โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ การเอาตัวรอดจากการจมน้ำและป้องกันการจมน้ำ
| ชื่อโครงการ | โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ การเอาตัวรอดจากการจมน้ำและป้องกันการจมน้ำ |
| ประเภทโครงการ | โครงการจากเงินเหมาจ่าย 45 บาท |
| รหัสโครงการ | 69-L5298-02-12 |
| ประเภทการสนับสนุน | ประเภท 2 สนับสนุนกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรคของกลุ่มหรือองค์กรประชาชน/หน่วยงานอื่น |
| หน่วยงาน/องค์กร/กลุ่มคน ที่รับผิดชอบโครงการ | หน่วยงานอื่นๆ ที่ไม่ใช่หน่วยงานสาธารณสุข เช่น โรงเรียน |
| วันที่อนุมัติ | 17 มีนาคม 2569 |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 กรกฎาคม 2569 - 31 กรกฎาคม 2569 |
| กำหนดวันส่งรายงาน | |
| งบประมาณ | 13,162.00 บาท |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงเรียนบ้านเกตรี อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายซูอีด อัสนีย์ |
| พี่เลี้ยงโครงการ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | โรงเรียนบ้านเกตรี อ. เมืองสตูล จ. สตูล สระว่ายน้ำเทศบาลตำบลฉลุง อ. เมืองสตูล จ. สตูล |
| ละติจูด-ลองจิจูด | place |
(ตามแนบท้ายประกาศคณะอนุกรรมการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคฯ พ.ศ. 2557)
| กลุ่มเป้าหมาย | จำนวน(คน) | |
|---|---|---|
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกตามช่วงวัย | ||
| กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน | 40 | keyboard_arrow_down |
กิจกรรมหลักตามกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน : ระบุ |
||
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกกลุ่มเฉพาะ | ||
| สถานการณ์ปัญหา | ขนาด |
|---|
ความสำคัญของโครงการ สถานการณ์ หลักการและเหตุผล
อุบัติเหตุจากการจมน้ำนับเป็นโศกนาฏกรรมที่สร้างความสูญเสียต่อทรัพยากรบุคคลของชาติอย่างมหาศาล โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี ซึ่งสถิติระบุว่าเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของเด็กไทย สูงกว่าการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนและโรคติดเชื้อ ปัญหานี้ไม่ได้มีสาเหตุเพียงแค่การที่เด็ก "ว่ายน้ำไม่เป็น" เท่านั้น แต่หัวใจสำคัญคือการขาด "ทักษะการเอาตัวรอด" ในสถานการณ์วิกฤต และการขาดความรู้ความเข้าใจในการประเมินความเสี่ยงของแหล่งน้ำรอบตัว ส่งผลให้เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัย เด็กจึงไม่สามารถประคองสติและช่วยเหลือตนเองหรือผู้อื่นได้อย่างถูกวิธี นำไปสู่การสูญเสียที่สามารถป้องกันได้หากมีการเตรียมพร้อมที่ดี เมื่อพิจารณาในเชิงสถิติและข้อกำหนดทางกฎหมาย ข้อมูลจากกรมควบคุมโรคเผยให้เห็นว่าในแต่ละปีมีเด็กไทยจมน้ำเสียชีวิตเฉลี่ยถึงปีละ 600 - 700 คน สำหรับพื้นที่จังหวัดสตูลซึ่งมีลักษณะทางภูมิศาสตร์ติดชายฝั่งทะเลและมีลำคลองหนาแน่น ประกอบกับพื้นที่บ้านเกตรีที่มีแหล่งน้ำธรรมชาติและพื้นที่กักเก็บน้ำทางการเกษตรจำนวนมาก ทำให้เด็กในชุมชนมีความเสี่ยงสูงกว่าพื้นที่อื่นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงฤดูมรสุมที่มีน้ำหลากและช่วงปิดภาคเรียน ซึ่งการปล่อยปละละเลยในเรื่องความปลอดภัยนี้อาจถือว่าขัดต่อจิตวิญญาณของพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 22 ที่ระบุให้การปฏิบัติต่อเด็กต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดและความปลอดภัยเป็นสำคัญ รวมถึงขัดต่อแนวทางความปลอดภัยในสถานศึกษาที่มุ่งเน้นการสร้างภูมิคุ้มกันทักษะชีวิต (Life Skills) ให้แก่เยาวชน ดังนั้น เพื่อเป็นการตัดวงจรความสูญเสียและสร้างทักษะที่ยั่งยืนให้แก่เยาวชนในพื้นที่บ้านเกตรี โรงเรียนบ้านเกตรี จึงเห็นควรให้มีการจัดทำโครงการการเอาตัวรอดจากการจมน้ำและป้องกันการจมน้ำขึ้น โดยเปลี่ยนกระบวนทัศน์จากการสอนว่ายน้ำเพื่อการกีฬา มาเป็นการสอนทักษะการลอยตัวเปล่าเพื่อรอการช่วยเหลือ (Survival Float) การเรียนรู้วิธีการช่วยชีวิตที่ถูกต้องตามหลักการ "ตะโกน โยน ยื่น" เพื่อลดความเสี่ยงของผู้เข้าช่วยเหลือ รวมถึงการฝึกทักษะการฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน (CPR) โครงการนี้จึงเปรียบเสมือนการสร้างเกราะป้องกันภัยที่ช่วยให้เด็กและเยาวชนสามารถเผชิญหน้ากับอันตรายทางน้ำได้อย่างมีสติอันจะส่งผลให้สถิติการเสียชีวิตจากการจมน้ำในพื้นที่ลดลงจนเป็นศูนย์ในที่สุด
| วัตถุประสงค์/ตัวชี้วัดความสำเร็จ | ขนาดปัญหา | เป้าหมาย 1 ปี | |
|---|---|---|---|
| 1 | 1. เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจ ในการเอาตัวรอดจากการจมน้ำได้
|
||
| 2 | 2. เพื่อให้นักเรียนได้รับรู้ ตระหนักถึงอันตราย และวิธีป้องกันมิให้เกิดการสูญเสียจากการจมน้ำ
|
||
| 3 | 3. เพื่อให้นักเรียนได้รู้ถึงวิธีปฏิบัติ เพื่อเอาชีวิตรอดเมื่ออยู่ในสถานการณ์อันตรายจากน้ำ
|
||
| 4 | 4. เพื่อให้ได้รู้ วิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นในการช่วยเหลือคนจมน้ำและวิธีการแจ้งเหตุหน่วยกู้ชีพ
|
- นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจ ในการเอาตัวรอดจากการจมน้ำได้
- นักเรียนได้รับรู้ ตระหนักถึงอันตราย และวิธีการป้องกันมิให้เกิดการสูญเสียจากการจมน้ำ
- ได้รู้ถึงวิธีปฏิบัติเพื่อเอาชีวิตรอดเมื่ออยู่ในสถานการณ์อันตรายในน้ำ
- ได้รู้ถึงวิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นในการช่วยชีวิตคนจมน้ำ
โครงการเข้าสู่ระบบเมื่อวันที่ 25 มี.ค. 2569 09:19 น.