กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

แบบรายงานการดำเนินงานฉบับสมบูรณ์

รายงานฉบับสมบูรณ์


โครงการ
“ โครงการส่งเสริมการเรียนรู้และส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ ”
ตำบลคูหาใต้ อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา



หัวหน้าโครงการ
นายชิต ไชยรักษ์




ชื่อโครงการ โครงการส่งเสริมการเรียนรู้และส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ

ที่อยู่ ตำบลคูหาใต้ อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา จังหวัด สงขลา

รหัสโครงการ 62-L8402-2-03 เลขที่ข้อตกลง

ระยะเวลาดำเนินงาน ตั้งแต่ 1 เมษายน 2562 ถึง 30 กันยายน 2562

กิตติกรรมประกาศ

"โครงการส่งเสริมการเรียนรู้และส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ จังหวัดสงขลา" สำเร็จได้ด้วยดี ด้วยความร่วมมือจาก สมาชิกในชุมชน ตำบลคูหาใต้ อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา

คณะทำงานโครงการฯ ขอขอบคุณ กองทุนสุขภาพตำบล เทศบาลตำบลคูหาใต้ ที่ให้การสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินโครงการฯ รวมทั้ง ภาคีเครือข่ายที่สำคัญระดับพื้นที่ ที่ให้การสนับสนุน ช่วยเหลือ ชี้แนะ สุดท้ายขอขอบคุณผู้เกี่ยวข้องที่มิได้ระบุชื่อไว้ในที่นี้ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินงานให้มีความยั่งยืนในพื้นที่ต่อไป

คณะทำงานโครงการ
โครงการส่งเสริมการเรียนรู้และส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ



บทคัดย่อ

โครงการ " โครงการส่งเสริมการเรียนรู้และส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ " ดำเนินการในพื้นที่ ตำบลคูหาใต้ อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา รหัสโครงการ 62-L8402-2-03 ระยะเวลาการดำเนินงาน 1 เมษายน 2562 - 30 กันยายน 2562 ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจำนวน 249,432.00 บาท จาก กองทุนสุขภาพตำบล เทศบาลตำบลคูหาใต้ เพื่อใช้ในการดำเนินกิจกรรมโครงการ หลังจากสิ้นสุดระยะเวลาโครงการ ผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานปรากฏดังนี้

โครงการนี้ยังไม่มีการเขียนหรือแก้ไขบทคัดย่อ

หมายเหตุ : รายละเอียดของบทสรุปคัดย่อการดำเนินงาน ให้ผู้รับผิดชอบโครงการเป็นผู้เขียนสรุปภาพรวมของโครงการใน "ผลลัพธ์โครงการ"


สารบัญ

กิตติกรรมประกาศ»
บทคัดย่อ»
   ความเป็นมา/หลักการเหตุผล»
   วัตถุประสงค์โครงการ»
   กิจกรรม/การดำเนินงาน»
   กลุ่มเป้าหมาย»
   ผลลัพธ์ที่ได้»
   การประเมินผล»
   ปัญหาและอุปสรรค»
   ข้อเสนอแนะ»
   เอกสารประกอบอื่นๆ»

ความเป็นมา/หลักการเหตุผล

การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรของประเทศไทย ทำให้ประชากรในวัยผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นประกอบกับการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจและสังคม มีผลให้ลักษณะครอบครัวไทยเปลี่ยนจากครอบครัวขยาย ไปสู่ครอบครัวเดี่ยว ความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในครอบครัวลดลง จำนวนผู้ที่จะทำหน้าที่ดูแลผู้สูงอายุในครอบครัวลดลง มีเวลาให้ผู้สูงอายุลดลง ขาดการให้ความรักและความอบอุ่น ผู้สูงอายุจึงถูกทอดทิ้งให้อยู่โดดเดี่ยว ดำเนินชีวิตเพียงลำพัง จากสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ผู้สูงอายุต้องเผชิญกับปัญหาในการปรับตัวเพื่อให้สอดคล้องกับสังคมในปัจจุบัน ทั้งในด้านความคิด ความเข้าใจ และค่านิยมต่างๆ ซึ่งก่อให้ผู้สูงอายุเกิดความน้อยใจ ความเครียด ความคับข้องใจ แยกตัวออกจากสังคม ขาดสัมพันธภาพกับสมาชิกในครอบครัว ท้อแท้และเบื่อหน่ายในชีวิต ประกอบกับวัยสูงอายุเป็นวัยที่ต้องเผชิญกับรูปแบบการดำเนินชีวิตแบบใหม่ ต้องออกจากงาน มีรายได้ลดลง ภาวะสุขภาพเสื่อมลง มีโรคทางกายเพิ่มมากขึ้น มีสารชีวเคมีและฮอร์โมนลดลง การสูญเสีย สิ่งสำคัญของชีวิต เช่น การสูญเสียคู่ชีวิตเพราะตายจาก การสูญเสียบุตรเพราะแยกไปมีครอบครัว  คุณค่าในตนเองลดลงจนเกิดความรู้สึกสิ้นหวัง แยกตัวออกจากสังคม เป็นผลให้เกิดความผิดปกติทางจิตใจที่รุนแรงและอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตได้
ดังนั้น โรงเรียนผู้สูงอายุเป็นกลยุทธ์หนึ่งในการส่งเสริมสนับสนุนพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุเพื่อให้ผู้สูงอายุดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข มีคุณค่า และมีศักดิ์ศรี สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารในช่องทางที่ทันสมัยได้อย่างรวดเร็ว มีโอกาสได้เรียนรู้ตามอัศยาสัย และทำกิจกรรมสร้างสรรค์ส่งผลให้ผู้สูงอายุคงความแข็งแรงของร่างกายไว้ให้นานที่สุด และไม่เป็นภาระครอบครัวและชุมชน นอกจากนี้ผู้สูงอายุยังสามารถสร้างคุณค่าต่อสังคมและเศรษฐกิจโดยภาพรวมอีกด้วย ทางกองสวัสดิการสังคม เทศบาลตำบลคูหาใต้ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในของปัญหาดังกล่าวจึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมการเรียนรู้และส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ (โรงเรียนสูงอายุ) ขึ้น

สถานการณ์

วัตถุประสงค์โครงการ

  1. เพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพกายและจิตใจของผู้สูงอายุ
  2. เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านต่างๆของผู้สูงอายุ
  3. เพื่อส่งเสริมการรวมกลุ่มของผู้สูงอายุในการทำกิจกรรมร่วมกัน
  4. เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับผู้สูงอายุในปั้นปลายของชีวิต

กิจกรรม/การดำเนินงาน

  1. กิจกรรมการจัดอบบรมให้ความรู้

กลุ่มเป้าหมาย

กลุ่มเป้าหมายจำนวนที่วางไว้
กลุ่มเป้าหมายจำแนกตามช่วงวัย
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน
กลุ่มวัยทำงาน
กลุ่มผู้สูงอายุ 90
กลุ่มเป้าหมายจำแนกกลุ่มเฉพาะ
กลุ่มหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอด
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
กลุ่มคนพิการและทุพพลภาพ
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง
สำหรับการบริหารหรือพัฒนากองทุนฯ [ข้อ 10(4)]

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

  1. ผู้สูงอายุได้รับการดูแลทั้งร่างกายและจิตใจ   2. มีการรวมกลุ่มของผู้สูงอายุในการทำกิจกรรมร่วมกัน   3. เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับผู้สูงอายุในปั้นปลายของชีวิต

ส่วนที่ 1 ผลการดำเนินงาน

วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
ผลลัพธ์และตัวชี้วัดผลลัพธ์**
กิจกรรมของโครงการ
ผลผลิต*
ผลผลิตที่ตั้งไว้ผลผลิตที่เกิดขึ้นจริง

* ผลผลิต หมายถึง ผลที่เกิดขึ้นเชิงปริมาณจากการทำกิจกรรม เช่น จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม จำนวนผู้ผ่านการอบรม จำนวนครัวเรือนที่ปลูกผักสวนครัว เป็นต้น
** ผลลัพธ์ หมายถึง การเปลี่ยนแปลงที่นำไปสู่การแก้ปัญหา เช่น หลังอบรมมีผู้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจำนวนกี่คน มีข้อบังคับหรือมาตรการของชุมชนที่นำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือสภาพแวดล้อม เป็นต้น ทั้งนี้ต้องมีข้อมูลอ้างอิงประกอบการรายงาน เช่น ข้อมูลรายชื่อแกนนำ , แบบสรุปการประเมินความรู้ , รูปภาพกิจกรรมพร้อมคำอธิบายใต้ภาพ เป็นต้น


ส่วนที่ 2 ประเมินความพึงพอใจต่อความสำเร็จและปัญหาอุปสรรคในการดำเนินโครงการในภาพรวม

ผลการดำเนินโครงการ

สรุปผลการดำเนินโครงการ

ผลการดำเนินโครงการ/กิจกรรม:
บรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการ
บรรลุตามวัตถุประสงค์บางส่วนของโครงการ
ไม่บรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการ

ชมรมผู้สูงอายุบ้านกองอิฐ ได้ดำเนินการจัดกิจกรรมตามแผนกำหนดการอบรมโครงการส่งเสริมการเรียนรู้และส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๒ จำนวน ๒๐ ครั้ง ระหว่างวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๖๒ ถึง ๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๒ ณ โรงเรียนผู้สูงอายุบ้านกองอิฐ หมู่ที่ ๖ ตำบลคูหาใต้ อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา สรุปผลได้  ดังนี้ ๑. กิจกรรมอบรมบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับบัญญัติสุข ๑๐ ประการสำหรับผู้สูงอายุ  (๓ เม.ย.๖๒)   พบว่าหลังจากการได้รับฝึกอบรมความรู้จากวิทยากรแล้วผู้สูงอายุได้นำไปปฏิบัติ ดังนี้ ๑.๑ ผู้สูงอายุมีการออกกำลังกายเป็นประจำอย่างน้อย ๓๐ นาที สัปดาห์ละประมาณ ๓-๕ ครั้ง
๑.๒ ผู้สูงอายุเริ่มค้นหาความถนัดและศักยภาพของตนเองและได้นำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้จนเป็นผลสำเร็จต่อตนเองและผู้สูงอายุ ชุมชน สังคม เริ่มรวมกลุ่มทำกิจกรรมเพื่อส่วนรวมมากขึ้น(จากการมีส่วนร่วมกิจกรรมต่างๆ) ๑.๓ ผู้สูงอายุมีการฝึกการหายใจคลายเครียดและทักษะผ่อนคลายต่างๆ เพื่อให้ชีวิตแต่ละวันมีความสุขทั้งกายใจ ๑.๔ ผู้สูงอายุเริ่มคิดทบทวนสิ่งดีๆในชีวิตและฝึกมองโลกในแง่ดี มีการพัฒนาการที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ๑.๕ ผู้สูงอายุมีการบริหารเวลาให้สมดุลระหว่าง การงาน สุขภาพ และครอบครัว การช่วยเหลือกิจกรรมในชุมชน ๑.๖ ผู้สูงอายุมีการคิดทบทวนและจัดการปัญหาในครอบครัว คิดหาทางเลือกในการก้าวเดินโดยการตั้งคำถามกับตัวเองว่าปัญหาที่ประสบอยู่นั้นมันเป็นปัญหาอย่างไร ห่วงอะไร กังวลใจในแง่ใด แล้วนำมาทบทวน จะทำอะไรได้บ้าง จากนั้นได้ลงมือทำและมีความพึงพอใจในชีวิตมากขึ้น เติมสุขด้วยการเพิ่มคุณภาพจิตใจ มีการปรึกษากันในกลุ่ม ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ทำให้มีความรู้สึกว่าตนเองมีเพื่อน ไม่ว้าเหว่ มีการรวมกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน ๑.๗ ผู้สูงอายุเริ่มมองหาโอกาสในการมอบสิ่งดีๆให้กับตนเองและผู้อื่น ๑.๘ ผู้สูงอายุได้ศึกษาและปฏิบัติตามหลักคำสอนทางศาสนา (มีสังคม เพื่อนฝูง ที่ศึกษาและปฏิบัติธรรมร่วมกัน) ๑.๙ ผู้สูงอายุได้ทำกิจกรรมร่วมกับสมาชิกในครอบครัว ชุมชน และสังคมเพิ่มมากขึ้น ๑.๑๐ ผู้สูงอายุมีการชื่นชมคนรอบข้างอย่างจริงใจและยังช่วยเติมความสุขให้กับเพื่อนๆและคนรอบข้าง สรุปกิจกรรมอบรมในหัวข้อดังกล่าว ตรงกับความต้องการของผู้สูงอายุอย่างแท้จริง เนื่องจากแต่ละบัญญัติมีประโยชน์ในการช่วยเติมสุข ในแง่มุมที่แตกต่างกัน เป็นสิ่งที่ผู้สูงอายุทุกคนปรารถนา เพียงแต่ละคนอาจจะมองความสุขต่างกัน และมีวิธีการแสวงหาความสุขที่แตกต่าง ซึ่งผู้สูงอายุที่ได้รับความรู้จากวิทยากรอาจจะเลือกปฎิบัติตามที่รู้สึกว่าเหมาะสมกับตัวเอง เพื่อเติมสุขในรูปแบบใหม่ๆ

๒. กิจกรรมอบรมให้ความรู้ เรื่อง การเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกาย จิตใจและสังคมในวัยสูงอายุการป้องกันและการควบคุมโรคที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลง การดูแลตัวเองของผู้สูงอายุด้วยหลัก ๑๐ อ. (วันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๖๒)     ภายหลังที่ผู้สูงอายุได้รับการฝึกอบรมจากวิทยากร ให้ความรู้ระบบการเปลี่ยนแปลงด้านร่างกาย ผู้สูงอายุได้รับรู้เกี่ยวกับระบบต่างๆในร่างกายเมื่อมีอายุมากขึ้นส่วนต่างๆจะทำงานได้ลดลง ร่างกายเริ่มเสื่อมถอยตามการเวลา ผู้สูงอายุจึงมีการใส่ใจเรื่องของสุขภาพของร่างกายและจิตใจเพิ่มมากขึ้นและสูงกว่าวัยอื่นๆ เช่น การเปลี่ยนแปลงด้านจิตใจ เดิมการรับรู้มักยึดติดกับความคิดและเหตุผลของตนเอง หลงๆ ลืมๆ เรียนรู้สิ่งใหม่ได้ยากเพราะไม่มีความมั่นใจในการปรับตัว การแสดงออกทางอารมณ์ อาจจะมีอาการซึมเศร้า หงุดหงิด ขี้ระแวง วิตกกังวล โกรธง่าย เอาแต่ใจตนเอง มักจะคิดซ้ำซาก ลังเล หวาดระแวง หมกมุ่นเรื่องของตนเองทั้งเรื่องในอดีตและอนาคต กลัวลูกหลานทอดทิ้ง รวมถึงสนใจสิ่งแวดล้อมน้อยลง ซึ่งหลังจากวิทยากรได้ให้ผู้สูงอายุมีการฝึกโดยผ่านกิจกรรมต่างๆ เพื่อควบคุมสภาวะด้านจิตใจ เพราะจิตใจสามารถควบคุมได้และหากสุขภาพจิตดีแล้วสุขภาพกายย่อมดีตามไปด้วย ผู้สูงอายุมีการทำอารมณ์ให้แจ่มใสขึ้น และพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอย่างมีความสุขที่จะช่วยให้มีอายุยืนยาวและพบกับความสุขในช่วงบั้นปลายได้   สรุปหลังจากการฝึกอบรมด้วยหลัก ๑๐ อ. ทำให้ผู้สูงอายุได้ทราบว่า การทำให้ชีวิตมีสุขภาพจิต กาย ที่ดีสามารถปฏิบัติได้ตามหลัก ๑๐ อ. ประกอบด้วย   ๑. อาหาร ผู้สูงอายุลดการทานอาหารประเภทไขมันและคาร์โบไฮเดรตและเพิ่มการรับประทานอาหารประเภทเนื้อปลามากขึ้น รวมทั้งเพิ่มรับประทานผัก ผลไม้ที่ไม่หวานจัด
  ๒. ออกกำลังกาย พบว่ากลุ่มผู้สูงอายุมีการรวมกลุ่มการออกกำลังกายทุกเย็น สัปดาห์ละ ๓-๕ ครั้ง ณ โรงเรียนบ้านกองอิฐ   ๓. อนามัย ผู้สูงอายุเริ่มมีการสังเกตการณ์ทำงานในระบบต่างๆในร่างกาย เช่น ระบบขับถ่าย มีการตรวจสุขภาพประจำปีเพิ่มมากขึ้น
  ๔. อุจาระ ปัสสาวะ ผู้สูงอายุดูแลในเรื่องระบบการขับถ่าย การสังเกตปัสสาวะมีมดขึ้นหรือไม่
  ๕. อากาศ ผู้สูงอายุอยู่ในสถานที่ที่มีสภาพแวดล้อมที่ดี ไม่มีปัญหาเรื่องสภาวะแวดล้อม   ๖. อารมณ์ ผู้สูงอายุมีการควบคุมอารมณ์ต่างๆเพิ่มมากขึ้น จากกการฝึกทำสมาธิ โดยการให้ทำงานกลุ่ม   ๗. อดิเรก ผู้สูงอายุมีการหางานอดิเรกมาทำเช่น พับดอกไม้ ทำขนม ปลูกผักในโรงเรียนและที่บ้าน   ๘. อบอุ่น ผู้สูงอายุมีการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ช่วยเหลือกัน มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันและเป็นมิตรที่ดีกัน   ๙. อุบัติเหตุ ผู้สูงอายุมีการระมัดระวังตัวเองเพิ่มขึ้น มีการช่วยเหลือกันสำหรับบางคนที่ตามองไม่เห็น   ๑๐. อนาคต ผู้สูงอายุมีการเตรียมตนเองโดยการเก็บออมเพื่อเป็นหลักประกันในการดำเนินชีวิตเพิ่มมากขึ้น

๓. กิจกรรมอบรมให้ความรู้การออกกำลังกายและนันทนาการในวัยผู้สูงอายุ การฝึกออกกำลังกายด้วยผ้าขาวม้า   (วันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๖๒) ก่อนจัดกิจกรรมวิทยากรได้ศึกษาข้อมูลกลุ่มผู้สูงอายุ อยู่ในช่วงอายุเท่าไร มีการประเมินศักยภาพความพร้อม สังเกตความสนใจ เสนอกิจกรรมนันทนาการให้ผู้สูงอายุเลือก พร้อมให้ลงมือปฏิบัติโดยมีการปรับเปลี่ยนการออกกำลังกายและนันทนาการตามสภาวะทางร่างกาย พร้อมลงมือทำให้มีความเหมาะสมกับผู้สูงอายุ ซึ่งทางวิทยากรพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ  กิจกรรมเน้นความคิดสร้างสรรค์ เพื่อป้องกัน ฟื้นฟูสุขภาพร่างกายและจิตใจโดยใช้ระยะเวลาในแต่ละกิจกรรมประมาณ ๒๐-๓๐ นาที ซึ่งทางวิทยากรได้มีการประเมินความสามารถในการจัดกิจกรรมและนันทนาการของผู้สูงอายุในแต่ละครั้ง  โดยการทดสอบกลไกทางด้านร่างกาย ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และการยืดหยุ่นของข้อต่อ หลังจากนั้นให้ผู้สูงอายุฝึกการออกกำลังกายด้วยผ้าขาวม้า ซึ่งเป็นการบริหารร่างกายที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุที่ไม่ค่อยเวลา ไม่สะดวกเรื่องสถานที่และสามารถทำได้ง่ายเองที่บ้าน ซึ่งหลังจากได้ให้ความรู้แล้ว กิจกรรมที่วิทยากรถ่ายทอดได้รับความสนใจจากผู้สูงอายุและมีความสุข สนุกสนานพร้อมนำไปปฎิบัติและเผยแพร่ให้เพื่อนบ้าน คนวัยเดียวกันที่ไม่ได้มาร่วมกิจกรรมได้นำไปฝึกปฎิบัติในการดูแลตนเอง สรุปผลกิจกรรมที่วิทยากรได้ดำเนินการ ดังนี้ ก่อนจัดกิจกรรมนันทนาการ ทางวิทยากรได้ศึกษาข้อมูลกลุ่มผู้สูงอายุ ความพร้อมทางด้านร่างกาย สุขภาพ สังเกตจากความกระตือรือร้น ความสนใจ ชอบไม่ชอบ สำรวจความต้องการ เสนอกิจกรรมนันทนาการ เลือกกิจกรรม ลงมือปฎิบัติ โดยให้เลือกตามความถนัดของผู้สูงอายุแต่ละคน หลังการจัดกิจกรรมนันทนาการ มีการประเมินตรงกับความต้องการและวัตถุประสงค์หรือไม่ คือมีผลดีต่อร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม มีการให้ผู้สูงอายุเลือกตามอัธยาสัย ไม่มีการบังคับ มีการปรับเปลี่ยนไปตามความเหมาะสมเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ มีความปลอดภัยในชีวิต กิจกรรมเน้นความเพลิดเพลิน สร้างสรรค์ ป้องกัน ฟื้นฟูสุขภาพร่างกายและจิตใจ

๔.กิจกรรมอบรมให้ความรู้เรื่อง อาหารผู้สูงวัยทานอย่างไรให้มีความสุข ปัจจัยที่ทำให้ผู้สูงอายุไม่สามารถมีความสุขกับการทานอาหารเหมือนเดิม หลักการจัดอาหารที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ อาหารที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคและการประกอบอาหารสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ (วันที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๖๒) วิทยากรมาบรรยายเกี่ยวกับการรับประทานอาหารของผู้สูงวัยที่มีจากการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายที่เสื่อมสลายลงมากกว่าสร้างเสริมเหมือนช่วงวัยอื่นๆ และการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวส่งผลกระทบกับการดำเนินชีวิตของผู้สูงอายุรวมทั้งเรื่องการรับประทานอาหาร เช่น ปัญหาสุขภาพช่องปาก การสูญเสียฟัน ฟันผุ รากฟันผุ เหงือกอักเสบ เป็นแผลในปาก ซึ่งอาการเหล่านี้ส่งผลต่อการเคี้ยวอาหารภายในปาก ทำให้รู้สึกเจ็บปวดเวลาทานอาหาร  วิทยากรได้บอกวิธีแก้ไข เช่น จัดเตรียมอาหารที่เคี้ยวง่าย เหมาะสมตามวัย และแนะนำให้ไปตรวจสุขภาพเหงือกและฟัน ทุก ๖ เดือน หลังรับประทานอาหารผู้สูงอายุควรแปรงฟันและบ้วนปาก ล้างฟันปลอม อีกอย่างก็คือความสามารถในการรับรสบนลิ้นที่เสื่อมถอยทำให้รับประทานอาหารไม่อร่อย ไม่อยากกินอาหาร มีปัญหาสุขภาพจิต รู้สึกเครียด วิตกกังวล กับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น มีปัญหาเกี่ยวกับระบบการย่อยและการดูดซึม ดังนั้น วิทยากรได้ยกตัวอย่างการจัดเตรียมอาหารที่ย่อยง่ายแต่มีคุณค่าครบถ้วน และสิ่งสำคัญที่สุดครอบครัว ลูกหลานควรหาเวลาว่างร่วมทานอาหารกับผู้สูงวัยบ่อยๆ เพื่อสร้างความสุขเพราะเมื่อลูกหลานร่วมทานอาหารร่วมกันจะทำให้ผู้สูงอายุรับประทานอาหารได้เพิ่มขึ้น และวิทยากรได้แนะนำหลักการจัดอาหารที่เหมาะสมกับผู้สูงวัยควรคำนึงถึงความปลอดภัยทางอาหารสูงสุด ตั้งแต่การปรุง การล้าง วัตถุดิบ การเก็บรักษา ต้องคำนึงถึงสุขอนามัยเป็นหลัก เพราะวัยนี้ติดเชื้อได้ง่าย สรุป กิจกรรมดังกล่าวสร้างความพึงพอใจให้กับผู้สูงวัยเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อวิทยากรสอบถาม ผู้สูงอายุตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า อยากมีสุขภาพที่แข็งแรง ดูอ่อนกว่าวัย และอยากมีอายุยืน ซึ่งปัจจัยที่วิทยากรได้บอกกล่าวก็คือ ถ้าอยากเป็นไปตามความต้องการก็คือ การทานอาหารที่ดีเหมาะสมกับวัย ควรหลีกเลี่ยงอาหารแบบไหนและวิทยากรได้บอกเคล็ดลับสู่การมีชีวิตที่ยืนยาว คือ อาหารผู้สูงอายุจะต้องเปลี่ยนรูปแบบไปจากเดิม เพื่อป้องกันโรคต่างๆ ทั้งมะเร็ง เบาหวาน ความดัน ที่มักรวมพลมาเยือนในวัยนี้ อาหารที่กินนั้นจึงจะต้องช่วย หยุดแก่ และหยุดป่วย
๕.กิจกรรมอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับหลักการใช้ยาที่ถูกต้องและปลอดภัย พฤติกรรมการใช้ยาที่ไม่ปลอดภัย ความเชื่อเรื่องการกินยา (วันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๒) วิทยากรบรรยายเกี่ยวกับการใช้ยาที่ถูกต้องและปลอดภัยโดยกล่าวว่า แม้ยาสามารถใช้รักษาทำให้ผู้ป่วยและร่างกายรู้สึกดีขึ้นได้แต่สิ่งสำคัญคือ ยาทุกชนิดไม่ว่าจะได้มาจากการจ่ายยาของแพทย์ หรือยาที่หาซื้อเองตามร้านขายยาล้วนแล้วแต่มีอันตรายเช่นเดียวกับที่มีคุณประโยชน์และแนะนำให้ผู้สูงอายุใช้ยาตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ ๑. ก่อนใช้ยาทุกครั้งต้องอ่านฉลากยาให้เข้าใจ อ่านให้ละเอียด และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ๒. ใช้ยาให้ตรงกับโรค โดยปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ เพราะจะทำให้ไม่เป็นอันตราย ๓. ใช้ยาให้ถูกวิธี เช่น ไม่แกะผงยาที่อยู่ในแคปซูลมาโรยแผล ยาชนิดที่ใช้ทาห้ามนำมารับประทาน เป็นต้น ๔. ใช้ยาให้ถูกกับบุคคล ควรใช้ยาให้ถูกกับสภาพของบุคคลเพราะร่างกายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ๕. ใช้ยาให้ถูกขนาด ควรใช้ยาตามขนาดที่แพทย์หรือเภสัชกรกำหนดไว้ เพราะถ้าใช้เกินขนาดอาจเกิดอันตรายต่อร่างกายหรือถ้าใช้น้อยไปอาจจะทำให้การรักษาโรคไม่ได้ผลดี ๖. ใช้ยาให้ถูกเวลา ยาแต่ละชนิดจะกำหนดระยะเวลาที่ใช้ไว้ เช่น กินก่อน กินหลังอาหาร
แต่อย่างไรก็ตามหลักที่สำคัญที่สุดเมื่อเกิดอาการเจ็บป่วยก็คือ ไปพบแพทย์เพื่อให้แพทย์วินิจฉัยว่าป่วยเป็นโรคอะไรและแพทย์ก็จะเป็นผู้สั่งยาที่เหมาะสมสำหรับโรคนั้นๆให้ใช้ต่อไป พฤติกรรมการใช้ยาอย่างไม่ปลอดภัยที่พบบ่อยในคนไทย  วิทยากรได้บรรยายถึงพฤติกรรมการใช้ยาของคนไทยที่พบบ่อยมาก คือ
๑. การปรับขนาดยาด้วยตนเอง จากความเชื่อที่ว่าการรับประทานยามากเกินไปทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกาย เมื่อโรคของผู้ป่วยไม่แสดงอาการหรืออาการมีแนวโน้มที่ดีขึ้น เช่น ในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง เมื่อสามารถควบคุมความดันโลหิตหรือไม่มีอาการแสดงของโรคผู้ป่วยจึงหยุดรับประทานยาด้วยตนเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ จึงส่งผลให้ผู้ป่วยไม่สามารถควบคุมความดันโลหิตสูงให้อยู่ในช่วงเป้าหมายได้ ๒. การนำยาของผู้อื่นมาใช้ ผู้ป่วยที่มีอาการใกล้เคียงกันจำเป็นต้องได้รับยาชนิดและขนาดเดียวกัน ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ดังกล่าวนำไปสู่การแบ่งปันยาให้ผู้อื่น ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายเช่น อาจจะมีการแพ้ยานั้นได้ ๓. ผู้ป่วยไม่พร้อมรับฟังคำอธิบายจากเภสัชกร พฤติกรรมนี้จะพบบ่อยในผู้ป่วยที่มารับบริการในโรงพยาบาลโดยผู้ป่วยมักจะมีความเร่งรีบในการเดินทางกลับโดยไม่สนใจในคำอธิบายการใช้ยาจากเภสัชกรและคิดว่าตนเองสามารถใช้ยาอย่างถูกต้องได้ จึงอาจส่งผลให้ผู้ป่วยไม่สามารถจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นจากการใช้ยาได้อย่างถูกต้อง ๔. การจัดเก็บยาในสภาวะที่ไม่เหมาะสม เมื่อผู้ป่วยได้รับยาจากสถานพยาบาลแล้วนำมาจัดเก็บในสภาวะที่ไม่เหมาะสม เช่น เก็บไว้ในที่ที่มีอากาศร้อนจัด ซึ่งการกระทำเช่นนี้จะทำให้ยานั้นไม่มีประสิทธิภาพในการรักษาโรคของผู้ป่วย ๕. การไม่ตรวจสอบวันหมดอายุของยา เมื่อผู้ป่วยได้รับยาจากสถานพยาบาลควรตรวจสอบวันหมดอายุการใช้งานของยานั้น โดยยาที่ผู้ป่วยได้รับควรมีวันหมดอายุอย่างน้อย ๖ เดือนถึง ๑ ปี หลังจากได้รับยา ๖. การลืมรับประทานยา ควรรับประทานยาให้ตรงเวลาตามฉลากยาเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากสำหรับผู้ป่วยโดยเฉพาะผู้ป่วย โรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง โรคไตวายเรื้อรัง
๗. การใช้ยาไม่ถูกต้อง ผู้ป่วยที่จำเป็นต้องใช้ยาเทคนิคพิเศษ เช่น ยาสูดพ่นทางปาก ยาฉีดอินซูลิน ยาแผ่นแปะ ซึ่งควรมีความเข้าใจในวิธีการใช้ยาอย่างถูกต้องเพื่อทำให้ได้รับยาอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพมากที่สุด ๘. การไม่นำยาที่ใช้เป็นประจำมาเพื่อตรวจสอบในระหว่างเข้ารับการรักษาตัวในสถานพยาบาล ผู้ป่วยที่ต้องใช้ยาโรคประจำตัวติดต่อกันทุกวันจำเป็นต้องนำยาดังกล่าวมาระหว่างรักษาตัวในโรงพยาบาลเพื่อให้เภสัชกรตรวจสอบระหว่างรักษาตัวในโรงพยาบาล ๙. ผู้ป่วยได้รับการรักษาจากหลายสถานพยาบาล อาจก่อให้เกิดการได้รับยาซ้ำซ้อน การได้รับยาที่เสริมฤทธิ์หรือทำให้ฤทธิ์ของยาอื่นลดลง ผู้ป่วยจึงต้องนำยาที่ได้รับอยู่เพื่อให้เภสัชกรตรวจสอบก่อนเข้าการรักษาในสถานพยาบาลอื่นความเชื่อของผู้ป่วยที่ว่า “การใช้ยามีประสิทธิภาพมากกว่าการป้องกันการเกิดโรค” ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมีความคิดว่าการได้รับยาจากสถานพยาบาล เพื่อการรักษาตนเองมีประสิทธิภาพมากกว่าการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันการเกิดโรค ซึ่งความเป็นจริงแล้วหากผู้ป่วยสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อป้องกันเพื่อป้องกันเกิดโรคในอนาคตมักมีประโยชน์มากกว่าการใช้ยารักษาโรค นอกจากนี้หากผู้ป่วยต้องใช้ยาเพื่อทำให้สามารถควบคุมโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

๖. กิจกรรมอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาจิตและปฏิบัติธรรมตามหลักศาสนา ความสำคัญของสุขภาพจิต วิธีดูแลสุขภาพจิต และคิดบวก การเสริมสร้างสุขภาพจิตในครอบครัว การทำสมาธิ การปฏิบัติตามหลักศาสนาในชีวิตประจำวัน (วันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๖๒) วิทยากรบรรยายและให้ความรู้ผู้สูงอายุเกี่ยวกับการพัฒนาจิตและการปฎิบัติตามหลักศาสนาว่าการพัฒนาจิตตามแนวทางของศาสนาจัดเป็นหลักจิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน ในมหาสติปัฏฐานสูตร คือการตั้งสติกำหนดพิจารณาให้รู้เห็นตามเป็นจริงว่า เป็นเพียงแต่จิต ไม่ใช่สัตว์ บุคคล ตัวตน เรา เขา คือมีสติอยู่พร้อมด้วยความรู้ชัดจิตของตนที่มีราคะ ไม่มีราคะ มีโทสะ ไม่มีโทสะ มีโมหะ ไม่มีโมหะ เศร้าหมองหรือผ่องแผ้ว ฟุ้งซ่านหรือสมาธิเป็นต้น และวิทยากรยังแนะนำการดูแลสุขภาพจิตให้ผ่อนคลายและหายเครียดด้วยดังนี้ ๑. ออกกำลังกายเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตนเอง นอกจากการออกกำลังกายทำให้ร่างกายของเราแข็งแรงแล้วยังส่งผลต่อสุขภาพทางจิตใจให้ดีตามไปอีกด้วย ๒. ฟังเพลงผ่อนคลายสมอง การหาเพลงสักเพลงที่เราชื่นชอบฟังแล้วรู้สึกผ่อนคลายไปกับมัน ถือเป็นวิธีที่สามารถช่วยให้เราหายเครียดไม่คิดมากได้วิธีหนึ่ง
๓. สร้างกำลังใจให้กับตนเอง ไม่มีใครจะรักเราได้เท่ากับตัวเราเอง การสร้างและให้กำลังใจกับตนเองจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่ทุกคนควรมีไม่ว่าจะเจออุปสรรคมากมายแค่ไหน ขอให้คิดไว้เสมอว่าชีวิตเรายังมีพรุ่งนี้ ยังไงทุกปัญหาย่อมมีทางแก้ไข ๔. ปลดปล่อย ระบายอารมณ์ออกมาบ้าง  หากเจอเรื่องที่ตัวเราเองคิดว่ามันแย่ที่สุดแล้วเท่าที่เคยเจอมาให้ปลดปล่อยและระบายออกมาบ้าง เพื่อเป็นการลดความเครียดจากตัวเอง ๕. หาเวลาว่างไปเที่ยวพักผ่อน หากมีเวลาว่างหรือวันหยุดควรออกไปพบเจอสิ่งใหม่ๆบ้าง เพื่อเป็นการให้เวลากับตัวเองเพื่อให้ได้พักผ่อนคลายความเครียดจากการทำงาน ช่วงบ่าย วิทยากร ได้ให้ผู้สูงอายุฝึกสมาธิเบื้องต้น เช่น การกราบบูชาพระรัตนตรัย สมาทานศีลห้า คุกเข่านั่งพับเพียบสบายๆ ให้ระลึกถึงความดีที่ได้กระทำไว้ในอดีตและที่จะตั้งใจทำต่อไปในอนาคต นั่งขัดสมาธิ โดยวิทยากรได้แนะนำให้ผู้สูงอายุฝึกอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำ ทำเรื่อยๆ ทำอย่างสบายๆไม่เร่ง ไม่บังคับ ทำได้แค่ไหนให้พอแค่นั้น ซึ่งจะเป็นการป้องกันมิให้เราเกิดความอยากจนเกินไป ย่อมจะทำให้เกิดความสุขได้พอสมควร

๗. กิจกรรมอบรมให้ความรู้เรื่องการดำรงชีวิตแบบสูงวัยที่มีคุณภาพเป้าหมายการมีชีวิตที่ดี และการดำรงชีวิตอย่างมีคุณค่าการเสริมสร้างเจตคติที่ดีของตนเอง/ความพึงพอใจต่อชีวิตและการปฏิบัติตนที่ดีต่อผู้อื่น การดูแลตนเองในวัยชราและยามเจ็บป่วย (วันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๖๒) วิทยากรได้ให้ความรู้เกี่ยวกับการดำรงชีวิตอย่างมีคุณค่าของผู้สูงอายุ ย่อมนำมาซึ่งความสุข ความมีชีวิตชีวา การเห็นคุณค่าและความภาคภูมิใจในตนเอง ยิ่งทุกวันนี้มีระบบสาธารณะสุขที่ดีขึ้น มีการดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น ทำให้ผู้คนมีอายุยืนยาวมากกว่าเดิม ส่งผลให้สังคมไทยเปลี่ยนแปลงจากสังคมวัยเยาว์สู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุ ฉะนั้นในเมื่อทุกวันนี้จะมีคนสูงอายุมากขึ้น  จึงไม่ควรปล่อยให้วันเวลาล่วงผ่านเป็นเพียงการเพิ่มความชราให้แก่ชีวิตแต่ควรเพิ่มความงดงามและคุณค่าให้แก่ชีวิตทั้งนี้ทั้งนั้นผู้สูงอายุก็ควรดูแลตนเองได้ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้ ๑. เลือกอาหาร  วัยนี้ร่างกายมีการใช้พลังงานน้อยลงจากกิจกรรมที่ลดลงจึงควรลดอาหารประเภทแป้งน้ำตาลและไขมันให้เน้นอาหารโปรตีนจากเนื้อสัตว์ ๒. ออกกำลังกาย หากไม่มีโรคประจำตัวแนะนำให้ออกกำลังกายแบบแอโรบิคสัก ๓๐ นาทีต่อครั้ง ทำให้ได้สัปดาห์ละ ๓-๔ ครั้ง จะเกิดประโยชน์ต่อหัวใจและหลอดเลือดอย่างมาก ๓. สัมผัสอากาศที่บริสุทธิ์ จะช่วยลดโอกาสการเกิดโรคได้ อาจเป็นสวนสาธารณะใกล้ๆหรือสถานที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก ๔. หลีกเลี่ยงอบายมุข  ได้แก่ บุหรี่และสุรา จะช่วยลดโอกาสการเกิดโรค หรือลดความรุนแรงของโรคได้ ทั้งลดค่าใช้จ่ายในการรักษาและยังช่วยป้องกันปัญหาอุบัติเหตุ อาชญากรรมต่างๆอันเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมในขณะนี้ ๕. ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ  เลือกกิจกรรมให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลและโรคที่เป็นอยู่ ๖. ควบคุมน้ำหนักตัวหรือลดความอ้วน  ควบคุมอาหารและออกกำลังกายจะช่วยทำให้เกิดความคล่องตัว ลดปัญหาการหกล้ม ๗. หลีกเลี่ยงการใช้ยาที่ไม่เหมาะสม เช่น การซื้อยากินเองใช้ยาร่วมกับผู้อื่น ๘. หมั่นสังเกตอาการผิดปกติต่างๆของร่างกาย เช่น คลำได้ก้อน มีปัญหาในการกลืนอาหาร น้ำหนักลด ถ้าเป็นแบบนี้ควรพบแพทย์โดยเร็วที่สุก ๙. ตรวจสุขภาพประจำปี แนะนำให้ตรวจสม่ำเสมอเป็นประจำทุกปี หรืออย่างน้อยทุก ๓ ปี
วิทยากรได้สรุปว่า เป็นที่ทราบอยู่แล้วว่า สัดส่วนประชากรสูงวัยของไทยกำลังเพิ่มขึ้นจำนวนมาก จนเป็น “สังคมผู้สูงวัย” บริบทของการเป็นผู้สูงวัยจากนี้ไปต่างไปจากก่อน จะมารอพึ่งลูกหลานหาเลี้ยงดูคงทำไม่ได้อีกแล้ว เพราะเด็กแรกเกิดและวัยทำงานจะเริ่มลดลง ฉะนั้นต้องเป็นผู้สูงอายุรุ่นใหม่ ซึ่งนอกจากต้องเป็นที่พึ่งทางจิตใจให้ลูกหลานเหมือนเดิมแล้ว ยังต้องพึ่งพาตัวเองให้มากที่สุด ด้วยร่างกายที่แข็งแรง จิตใจที่เข้มแข็ง และมีเงินออมที่เพียงพอต่อการดำรงชีพ

๘. กิจกรรมอบรมให้ความรู้ในเรื่องการจัดการในสภาวะวิกฤต สถานการณ์จำลองเหตุการณ์น้ำท่วมในหมู่บ้านและการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุในภาวะวิกฤต (วันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๒)   ช่วงเช้า วิทยากรได้บรรยายอบรมให้กับผู้สูงอายุในเรื่องการจัดการในสภาวะวิกฤต กรณีเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมในหมู่บ้าน โดยสัปดาห์ที่ผ่านมาวิทยากรได้สั่งให้คุณครูจิตอาสา สั่งการให้นักเรียนผู้สูงอายุแบ่งกลุ่มไม่เกิน ๑๐ คน ให้แต่ละกลุ่มจัดเตรียมวัตถุดิบในการทำอาหารที่หาได้จากวัตถุดิบที่บ้าน ห้ามซื้อหรือซื้อได้ในวงเงินไม่เกิน ๒๐ บาท เพื่อจำลองสถานการณ์เมื่อเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมในหมู่บ้าน เส้นทางการจราจรถูกตัดขาด ไม่สามารถเดินทางไปไหนได้ โดยวิทยากรสอนให้พึ่งพาตนเอง ไม่หวังพึ่งพาหน่วยงานและภาครัฐมากเกินไป และได้ให้แนวทางการปฏิบัติไว้ว่า ควรจัดเตรียมสิ่งของเครื่องใช้ที่ในการดำรงชีวิตขั้นพื้นฐานไว้ใกล้มือผู้สูงอายุ ดังนี้ ๑. น้ำและอาหาร ต้องเตรียมน้ำดื่มที่สะอาดพร้อมกับอาหารที่ย่อยง่ายและพอเพียงควรเตรียมไว้ไม่ต่ำกว่า ๒-๓ วัน เผื่อในกรณีที่ลูกหลานไม่สามารถหาไปหาเสบียงได้ ๒. ยารักษาโรค ต้องเตรียมทั้งยาสามัญประจำบ้านและยาประจำตัว ต้องสำรองให้ดี ๓. เครื่องนุ่งห่ม ต้องเตรียมสำรองเสื้อผ้าที่แห้งไว้ตลอดเวลา ๔. แสงสว่าง ต้องเตรียมไฟฉายพร้อมถ่านไว้ให้พร้อมเผื่อกรณีที่แสงสว่างพื้นฐานไม่เพียงพอ ไฟดับ ๕. การสื่อสาร หาวิทยุเพื่อให้ผู้สูงอายุได้ข่าวสารหรือความบันเทิงเพราะการอยู่ในเหตุการณ์น้ำท่วมอาจทำให้ผู้สูงอายุเครียดได้ ช่วงบ่าย วิทยากรได้แบ่งกลุ่มผู้สูงอายุตามที่จัดไว้ ร่วมทำอาหารโดยจำกัดวัตถุดิบและภาชนะที่ใช้ มีการช่วยเหลือคนละไม้คนละมือ และได้รับประทานอาหารร่วมกัน มีการแบ่งปันอาหารที่เหลือ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เป็นภาพที่น่าประทับใจและจากการสังเกตผู้สูงอายุมีความสุขมากๆ และอยากให้มีกิจกรรมแบบนี้บ่อยๆ สรุปจากการจำลองสถานการณ์ในครั้งนี้ วิทยากรได้สรุปให้ว่าคงไม่ใครอยากให้มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในหมู่บ้านของตน แต่เมื่อไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ สิ่งเดียวที่เราต้องทำ คือ การเตรียมความพร้อมในการแก้ปัญหา ในการป้องกัน กำจัด สร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้นด้วยตัวของเราเอง

๙.กิจกรรมอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ที่ผู้สูงอายุพึงได้รับตามพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. ๒๕๔๖ (วันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒) ช่วงเช้า วิทยากรได้ให้ความรู้เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ที่ผู้สูงอายุพึงได้รับตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เช่น สิทธิในการได้รับการบริการสาธารณสุขและสวัสดิการจากรัฐ  สิทธิในกระบวนยุติธรรม บทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการดำเนินการพัฒนาผู้สูงอายุ และสิทธิประโยชน์ต่างๆ พร้อมยกตัวอย่างประกอบ เช่น การรักษาพยาบาล การให้คำปรึกษาสุขภาพจิตและฟื้นฟูจิตใจ กรณีเจ็บป่วยฉุกเฉิน กีฬาผู้สูงอายุ เงินสงเคราะห์ การช่วยเหลือในด้านต่างๆ การซ่อมแซมปรับปรุงที่อยู่อาศัย จัดหางาน การฝึกอาชีพ  ทุนประกอบอาชีพ การรยกเว้นเข้าชมสถานที่ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ฯลฯ ช่วงบ่าย วิทยากรได้บรรยายเกี่ยวกับพระราชบัญญัติผู้สูงอายุพ.ศ. ๒๕๔๖ ผู้สูงอายุมีสิทธิได้รับการคุ้มครองการส่งเสริมและการสนับสนุนในด้านต่างๆ ดังนี้ ๑. การบริการทางการแพทย์และการสาธารณสุข ที่จัดไว้โดยให้ความสะดวกและรวดเร็วแก่ผู้สูงอายุเป็นกรณีพิเศษ
๒. การศึกษา การศาสนา และข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิต ๓. การประกอบอาชีพหรือฝึกอาชีพที่เหมาะสม ๔. การพัฒนาตนเองและการมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม การรวมกลุ่มในลักษณะเครือข่ายหรือชุมชน ๕. การอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยโดยตรงแก่ผู้สูงอายุ ในอาคารสถานที่ ยานพาหนะ หรือการบริการสาธารณะอื่น ๖. การช่วยเหลือด้านค่าโดยสาร ยานพาหนะตามความเหมาะสม ๗. การยกเว้นค่าเข้าชมสถานที่ของรัฐ ๘. การช่วยเหลือผู้สูงอายุซึ่งได้รับอันตรายจากการถูกทารุณกรรม หรือถูกแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบด้วยกฎหมายหรือถูกทอดทิ้ง ๙. การให้คำแนะนำปรึกษา ดำเนินการอื่นที่เกี่ยวข้องในทางคดี หรือในทางการแก้ไขปัญหาครอบครัว ๑๐. การจัดการที่พักอาศัยอาหารและเครื่องนุ่งห่มให้ตามความจำเป็นอย่างทั่วถึง ๑๑. การสงเคราะห์เบี้ยยังชีพตามความจำเป็นอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ๑๒. การอื่นตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด สรุป ก่อนการอบรม ผู้สูงอายุมีความรู้น้อยมากในเรื่องสิทธิประโยชน์ที่พึงได้รับตามสิทธิต่างๆ หลังจากวิทยากรได้บรรยายให้ทราบถึงสิทธิต่างๆ ผู้สูงอายุมีความรู้เพิ่มขึ้น และมีความพึงพอใจเป็นอย่างสูงที่ได้จัดหัวข้ออบรมในเรื่องดังกล่าว

๑๐. กิจกรรมอบรมให้ความรู้เรื่องกฎหมายสำคัญที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุ ความจำเป็นที่ผู้สูงอายุต้องรู้กฎหมาย การจัดการทรัพย์สิน การทำพินัยกรรม การทำสัญญาค้ำประกัน การทำสัญญาซื้อ-ขาย (วันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๖๒) ช่วงเช้า วิทยากรอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุ ซึ่งจะทำให้ผู้สูงอายุได้รับความเป็นธรรมในการดำรงชีวิต ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบในสังคม แต่เรื่องที่ได้รับความสนใจจากผู้สูงอายุมากที่สุดได้แก่การให้ที่ดินและบ้านแก่บุตรหลาน  สัญญาค้ำประกันและการทำพินัยกรรม ผู้สูงอายุจะตั้งคำถามว่า หากจะยกที่ดินและบ้านให้แก่บุตรหลานในระหว่างที่มีชีวิตอยู่หรือควรจะยกให้เป็นมรดก ซึ่งวิทยากรได้ให้คำตอบว่าควรยกให้ระหว่างที่มีชีวิตอยู่จะเป็นการดีกว่า เพราะลูกหลานจะได้แสดงความกตัญญู และตัดปัญหาข้อพิพาทได้ แต่ควรจะเว้นที่ดินไว้ส่วนหนึ่ง (ซึ่งภาษาชาวบ้านเรียกว่าดินผี) เผื่อเกิดกรณีผิดพลาดขึ้นได้ ช่วงบ่าย วิทยากรอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับ สัญญาค้ำประกัน  วิทยากรถามผู้สูงอายุว่า ท่านใดที่เคยทำสัญญาค้ำประกัน ขอให้ชูมือขึ้น ผลปรากฏว่ามีผู้สูงอายุหลายคนได้เคยค้ำประกันไว้ และได้อภิปรายร่วมกัน เปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุซักถามในด้านต่างๆ เช่น การเล่นแชร์ เงินกู้ต่างๆ ลูกหนี้ยืมเงินแล้วไม่จ่าย เข้ากองทุนออมทรัพย์ในหมู่บ้านโดนเบี้ยวทำอย่างไรได้บ้าง ฟ้องได้หรือไม่ ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้สูงอายุมาก กรณีที่ผู้สูงอายุให้ความสนใจมากที่สุด เช่น ลูกเอาที่ดินไปขายฝาก ทำอย่างไรให้ได้คืน ลูกเนรคุณยกสมบัติให้หมดไม่เลี้ยงดู จะฟ้องเอาทรัพย์สินคืนได้หรือไม่และกรณีพิพากเกี่ยวกับที่ดินข้างเคียง

๑๑.กิจกรรมอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ปัจจัยที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคมต่อการดำเนินชีวิต (วันที่๑๒ มิถุนายน ๒๕๖๒) ช่วงเช้า วิทยากรบรรยาย ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ๑. ปัจจัยภายใน ๑.๑ สิ่งแวดล้อมทางกายภาพสภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์ ลักษณะของพื้นที่ตลอดจนความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติเป็นปัจจัยที่ช่วยกำหนดการจัดระเบียบสภาพต่างๆในสังคม ๑.๒ การเปลี่ยนแปลงด้านประชากร การเปลี่ยนแปลงเรื่องขนาดและการกระจายของประชากรทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคม

  ๒.  ปัจจัยภายนอก ๒.๑ สังคมที่อยู่โดดเดี่ยวและสังคมที่มีการติดต่อสมาคมกับบุคคลหรือกลุ่มต่างๆบ่อยครั้ง จะทำให้มีการเปลี่ยนแปลงมากและรวดเร็วในทำนองเดียวกันสังคมที่อยู่โดดเดี่ยวจะมีการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม ๒.๒ โครงสร้างของสังคมและวัฒนธรรม สังคมที่มีการแข่งขันจะมีการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมมากกว่าสังคมที่มีแบบแผนหรือโครงสร้างของสังคมและวัฒนธรรมในแบบเดียวกัน ๒.๓ ทัศนคติและค่านิยมเฉพาะสังคม สังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอจะมีทัศนคติที่แตกต่างกันออกไป ทัศนคติและค่านิยมเป็นปัจจัยที่ช่วยให้ทราบว่าการเปลี่ยนแปลงจะมีโอกาสเกิดขึ้นได้มากน้อยเพียงไร เช่น ในสังคมที่ยึดมั่นขนบธรรมเนียมประเพณีดั้งเดิมจะเป็นสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงน้อยและช้ามาก ๒

ผลผลิตโครงการ

วัตถุประสงค์สถานการณ์เป้าหมายผลผลิตอธิบาย
1 เพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพกายและจิตใจของผู้สูงอายุ
ตัวชี้วัด : ผู้สูงอายุได้รับการดูแลสุขภาพกายและจิตใจ ร้อยละ 70
70.00 70.00

ผู้สูงอายุได้รับการดูแลสุขภาพกายและจิตใจ

2 เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านต่างๆของผู้สูงอายุ
ตัวชี้วัด : ผู้สูงอายุได้รับการส่งเสริมเรียนรู้ในด้านต่างๆ ร้อยละ 80
80.00 80.00

ผู้สูงอายุได้รับการส่งเสริมเรียนรู้ในด้านต่างๆ

3 เพื่อส่งเสริมการรวมกลุ่มของผู้สูงอายุในการทำกิจกรรมร่วมกัน
ตัวชี้วัด : ผู้สูงอายุได้รวมกลุ่มกันทำกิจกรรม ร้อยละ 90
90.00 90.00

ผู้สูงอายุได้รวมกลุ่มกันทำกิจกรรม

4 เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับผู้สูงอายุในปั้นปลายของชีวิต
ตัวชี้วัด : ผู้สูงอายุมีขวัญและกำลังใจในปั้นปลายของชีวิต ร้อยละ 100
100.00 100.00

ผู้สูงอายุมีขวัญและกำลังใจในปั้นปลายของชีวิต

ผู้เข้าร่วมโครงการ

กลุ่มเป้าหมายจำนวนที่วางไว้(คน)จำนวนที่เข้าร่วม(คน)
จำนวนกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด 90 90
กลุ่มเป้าหมายจำนวนที่วางไว้(คน)จำนวนที่เข้าร่วม(คน)
กลุ่มเป้าหมายจำแนกตามช่วงวัย
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน -
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน -
กลุ่มวัยทำงาน -
กลุ่มผู้สูงอายุ 90 90
กลุ่มเป้าหมายจำแนกกลุ่มเฉพาะ
กลุ่มหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอด -
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง -
กลุ่มคนพิการและทุพพลภาพ -
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง -
สำหรับการบริหารหรือพัฒนากองทุนฯ [ข้อ 10(4)] -

บทคัดย่อ*

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) เพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพกายและจิตใจของผู้สูงอายุ (2) เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านต่างๆของผู้สูงอายุ (3) เพื่อส่งเสริมการรวมกลุ่มของผู้สูงอายุในการทำกิจกรรมร่วมกัน (4) เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับผู้สูงอายุในปั้นปลายของชีวิต

ผลการดำเนินงานที่สำคัญ ได้แก่ (1) กิจกรรมการจัดอบบรมให้ความรู้

ข้อเสนอแนะ ได้แก่ (1) ...

หมายเหตุ *

  • บทคัดย่อ จะนำไปใส่ในส่วนบทคัดย่อของรายงานฉบับสมบูรณ์
  • หากต้องการใช้ค่าเริ่มต้นของบทคัดย่อ ให้ลบข้อความในช่องบทคัดย่อ ทั้งหมด แล้วกดปุ่ม Refresh

ปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ

ปัญหาและอุปสรรคสาเหตุข้อเสนอแนะ

 

 

 


โครงการส่งเสริมการเรียนรู้และส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ จังหวัด สงขลา

รหัสโครงการ 62-L8402-2-03

ได้ดำเนินกิจกรรมตามที่เสนอไว้เสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว

................................
( นายชิต ไชยรักษ์ )
ผู้รับผิดชอบโครงการ
......./............/.......

vertical_align_topไปบนสุด