โครงการส่งเสริมพฤติกรรมและลดการใช้จอในเด็กตาดีกานองเงง
-
1. นายมะรอบี โตะเวาะม๊ะ 2. นายอัสมัน กอเนาะ 3. นายอับดุลอาริ สาและ 4. นางสาวสุไฮณี สาและ 5. นางสาวยารอ มิง
-
ร้อยละของเด็กเล็ก (0-6ปี) ที่ประเมินแล้วมีภาวะพัฒนาการล่าช้า
-
ในปัจจุบัน เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทอย่างมากในชีวิตประจำวัน แม้กระทั่งในกลุ่มเด็กและเยาวชน การเข้าถึงสื่อดิจิทัลและหน้าจอ (สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต) ที่มากเกินความจำเป็น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อพัฒนาการทางกาย สติปัญญา และอารมณ์ของเด็กในวัยเรียน โดยเฉพาะเด็กในชุมชนที่อาจขาดกิจกรรมสร้างสรรค์ทดแทน ทำให้เกิดพฤติกรรมติดจอ สมาธิสั้น และความสัมพันธ์ในครอบครัวลดลง ศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด(ตาดีกา) นองเงง (หัวคลอง) เล็งเห็นถึงความสำคัญของการสร้างภูมิคุ้มกันดิจิทัล จึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้นเพื่อส่งเสริมให้เด็กและผู้ปกครองตระหนักถึงผลกระทบจากการใช้สื่อ ที่ไม่เหมาะสม พร้อมทั้งจัดกิจกรรมเชิงปฏิบัติการเพื่อเปลี่ยน เวลาหน้าจอ เป็น เวลาแห่งการทำกิจกรรมสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนาการที่สมวัยและสร้างสายสัมพันธ์อันดีในชุมชน
-
วัตถุประสงค์ ข้อที่ 1 เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและควบคุมระยะเวลาการใช้หน้าจอ ของเด็กนักเรียนตาดีกาให้น้อยกว่า 2 ชั่วโมงต่อวัน ตามมาตรฐานสุขภาวะเด็ก ข้อที่ 2 เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและลดความเสี่ยงด้านพฤติกรรมความก้าวร้าว ที่มีสาเหตุมาจากการเข้าถึงและเลียนแบบเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมจากสื่อดิจิทัล ข้อที่ 3 เพื่อส่งเสริมสุขภาพกายและกระชับความสัมพันธ์ภายในครอบครัว ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ทดแทนการใช้หน้าจอที่สมาชิกในครอบครัวมีส่วนร่วมร่วมกัน ข้อที่ 4 เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้และทักษะแก่ผู้ปกครอง ในการกำกับดูแล การเลือกสื่อ และการรับมือกับผลกระทบของสื่อดิจิทัลที่มีต่อพัฒนาการของเด็กอย่างถูกวิธี
-
วัตถุประสงค์ ข้อที่ 1 เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและควบคุมระยะเวลาการใช้หน้าจอ ของเด็กนักเรียนตาดีกาให้น้อยกว่า 2 ชั่วโมงต่อวัน ตามมาตรฐานสุขภาวะเด็ก ข้อที่ 2 เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและลดความเสี่ยงด้านพฤติกรรมความก้าวร้าว ที่มีสาเหตุมาจากการเข้าถึงและเลียนแบบเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมจากสื่อดิจิทัล ข้อที่ 3 เพื่อส่งเสริมสุขภาพกายและกระชับความสัมพันธ์ภายในครอบครัว ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ทดแทนการใช้หน้าจอที่สมาชิกในครอบครัวมีส่วนร่วมร่วมกัน ข้อที่ 4 เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้และทักษะแก่ผู้ปกครอง ในการกำกับดูแล การเลือกสื่อ และการรับมือกับผลกระทบของสื่อดิจิทัลที่มีต่อพัฒนาการของเด็กอย่างถูก
-
-
วัตถุประสงค์ ข้อที่ 1 เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและควบคุมระยะเวลาการใช้หน้าจอ ของเด็กนักเรียนตาดีกาให้น้อยกว่า 2 ชั่วโมงต่อวัน ตามมาตรฐานสุขภาวะเด็ก ข้อที่ 2 เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและลดความเสี่ยงด้านพฤติกรรมความก้าวร้าว ที่มีสาเหตุมาจากการเข้าถึงและเลียนแบบเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมจากสื่อดิจิทัล ข้อที่ 3 เพื่อส่งเสริมสุขภาพกายและกระชับความสัมพันธ์ภายในครอบครัว ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ทดแทนการใช้หน้าจอที่สมาชิกในครอบครัวมีส่วนร่วมร่วมกัน ข้อที่ 4 เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้และทักษะแก่ผู้ปกครอง ในการกำกับดูแล การเลือกสื่อ และการรับมือกับผลกระทบของสื่อดิจิทัลที่มีต่อพัฒนาการของเด็กอย่างถูกวิธี
-
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน
-
1. กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน จำนวน 50 คน50
-
1. กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน จำนวน 50 คน
-
1. กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน จำนวน 50 คน 2. กลุ่มวัยทำงาน จำนวน 50 คน
-
1. กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน จำนวน 50 คน50
-
1. กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน จำนวน 50 คน 2. กลุ่มวัยทำงาน จำนวน 50 คน
-
กลุ่มวัยทำงาน จำนวน 50 คน
-
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน จำนวน 50 คน
-
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน
-
กลุ่มวัยทำงาน
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมที่ 1 อบรมให้ความรู้ เทคนิคการเป็นพ่อแม่ยุคดิจิทัล (Digital Parenting) กิจกรรมที่ 2 สมองฮีโร่ VS ปีศาจหน้าจอ กิจกรรมที่ 3 พันธสัญญาใจ1 เมษายน 2569 ถึง 30 กันยายน 2569
ผลผลิต ข้อที่ 1 เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและควบคุมระยะเวลาการใช้หน้าจอ ของเด็กนักเรียนตาดีกาให้น้อยกว่า 2 ชั่วโมงต่อวัน ตามมาตรฐานสุขภาวะเด็ก ข้อที่ 2 เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและลดความเสี่ยงด้านพฤติกรรมความก้าวร้าว ที่มีสาเหตุมาจากการเข้าถึงและเลียนแบบเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมจากสื่อดิจิทัล ข้อที่ 3 เพื่อส่งเสริมสุขภาพกายและกระชับความสัมพันธ์ภายในครอบครัว ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ทดแทนการใช้หน้าจอที่สมาชิกในครอบครัวมีส่วนร่วมร่วมกัน ข้อที่ 4 เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้และทักษะแก่ผู้ปกครอง ในการกำกับดูแล การเลือกสื่อ และการรับมือกับผลกระทบของสื่อดิจิทัลที่มีต่อพัฒนาการของเด็กอย่างถูกวิธี
ผลลัพธ์ ร้อยละ 70 ของนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการ มีระยะเวลาการใช้หน้าจอเฉลี่ยลดลงเหลือไม่เกิน 2 ชั่วโมงต่อวัน (ประเมินจากแบบบันทึกพฤติกรรมโดยผู้ปกครอง) ร้อยละ 85 ของผู้ปกครองมีความเข้าใจเกี่ยวกับผลกระทบของสื่อรุนแรง และสามารถระบุวิธีคัดกรองเนื้อหาที่เหมาะสมให้แก่บุตรหลานได้ เด็กและผู้ปกครองทำกิจกรรมสร้างสรรค์ร่วมกัน (เช่น กิจกรรมทางกาย หรือนันทนาการ) เพิ่มขึ้นอย่างน้อยวันละ 1 ชั่วโมง คะแนนเฉลี่ยความพึงพอใจและดัชนีความสัมพันธ์ในครอบครัวหลังจบโครงการอยู่ในระดับ ดี
20000 บาท
20,000
- เด็กนักเรียนมีความตระหนักและสามารถจัดสรรเวลาในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้อย่างสมดุล
- เด็กนักเรียนมีทักษะในการรู้เท่าทันสื่อ สามารถแยกแยะเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม และมีพฤติกรรมความก้าวร้าวลดลงอย่างเห็นได้ชัด
- สมาชิกในครอบครัวมีเวลาในการทำกิจกรรมสร้างสรรค์ร่วมกันมากขึ้น ส่งผลให้ความสัมพันธ์ภายในครอบครัวมีความอบอุ่นและแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
- ผู้ปกครองมีทักษะในการสื่อสารและเทคนิคการกำกับดูแลการใช้สื่อของเด็กได้อย่างถูกวิธี โดยไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งในครอบครัว
