โครงการเหาหาย สบายหัว
| ชื่อโครงการ | โครงการเหาหาย สบายหัว |
| ประเภทโครงการ | โครงการจากเงินเหมาจ่าย 45 บาท |
| รหัสโครงการ | L5247 |
| ประเภทการสนับสนุน | ประเภท 2 สนับสนุนกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรคของกลุ่มหรือองค์กรประชาชน/หน่วยงานอื่น |
| หน่วยงาน/องค์กร/กลุ่มคน ที่รับผิดชอบโครงการ | หน่วยงานอื่นๆ ที่ไม่ใช่หน่วยงานสาธารณสุข เช่น โรงเรียน |
| วันที่อนุมัติ | 10 เมษายน 2569 |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 มิถุนายน 2569 - 30 กันยายน 2569 |
| กำหนดวันส่งรายงาน | |
| งบประมาณ | 15,250.00 บาท |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงเรียนวัดยางทอง |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางสาวนงลักษณ์ ชูแก้ว |
| พี่เลี้ยงโครงการ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ต.ทุ่งหมอ อ.สะเดา จ.สงขลา |
| ละติจูด-ลองจิจูด | 6.745,100.378place |
(ตามแนบท้ายประกาศคณะอนุกรรมการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคฯ พ.ศ. 2557)
| กลุ่มเป้าหมาย | จำนวน(คน) | |
|---|---|---|
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกตามช่วงวัย | ||
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกกลุ่มเฉพาะ |
| สถานการณ์ปัญหา | ขนาด |
|---|
ความสำคัญของโครงการ สถานการณ์ หลักการและเหตุผล
โรคเหาเป็นโรคที่พบกันบ่อยมากในกลุ่มนักเรียนตั้งแต่ชั้นปฐมวัยจนถึงประถมศึกษา โดยพบว่ามีนักเรียนติดเหาประมาณ 80-90% ซึ่งโรคเหานับเป็นโรคที่น่ารังเกียจ สำหรับคนทั่วไป นอกจากก่อให้เกิดความรำคาญกับผู้ที่เป็นเหาจากการมีอาการคันศีรษะแล้วยังทำให้เสียสมาธิในการเรียน เสียบุคลิกภาพ และยังเป็นพาหะนำไปติดผู้อื่นต่อไป วิธีการรักษาเหา จะต้องทำการรักษาผู้ที่เป็นเหาและผู้ที่อยู่ใกล้ชิดควบคู่กันไป โดยต้องทำการควบคุมไม่ให้เหาแพร่กระจายและป้องกันไม่ให้เกิดการติดเหาซ้ำ โดยใช้ยาเพื่อฆ่าเหาซึ่งยามทีทั้งในรูปครีมเจล หรือโลชั่น ซึ่งวิธีการรักษาเหาในรูปแบบดังกล่าวเป็นวิธีการที่ทำได้ง่าย และเห็นผลชัดเจน การดูแลความสะอาดของร่างกายในเด็กวัยเรียนเป็นสิ่งสำคัญโดยเฉพาะอย่างยิ่งความสะอาดบริเวณศีรษะ ทั้งนี้เหาเป็นแมลงขนาดเล็กไม่มีปีก เป็นตัวเบียดเบียนกัดหนังศีรษะ และดูดเลือดเป็นอาหารโดยอาศัยศีรษะที่ไม่สะอาด เหามักจะระบาดและแพร่กระจายในกลุ่มวัยเรียนก่อนประถมและประถมศึกษา ซึ่งอยู่ในช่วงอายุระหว่าง 4-14 ปี เหาเป็นโรคที่ก่อให้เกิดความรำคาญทำให้ขาดสมาธิในการเรียนแลเป็นที่น่ารังเกียจของสังคมรวมทั้งก่อให้เกิดภาวะโลหิตจางได้ด้วย โดยมากนักเรียนที่เป็นเหามักเป็นผู้ที่มีสุขวิทยาส่วนบุคคลไม่ถูกต้อง ประกอบกับมีพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่ฝืดเคือง เหาเป็นโรคที่รักษาได้ง่ายด้วยการดูแลรักษาความสะอาดของศีรษะอย่างสม่ำเสมอแต่เนื่องจากเหาสามารถติดต่อกันได้ง่าย ทั้งระหว่างนักเรียนด้วยกันและนักเรียนกับบุคคลในครอบครัว การแก้ปัญหาเพื่อตัดวงจรการระบาดของโรคเหาในโรงเรียน คือต้องกำจัดเหาและปฏิบัติตนเองอย่างถูกต้องจริงจังเกี่ยวกับการรักษาความสะอาดของเส้นผมและหนังศีรษะ
โรงเรียนวัดยางทองจึงเห็นความสำคัญที่ต้องกำจัดเหาในโรงเรียนและให้สุขศึกษาแก่นักเรียนเพื่อสุขภาพอนามัยที่แข็งแรง จึงได้จัดทำโครงการกำจัดเหาในโรงเรียนขึ้นเพื่อรณรงค์กำจัดโรคเหาในนักเรียน โดยมุ่งหวังให้นักเรียนกลุ่มเป้าหมายเห็นความสำคัญของการดูแลรักษาความสะอาดของร่ายกายและศีรษะ ที่จะช่วยป้องกันโรคเหาและลดการแพร่ระบาดของโรคเหาต่อไป ดังนั้น โรงเรียนวัดยางทองได้เล็งเห็นความสำคัญของการดูแลสุขภาพของนักเรียนที่เป็นโรคเหา จึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้นเพื่อกำจัดเหานักเรียนในโรงเรียนวัดยางทอง
| วัตถุประสงค์/ตัวชี้วัดความสำเร็จ | ขนาดปัญหา | เป้าหมาย 1 ปี | |
|---|---|---|---|
| 1 | เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจในการดูแลรักษาความสะอาดร่างกายและศีรษะ และการกำจัดเหานักเรียน ชั้น อนุบาล/ป.1 – ป.6 ในโรงเรียนวัดยางทอง ร้อยละ 90 ของนักเรียน มีความรู้ความเข้าใจในการดูแลรักษาความสะอาดร่างกายและศีรษะ และการกำจัดเหานักเรียน |
||
| 2 | เพื่อกำจัดเหาให้นักเรียนจากโรคเหา
|
||
| 3 | เพื่อให้นักเรียนมีสุขภาพอนามัยที่ดี
|
| ลำดับ | กิจกรรมหลัก | งบประมาณ | มิ.ย. 69 | ก.ค. 69 | ส.ค. 69 | ก.ย. 69 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | กิจกรรมให้ความรู้และกำจัดเหา(1 มิ.ย. 2569-30 ก.ย. 2569) | 0.00 | ||||
| รวม | 0.00 |
| 1 กิจกรรมให้ความรู้และกำจัดเหา | กลุ่มเป้าหมาย (คน) |
งบกิจกรรม (บาท) |
ทำแล้ว |
ใช้จ่ายแล้ว (บาท) |
คงเหลือ (บาท) |
more_vert | |
| วันที่ | กิจกรรมย่อย | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | |
| รวมทั้งสิ้น | 0 | 0.00 | 0 | 0.00 | 0.00 | ||
- นักเรียนโรงเรียนวัดยางทองมีความรู้เกี่ยวกับการดูแลรักษาความสะอาดร่างกายและศีรษะ และรู้จักป้องกันการกำจัดเหา
- นักเรียนมีสมาธิในการเรียนเพิ่มขึ้น
- นักเรียนมีบุคลิกภาพดีขึ้น
โครงการเข้าสู่ระบบเมื่อวันที่ 20 เม.ย. 2569 11:31 น.