directions_run
โครงการส่งเสริมสุขภาพด้วยแนวทาง “กินผักเป็นยา” ร่วมกับการทำกายบริหารศาสตร์ “มณีเวช”
กองทุนหลักประกันสุขภาพองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านนอก
โครงการส่งเสริมสุขภาพด้วยแนวทาง “กินผักเป็นยา” ร่วมกับการทำกายบริหารศาสตร์ “มณีเวช”
รายละเอียดโครงการ
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการส่งเสริมสุขภาพด้วยแนวทาง “กินผักเป็นยา” ร่วมกับการทำกายบริหารศาสตร์ “มณีเวช” | |
| รหัสโครงการ | 69– L2996 -02-11 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | สำนักปลัด องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านนอก | |
| วันที่อนุมัติ | 22 เมษายน 2569 | |
| ปี | 2569 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 กรกฎาคม 2569 - 30 กันยายน 2569 | |
| งบประมาณ | 18,920.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | สำนักปลัด องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านนอก | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านนอก |
ประเด็น
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล
- หลักการและเหตุผล (ระบุที่มาของการทำโครงการ) ในปัจจุบันโครงสร้างประชากรเข้าสู่สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์ ส่งผลให้ในพื้นที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุและผู้ป่วยที่มีภาวะพึ่งพิงเพิ่มสูงขึ้น ภาระการดูแลจึงตกอยู่กับผู้ดูแลคนพิการและผู้สูงอายุ (Caregiver) ซึ่งมักประสบปัญ ขนาด
วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
- 1. เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการบริโภคผักและผลไม้ตามหลักฤทธิ์ร้อน-เย็นเพื่อปรับสมดุลร่างกายอย่างถูกต้อง 2. เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายเข้าใจหลักการและสามารถปฏิบัติกายบริหารศาสตร์ มณีเวช เพื่อลด อาการปวดเมื่อย ออฟฟิศซินโดรม และข้อติดไหล่ติดได้ด้วยตนเอง 3. เพื่อให้แกนนำหรือกลุ่มเป้าหมายมีพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมและมีอาการปวดระบบ กล้ามเนื้อและกระดูกลดลง
การดำเนินงาน/กิจกรรม
- โครงการส่งเสริมสุขภาพด้วยแนวทาง “กินผักเป็นยา” ร่วมกับการทำกายบริหารศาสตร์ “มณีเวช”
วิธีดำเนินการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
- กลุ่มเป้าหมายร้อยละ 80 มีความรู้ความเข้าใจเรื่องการเลือกบริโภคผักและผลไม้ตามหลักฤทธิ์ร้อน-เย็นเพิ่มขึ้น และสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างปลอดภัย
- กลุ่มเป้าหมายร้อยละ 85 สามารถปฏิบัติท่ากายบริหารศาสตร์มณีเวชได้อย่างถูกต้อง และนำไปใช้บรรเทาอาการปวดเมื่อย ออฟฟิศซินโดรม หรือข้อติดของตนเองได้
- กลุ่มเป้าหมายที่มีภาวะปวดกล้ามเนื้อ (ออฟฟิศซินโดรม/ไหล่ติด) มีระดับความปวดลดลง และมีคุณภาพชีวิตทางกายที่ดีขึ้น
- เกิดแกนนำในครอบครัว (โดยเฉพาะกลุ่มผู้ดูแลและวัยทำงาน) ที่สามารถส่งต่อความรู้เรื่องการจัดสมดุลกายและอาหารไปยังผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยพึ่งพิงที่บ้านได้