กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

stars
1. รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ โครงการนักวิทยาศาสตร์น้อย รู้จักสมุนไพร เลือกกินเพื่อสุขภาพ
ประเภทโครงการ โครงการจากเงินเหมาจ่าย 45 บาท
รหัสโครงการ 69-L4119-2-2
ประเภทการสนับสนุน ประเภท 2 สนับสนุนกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรคของกลุ่มหรือองค์กรประชาชน/หน่วยงานอื่น
หน่วยงาน/องค์กร/กลุ่มคน ที่รับผิดชอบโครงการ หน่วยงานอื่นๆ ที่ไม่ใช่หน่วยงานสาธารณสุข เช่น โรงเรียน
วันที่อนุมัติ 11 มีนาคม 2569
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 ตุลาคม 2568 - 31 สิงหาคม 2569
กำหนดวันส่งรายงาน 30 กันยายน 2569
งบประมาณ 19,000.00 บาท
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ โรงเรียนบ้านศรีท่าน้ำ
ผู้รับผิดชอบโครงการ น.ส.อัรฟานี เด็ง
พี่เลี้ยงโครงการ
พื้นที่ดำเนินการ ต.ธารโต อ.ธารโต จ.ยะลา
ละติจูด-ลองจิจูด 6.167,101.187place
stars
2. ความสอดคล้องกับแผนงาน
แผนงานอาหารและโภชนาการ
stars
3. กลุ่มเป้าหมาย

(ตามแนบท้ายประกาศคณะอนุกรรมการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคฯ พ.ศ. 2557)

กลุ่มเป้าหมายจำนวน(คน)
กลุ่มเป้าหมายจำแนกตามช่วงวัย
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน 43 keyboard_arrow_down

กิจกรรมหลักตามกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน :

กลุ่มเป้าหมายจำแนกกลุ่มเฉพาะ
stars
4. หลักการและเหตุผล/สถานการณ์
สถานการณ์ปัญหาขนาด

ความสำคัญของโครงการ สถานการณ์ หลักการและเหตุผล

ปัจจุบันสถานการณ์ด้านโภชนาการของเด็กและเยาวชนในประเทศไทยยังคงเป็นประเด็นที่น่ากังวล โดยเฉพาะพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการต่ำ เช่น อาหารสำเร็จรูป ขนมขบเคี้ยว
และเครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลสูง ส่งผลให้เกิดทั้งปัญหาภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วน รวมถึงภาวะโภชนาการต่ำในเด็กบางกลุ่ม ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวเปิดงาน ลดโซเดียม ลดเสี่ยง NCDs ว่า สถานการณ์การบริโภคอาหาร ความมั่นคงทางอาหาร และความรอบรู้ด้านอาหารของประชากรไทย ปี 2567 โดยสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ภายใต้การสนับสนุนของ สสส. พบเด็กวัยเรียนอายุ 6-14 ปี กินขนมกรุบกรอบรสเค็มมากที่สุด 84.1%
กินเฉลี่ย 1.35 ซองต่อวัน รองลงมาเป็นกลุ่มเด็กเล็ก อายุ 1-5 ปี 76.5% กินเฉลี่ย 1.23 ซองต่อวัน ที่สำคัญ ยังพบคนไทยเติมเครื่องปรุงรสเค็มเพิ่มในอาหารประมาณ 30% เฉลี่ย 0.86 ช้อนชาต่อวัน โดยเฉพาะกลุ่มเด็กเล็กมีการเติมเครื่องปรุงรสเค็มปริมาณมากที่สุด เฉลี่ย 0.89 ช้อนชาต่อวัน พบว่าเด็กวัยเรียนและวัยรุ่นของประเทศไทยมีแนวโน้มภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีความสัมพันธ์โดยตรงกับพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ไม่เหมาะสม ปัญหาดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการส่งเสริมความรู้ด้านโภชนาการและการเลือกบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กวัยเรียนซึ่งเป็นช่วงวัยสำคัญของการปลูกฝังพฤติกรรมสุขภาพที่ดี พื้นที่ตำบลธารโต อำเภอธารโต จังหวัดยะลา เป็นชุมชนที่มีทรัพยากรธรรมชาติและสมุนไพรพื้นบ้านหลากหลายชนิด เช่น ตะไคร้ ขมิ้น กระชาย ใบเตย กระเจี๊ยบ และสมุนไพรท้องถิ่นอื่น ๆ ซึ่งสามารถนำมาใช้ ในการประกอบอาหารและดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสม อย่างไรก็ตาม จากการเปลี่ยนแปลงของสภาพสังคมและวิถีชีวิตในปัจจุบัน พบว่าเด็กและเยาวชนในพื้นที่มีพฤติกรรมการบริโภคอาหารสำเร็จรูป อาหารแปรรูป และเครื่องดื่มรสหวานเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อภาวะน้ำหนักเกิน โรคอ้วน รวมถึงภาวะโภชนาการไม่สมดุลในเด็กบางราย การขาดความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับคุณค่าทางโภชนาการและประโยชน์ของสมุนไพรพื้นบ้าน จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทรัพยากรในท้องถิ่นยังไม่ได้รับการนำมาใช้เพื่อส่งเสริมสุขภาพของเด็กอย่างเต็มศักยภาพ โรงเรียนบ้านศรีท่าน้ำในฐานะสถานศึกษาที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเด็กและเยาวชนในพื้นที่
พบว่านักเรียนส่วนหนึ่งยังมีพฤติกรรมการเลือกบริโภคอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ขณะเดียวกันโรงเรียนและชุมชนโดยรอบยังมีแหล่งสมุนไพรพื้นบ้านที่สามารถนำมาใช้เป็นสื่อการเรียนรู้ ได้อย่างเหมาะสม โรงเรียนบ้านศรีท่าน้ำจึงเล็งเห็นความสำคัญของการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ ด้านสมุนไพรและการเลือกบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพ โดยดำเนินโครงการ “นักวิทยาศาสตร์น้อย รู้จักสมุนไพร เลือกกินเพื่อสุขภาพ” เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง จากการบรรยายและสาธิตโดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ ควบคู่กับกิจกรรมการทดลอง การสังเกต และการลงมือปฏิบัติ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมกระบวนการคิดแบบนักวิทยาศาสตร์น้อย พัฒนาให้เด็กมีความคิดเชิงเหตุผล กล้าคิด กล้าทำและสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในการดูแลสุขภาพของตนเองและครอบครัวได้อย่างยั่งยืน อันจะนำไปสู่การสร้างเยาวชนรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพ
มีความรู้คู่คุณธรรม และใส่ใจสุขภาพอย่างแท้จริง

stars
5. วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
วัตถุประสงค์/ตัวชี้วัดความสำเร็จขนาดปัญหาเป้าหมาย 1 ปี
1 ๑. เพื่อให้นักเรียนรู้จักสมุนไพรพื้นบ้านและสรรพคุณเพื่อสุขภาพ

 

2 ๒. เพื่อให้นักเรียนสามารถเลือกสมุนไพรปรุงอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพได้อย่างปลอดภัย

 

stars
6. การดำเนินงาน/กิจกรรม

๑. วางแผนและเตรียมความพร้อมในการดำเนินโครงการ ประสานงานผู้เกี่ยวข้อง และจัดเตรียมสถานที่ วัสดุอุปกรณ์ และสมุนไพรที่ใช้ในกิจกรรม
๒. จัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรเพื่อสุขภาพ โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้นักเรียน มีความรู้และเข้าใจการใช้สมุนไพรอย่างถูกต้อง ๓. จัดกิจกรรมการฝึกปฏิบัติการใช้สมุนไพรในการดูแลสุขภาพและการประกอบอาหาร/เครื่องดื่ม อย่างง่าย ๔. ติดตาม ประเมินผล และสรุปรายงานผลการดำเนินโครงการ

stars
7. ผลที่คาดว่าจะได้รับ

๑. นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสมุนไพรพื้นบ้าน และสามารถเลือกใช้สมุนไพรเพื่อสุขภาพได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ๒. นักเรียนมีพฤติกรรมการเลือกบริโภคอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพเพิ่มขึ้น ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ๓. โรงเรียนสามารถพัฒนารูปแบบกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพโดยใช้สมุนไพรเป็นฐานการเรียนรู้
และสามารถนำไปใช้เป็นต้นแบบในการจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพภายในโรงเรียนได้

stars
8. เอกสารประกอบโครงการ

โครงการเข้าสู่ระบบเมื่อวันที่ 13 มี.ค. 2569 14:38 น.