จักป้ายเตือนหรือใช้อุปกรณ์ช่วยชีวิต (เช่น ขวดน้ำถังแกลลอน) ในจุดเสี่ยงรอบโรงเรียน
นักเรียนร้อยละ 100 รู้จักป้ายเตือนหรือใช้อุปกรณ์ช่วยชีวิต (เช่น ขวดน้ำถังแกลลอน) ในจุดเสี่ยงรอบโรงเรียน
-
กลุ่มเด็กวัยเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-345
นักเรียนเข้าร่วมโครงการ ว่ายน้ำไม่เป็น จำนวน 45 คน
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1. ติดต่อประสานงานด้านสถานที่ฝึกปฏิบัติ (สระน้ำ เทศบาลนครยะลา) และวิทยากร 2. ร่วมประชุมจัดทำหลักสูตรและกำหนดการในการฝึกอบรม (ตามเอกสารแนบ) 3. แต่งตั้งคณะกรรมการการดำเนินงาน 4. เสนอโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพองค์การบริหารส่วนตำบลเนินงาม 5. ดำเนินการตามกิจกรรม (เอกสารแนบ) 6. ประเมินผลโครงการ 7.รายงานผลการจัดโครงการ
ดำเนินกิจกรรมดังรายละเอียดดังนี้
วิทยากรยากรให้ความรู้ดังนี้
เกี่ยวกับการว่ายน้ำอย่างถูกต้อง
วีธีป้องกันอุบัติเหตุทางน้ำและลอยตัวในน้ำได้อย่างน้อย 3 นาที
หลักการตะโกน โยน ยื่น ได้ถูกต้องแทนการกระโดดลงไปช่วยเพื่อน ด้วยตัวเอง
ป้ายเตือนหรือใช้อุปกรณ์ช่วยชีวิต (เช่น ขวดน้ำถังแกลลอน)
ในจุด เสี่ยงรอบโรงเรียน
-ฝึกการว่ายน้ำเบื้องต้น ณ สระว่ายน้ำเทศบาลนครยะลา
-วิทยากรสอนการว่ายน้ำเบื้องต้นอย่างถูกต้อง
-นักเรียนฝึกและทดสอบการลอยตัวในน้ำได้อย่างน้อย 3 นาที
-นักเรียนฝึกและทดสอบตะโกน โยน ยื่น ได้ถูกต้องแทนการกระโดดลงไปช่วยเพื่อน ด้วยตัวเอง
รายละเอียดงบประมาณที่ใช้ในโครงการ
ค่าป้ายโครงการ 1 ซม.x2 ซม. x ตร.ม. ละ 300 บาท เป็นเงิน 600 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 35 บาท x 45 คนx 8 วัน เป็นเงิน 12600
ค่าจ้างเหมาเช่ารถรับ-ส่ง วันละ 2450 บาท x 8 วัน เป็นเงิน 19600 บาท
ค่าตอบแทนวิทยากร 2 กลุ่มๆละ 2 คน X 1 ชั่วโมงละๆ 350 บาท X 8 วัน เป็นเงิน 11,200 บาท
บอร์ดฝึกว่ายน้ำ ชิ้นละ 180 บาท x 20 ชิ้น 3600 บาท
2 มิถุนายน 2569 ถึง 14 กรกฎาคม 2569ผลผลิต (Output) • จำนวนเด็กที่ผ่านการฝึกอบรม: เด็กนักเรียนในกลุ่มเป้าหมาย ระดับชั้นประถมศึกษาปี 1-3 ที่ว่ายน้ำไม่เป็นเข้าร่วมหลักสูตร ว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด ครบตามจำนวนที่ตั้งเป้าไว้ • ทักษะที่ได้รับ: เด็กสามารถลอยตัวเปล่าในน้ำได้นาน (อย่างน้อย 3 นาที) และว่ายน้ำท่าพื้นฐานเพื่อเข้าหาฝั่งได้ (อย่างน้อย 15 เมตร) • ความรู้: เด็กสอบผ่านเกณฑ์ความรู้เรื่อง ตะโกน โยน ยื่น และการจำแนกพื้นที่เสี่ยงแหล่งน้ำในชุมชน • สื่อ/อุปกรณ์: มีการติดตั้งป้ายเตือน หรือจัดตั้งจุดวางอุปกรณ์ช่วยชีวิต (เช่น ถังแกลลอนเปล่า นกหวีด) รอบแหล่งน้ำเสี่ยงในหมู่บ้าน/โรงเรียน • มาตรการ: เกิด ทีมเฝ้าระวัง หรืออาสาสมัครในชุมชนที่คอยสอดส่องดูแลพื้นที่เสี่ยง ผลลัพท์(Outcom) • อัตราการเสียชีวิตลดลง: สถิติการจมน้ำเสียชีวิตของเด็กในพื้นที่โครงการลดลงอย่างเห็นได้ชัด • พฤติกรรมความปลอดภัย: เด็กมีความระมัดระวังมากขึ้น ไม่ไปเล่นน้ำตามลำพัง และมีทักษะการตัดสินใจเมื่อเจอเหตุการณ์คับขัน • ทัศนคติของชุมชน: ผู้ปกครองและคนในชุมชนมีความตระหนัก (Awareness) และเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการพื้นที่เสี่ยง ไม่ปล่อยให้เป็นภาระของโรงเรียนเพียงอย่างเดียว • ความยั่งยืน: โรงเรียนมีการบรรจุหลักสูตรการป้องกันการจมน้ำเข้าเป็นส่วนหนึ่งของวิชาพลศึกษาหรือจัดทำแผนเผชิญการป้องกันเด็กจมน้ำ
47600 บาท
หมายเหตุ งบประมาณต่างๆ สามารถถัวจ่ายกันได้ตามการจ่ายจริง กิจกรรม สถานที่และเวลาสามารถ
เปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม ***
- ด้านตัวเด็กนักเรียน (เป้าหมายหลัก) • ทักษะการเอาชีวิตรอด: เด็กที่เข้าร่วมโครงการมีทักษะการลอยตัวและการว่ายน้ำเพื่อเข้าหาฝั่งได้อย่างถูกต้องตามมาตรฐาน • ทักษะการช่วยเหลือ: เด็กสามารถใช้ทักษะ ตะโกน โยน ยื่น เพื่อช่วยเหลือผู้อื่นได้อย่างปลอดภัย โดยไม่กระโดดลงไปช่วยด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตซ้ำซ้อน • ความตระหนักรู้: เด็กสามารถระบุจุดเสี่ยงภัยในชุมชนและหลีกเลี่ยงการไปเล่นน้ำในบริเวณที่ไม่มีผู้ปกครองดูแล
- ด้านโรงเรียนและสภาพแวดล้อม • พื้นที่ปลอดภัย: แหล่งน้ำเสี่ยงในโรงเรียนและรอบชุมชนได้รับการจัดการ (เช่น มีรั้วกั้น มีป้ายเตือน หรือมีอุปกรณ์ช่วยชีวิตวางไว้ใกล้ๆ) • หลักสูตรยั่งยืน: โรงเรียนมีครูฝึกหรือบุคลากรที่สามารถสอนทักษะการป้องกันการจมน้ำได้อย่างต่อเนื่องทุกปีการศึกษา
- ด้านสถิติและภาพรวม (Impact) • อัตราการเสียชีวิตเป็นศูนย์: เป้าหมายสูงสุดคือไม่มีเด็กในกลุ่มเป้าหมายเสียชีวิตจากการจมน้ำในช่วงเวลาที่ดำเนินโครงการและหลังจากนั้น • เครือข่ายความร่วมมือ: เกิดความร่วมมือระหว่าง บ้าน โรงเรียน และชุมชน (เช่น อปท. หรือ สาธารณสุข) ในการเฝ้าระวังภัยทางน้ำอย่างเป็นระบบ
| ชื่อเอกสาร | ผู้ส่ง | ||
|---|---|---|---|
| 1 | ไฟล์ข้อเสนอโครงการ ครั้งที่ 1 (.docx) @13 มี.ค. 2569 | โรงเรียนบือดองพัฒนา |
