กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการส่งเสริมพฤติกรรมและลดการใช้จอในเด็กตาดีกานองเงง

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการส่งเสริมพฤติกรรมและลดการใช้จอในเด็กตาดีกานองเงง
รหัสโครงการ 69 – L2996 -02-09
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ ศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา) นองเงง (หัวคลอง)
วันที่อนุมัติ 22 เมษายน 2569
ปี 2569
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 เมษายน 2569 - 30 กันยายน 2569
งบประมาณ 20,000.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นายมะรอบี โตะเวาะม๊ะ
พื้นที่ดำเนินการ ณ ศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด(ตาดีกา) นองเงง (หัวคลอง)
ประเด็น
แผนงานเด็ก เยาวชน ครอบครัว
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล
  1. ในปัจจุบัน เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทอย่างมากในชีวิตประจำวัน แม้กระทั่งในกลุ่มเด็กและเยาวชน การเข้าถึงสื่อดิจิทัลและหน้าจอ (สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต) ที่มากเกินความจำเป็น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อพัฒนาการทางกาย สติปัญญา และอารมณ์ของเด็กในวัยเรียน โดยเฉพาะเด็กในชุมชนที่อา ขนาด 0.00
  2. ร้อยละของเด็กเล็ก (0-6ปี) ที่ประเมินแล้วมีภาวะพัฒนาการล่าช้า ขนาด
วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. วัตถุประสงค์ ข้อที่ 1 เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและควบคุมระยะเวลาการใช้หน้าจอ ของเด็กนักเรียนตาดีกาให้น้อยกว่า 2 ชั่วโมงต่อวัน ตามมาตรฐานสุขภาวะเด็ก ข้อที่ 2 เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและลดความเสี่ยงด้านพฤติกรรมความก้าวร้าว ที่มีสาเหตุมาจากการเข้าถึงและเลียนแบบเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมจากสื่อดิจิทัล ข้อที่ 3 เพื่อส่งเสริมสุขภาพกายและกระชับความสัมพันธ์ภายในครอบครัว ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ทดแทนการใช้หน้าจอที่สมาชิกในครอบครัวมีส่วนร่วมร่วมกัน ข้อที่ 4 เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้และทักษะแก่ผู้ปกครอง ในการกำกับดูแล การเลือกสื่อ และการรับมือกับผลกระทบของสื่อดิจิทัลที่มีต่อพัฒนาการของเด็กอย่างถูกวิธี
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. โครงการส่งเสริมพฤติกรรมและลดการใช้จอในเด็กตาดีกานองเงง
  2. โครงการส่งเสริมพฤติกรรมและลดการใช้จอในเด็กตาดีกานองเงง
วิธีดำเนินการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
  1. เด็กนักเรียนมีความตระหนักและสามารถจัดสรรเวลาในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้อย่างสมดุล
  2. เด็กนักเรียนมีทักษะในการรู้เท่าทันสื่อ สามารถแยกแยะเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม และมีพฤติกรรมความก้าวร้าวลดลงอย่างเห็นได้ชัด
  3. สมาชิกในครอบครัวมีเวลาในการทำกิจกรรมสร้างสรรค์ร่วมกันมากขึ้น ส่งผลให้ความสัมพันธ์ภายในครอบครัวมีความอบอุ่นและแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
  4. ผู้ปกครองมีทักษะในการสื่อสารและเทคนิคการกำกับดูแลการใช้สื่อของเด็กได้อย่างถูกวิธี โดยไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งในครอบครัว