โครงการวัยทำงานไม่เครียด ห่างไกลโรคซึมเศร้า
โครงการวัยทำงานไม่เครียด ห่างไกลโรคซึมเศร้า
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการวัยทำงานไม่เครียด ห่างไกลโรคซึมเศร้า | |
| รหัสโครงการ | 63-L4150-1-15 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชยะหา | |
| วันที่อนุมัติ | 4 มีนาคม 2563 | |
| ปี | 2563 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 16 มีนาคม 2563 - 24 สิงหาคม 2563 | |
| งบประมาณ | 13,600.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางสาวนูรอาเซียน อะโรม | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลยะหา อำเภอยะหา จังหวัดยะลา |
- ภาวะความเครียดสามารถเกิดได้ในทุกที่ทุกเวลาอาจจะเกิดจากปัจจัยภายนอกเช่น การเปลี่ยนงาน การว่างงาน มีปัญหาด้านสุขภาพ ปัญหาด้านครอบครัวเกิดการหย่าร้าง ความสัมพันธ์กับเพื่อน ภาวะเศรษฐกิจการเงิน เป็นต้น ส่งผลให้เกิดความเครียดสะสมต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานๆ และก ขนาด 115.00
ภาวะความเครียดสามารถเกิดได้ในทุกที่ทุกเวลาอาจจะเกิดจากปัจจัยภายนอกเช่น การเปลี่ยนงาน การว่างงาน มีปัญหาด้านสุขภาพ ปัญหาด้านครอบครัวเกิดหย่าร้าง ความสัมพันธ์กับเพื่อน ภาวะเศรษฐกิจการเงิน เป็นต้น ส่งผลให้เกิดความเครียดสะสมต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานๆ และก่อให้เกิดภาวะแยกตัว อยากอยู่คนเดียวไม่อยากพบเจอใครทำให้เกิดความทุกข์ทรมานด้านจิตใจและสุดท้าย จะทำให้ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าและนำไปสู่การทำร้ายตนเองและผู้อื่น ปัจจุบันโรคซึมเศร้า นับเป็นโรคหนึ่งที่สร้างความทุกข์ใจให้กับผู้ป่วย เพราะเมื่อเกิดขึ้นแล้ว จะทำให้หมดกำลังใจ ท้อแท้ในชีวิต ส่งผลให้ประสิทธธิภาพในการเรียนและการทำงานลดลง โรคซึมเศร้าเป็นโรคที่มีสาเหตุซับซ้อน เช่นปัจจัยทางพันธุกรรม ปัจจัยชีวภาพสมอง ปัจจัยทางจิตสังคมและปัจจัยทางบุคลิกภาพทีส่งผลต่อประสิทธิภาพในการคิด และตัดสินใจ และอาจนำมาซึ่งพฤติกรรมเสี่ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฆ่าตัวตาย ซึ่งเป็นสาเหตุการตายอันดับต้นๆ ในประเทศไทย หลายครั้งที่ผู้ป่วยที่มีโรคซึมเศร้าอาจมาพบแพทย์ด้วยอาการทางกาย เช้่น ปวดศรีษะ ปวดท้องเรื้อรัง หรือแาจมาด้วยผลกระทบที่เกิดขึ้นจากภาวะโรคซึมเศร้า เช่น ปัญหาการทำงาน ปัญหาความสัมพันธ์กับในครอบครัว และปัญหาอื่น ๆ จากข้อมูลในคลีนิกสุขภาพจิต รพร.ยะหา พบว่าภาวะเครียดและซึมเศร้าจะเกิดขึ้นมากในกลุ่มวัยทำงาน ดังนั้น คณะผู้จัดทำโครงการวัยทำงานไม่เครียด ห่างไกลโรคซึมเศร้า เพื่อเป็นการให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดการภาวะเครียดและโรคซึมเศร้ามีความรู้ความเข้าใจสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน
- ประชาชนวัยทำงานสามารถจัดการกับความเครียดได้ด้วยตนเอง
- ประชาชนวัยทำงานมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคซึมเศร้าได้มากขึ้น
- ประชาชนวัยทำงานเข้าถึงการรักษามากขึ้น
- 1. ผู้นำสันทนาการเป็นผู้นำทำกิจกรรมละลายพฤติกรรม เพื่อสร้างความผ่อนคลาย 2. ผู้นำกระบวนการการแลกเปลี่ยนเรียนรู้โดยดำเนินกิจกรรม ดังนี้ - กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องการสำรวจภาวะเครียดและซึมเศร้าโดยตนเอง - กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องกา
- ประชาชนกลุ่มเป้าหมายมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับภาวะเครียดและซึมเศร้า
- ประชานกลุ่มเป้าหมายมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อการป้องกันโรคเครียดและซึมเศร้า
- ประชาชนที่กลุ่มเป้าหมายเสี่ยงป่วยได้รับสามารถเข้าสู่ระบบการรักษาอย่างถูกต้องและต่อเนื่อง
- ประชาชนกลุ่มเป้าหมายสามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขปรับตัวกับสถานการณ์ต่างๆได้