โครงการคนในชุมชนสุขภาพดี ด้วยวิถีชีวิตแบบแผนไทย
โครงการคนในชุมชนสุขภาพดี ด้วยวิถีชีวิตแบบแผนไทย
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการคนในชุมชนสุขภาพดี ด้วยวิถีชีวิตแบบแผนไทย | |
| รหัสโครงการ | ||
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | กลุ่มหมอพื้นบ้าน | |
| วันที่อนุมัติ | 26 กุมภาพันธ์ 2561 | |
| ปี | 2561 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 มีนาคม 2561 - 20 กันยายน 2561 | |
| งบประมาณ | 33,375.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายประกาศ หมาดอี | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลกำแพง อำเภอละงู จังหวัดสตูล |
- ้ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน ขนาด 23.00
- ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง ขนาด 52.00
- ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง ขนาด 52.00
แพทย์แผนไทยเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตของคนไทยเป็นเวลานาน เนื่องจากคนสมัยก่อนมีการพึ่งตนเองด้านการรักษาพยาบาล ด้วยเหตุสมัยก่อนยังไม่มีสถานบริการด้านสาธารณสุขบริการประชาชนอย่างทั่วถึงเหมือนปัจจุบัน เมื่อเกิดการเจ็บป่วยขึ้นในครอบครัว/ชุมชน จึงมีการนำสมุนไพร และวิธีการแบบแผนไทย มาใช้ในการรักษาเบื้องต้น เพื่อบรรเทาอาการเจ็บป่วยเบื้องต้น โดยอาศัยภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุ และปัจจุบันมีการสนใจใช้ยาสมุนไพร และวิธีการบำบัดรักษาสุขภาพมากขึ้น เนื่องจากการรักษาแผนปัจจุบันบางครั้งมีผลข้างเคียงและมีขีดจำกัดในการรักษา และแพทย์แผนไทยก็เป็นทางเลือกหนึ่ง และเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อสังคม ทำให้ประชาชนนิยมมาใช้บริการด้านสุขภาพกันมากขึ้น แพทย์แผนไทยปัจจุบันได้รับการส่งเสริมให้เป็นการแพทย์ทางเลือกอย่างหนึ่งแก่ผู้รับบริการ การนวด อบ ประคบสมุนไพร การแปรรูปสมุนไพรมาเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ การปลูกสมุนไพรเพื่อนำมาใช้เองช่วยให้ชุมชนนำสมุนไพรที่มีมากมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ประชาชนชาวตำบลกำแพง มีความสนใจ มีความเชื่อศรัทธาในการรักษาของหมอพื้นบ้าน และประชาชนชาวตำบลกำแพงส่วนใหญ่นิยมหันมาใช้บริการแพทย์แผนไทยเพิ่มขึ้นทุกปี จากข้อมูลการสุ่มสอบถามการเลือกใช้บริการของอาสาสมัครในหมู่บ้านจำนวน 295 คน ในหมู่ที่ ๕ บ้านปิใหญ่ ตำบลกำแพง อำเภอละงู จังหวัดสตูล ในปี ๒๕๕๘,๒๕๕๙,๒๕๖๐ พบมีผู้นิยมใช้แพทย์ทางเลือกในการรักษาพยาบาลสำหรับโรคเรื้อรังตามลำดับ ร้อยละ 35.59 40.68 และ 56.61 จะเห็นได้ว่าประชาชนในพื้นที่เป้าหมายมีแนวโน้มในการใช้บริการทางแพทย์ทางเลือกเพิ่มมากขึ้น ซึ่งมีผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ในปี 2558 -2560 พบมีผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น ความดันโลหิต จำนวน 43 คน เบาหวานจำนวน 12 คน และปวดเมื่อยจำนวน 56 คน และในพื้นที่ตำบลกำแพงเองก็มีสมุนไพรอยู่มากมายที่สามารถนำมาใช้เพื่อลดต้นทุนในการรักษาผู้เจ็บป่วยเบื้องต้น และไม่ให้สูญหายไปโดยไม่ได้รับการอนุรักษ์ไว้
ดังนั้นเพื่อเป็นการส่งเสริมการแพทย์แผนไทย การนำภูมิปัญญาพื้นบ้านมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดอย่างปลอดภัย ทั้งทางด้านส่งเสริมสุขภาพ การรักษาพยาบาลและการฟื้นฟูสมรรถภาพของประชาชน ลดภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลเบื้องต้น และตอบสนองความต้องการของชุมชน จึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้นเพื่อเป็นการส่งเสริมการปลูก การใช้ จนทำให้เกิดแหล่งสมุนไพรในชุมชน เพื่อให้เกิดการพึ่งตนเองด้านการดูแลสุขภาพโดยใช้สมุนไพรพื้นบ้าน และเกิดแหล่งเรียนรู้สมุนไพรในชุมชนเป็นการแสวงหาศักยภาพของชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนเป็นส่วนหนึ่งของความเข้มแข็งโดยการพึ่งตนเองและยึดหลักการใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการดำเนินงานของชุมชนต่อไปอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน จึงเน้นการให้ความรู้ด้านการแพทย์แผนไทย จัดตั้งศูนย์เรียนรู้เพื่อชุมชน สร้างแกนนำด้านการแพทย์แผนไทย เป็นต้น
- ข้อที่ 1 เพื่อให้กลุ่มแกนนำ ประชาชนทั่วไปมีความรู้เกี่ยวกับพืชสมุนไพร และใช้ประโยชน์จากพืชสมุนไพร
- ข้อที่ 2 เพื่อให้มีแหล่งการเรียนรู้ แหล่งศึกษาพืชสมุนไพรในชุมชน
- ข้อที่ 3 เพื่อให้ประชาชนสามารถประยุกต์และใช้ประโยชน์จากพืชสมุนไพรได้
- กิจกรรมที่ 1.1 ประชุมแกนนำ
- กิจกรรมที่ 1.2 อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับพืชสมุนไพรที่มีอยู่ทั่วไปและสมุนไพรในท้องถิ่น แก่แกนนำและประชาชนทั่วไปในชุมชน
- กิจกรรมที่ 2 จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้สมุนไพรในชุมชน
- ค่าใช้จ่ายอื่นๆ
- กิจกรรมที่ 3 ดำเนินกิจกรรมในศูนย์การเรียนรู้
- กิจกรรมที่ 4 ติดตามเยี่ยมผู้ที่สนใจในชุมชน
- ประชาชนในชุมชนมีความรู้ และสามารถประยุกต์ใช้พืชสมุนไพรในชุมชนให้เกิดประโยชน์
- เกิดการเรียนรู้ มีแหล่งการเรียนรู้ แหล่งการศึกษาสมุนไพรในชุมชน