กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

credit_score
แบบการติดตามประเมินผลการดำเนินกิจกรรมของโครงการ (Process Evaluation)
กิจกรรมระยะเวลาเป้าหมาย/วิธีการผลการดำเนินงานปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข
ตามแผนปฏิบัติจริงตามแผนปฏิบัติจริงตามแผนปฏิบัติจริง
1. อบรมให้ความรู้การเรื่องการคัดแยกขยะที่ต้นทาง/การจัดการขยะแบบ 3Rs/สาธิตการจัดทำถังขยะอินทรีย์ 1 มิ.ย. 2563 25 ก.ค. 2563

รายละเอียดกิจกรรม

  1. บรรยายให้ความรู้เรื่องการคัดแยกขยะที่ต้นทาง

  2. บรรยายให้ความรู้เรื่องการจัดการขยะแบบ 3Rs

  3. สอน/สาธิตการจัดทำถังขยะอินทรีย์หรือขยะเปียกในครัวเรือนและโรงเรียน

เป้าหมาย

  • นักเรียนป.1 – ป.6จำนวน87คน
  • ผู้ปกครอง จำนวน30คน
  • ครู จำนวน9คน

รวมจำนวน126คน

งบประมาณ

  • ค่าอาหารกลางวันสำหรับผู้เข้าร่วมโครงการและผู้สังเกตการณ์ (จัดกิจกรรมวันเสาร์-อาทิตย์) จำนวน 126 คนๆละ 1 มื้อๆละ 65 บาท เป็นเงิน 8,190 บาท
  • ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าร่วมโครงการและผู้สังเกตการณ์จำนวน 126 คนๆละ 2 มื้อๆละ 25 บาท เป็นเงิน 6,300 บาท
  • ค่าป้ายไวนิลโครงการ ขนาด 1.5x3 เมตรเป็นเงิน 675 บาท
  • ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 5 ชั่วโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน 3,000 บาท
  • ค่าวัสดุสำหรับทำถังขยะอินทรีย์
  1. ถังใบใหญ่จำนวน 30 ใบๆละ 160 บาท เป็นเงิน 4,800 บาท

  2. ถังใบเล็กจำนวน 30 ใบๆละ 110 บาท เป็นเงิน 3,300 บาท

  3. ตะกร้าจำนวน 30 ใบๆละ 65 บาท เป็นเงิน 1,950 บาท

รวมเงิน 28,215 บาท

กิจกรรมอบรมให้ความรู้การเรื่องการคัดแยกขยะที่ต้นทาง/การจัดการขยะแบบ 3Rs/สาธิตการจัดทำถังขยะอินทรีย์ แก่นักเรียนและผู้ปกครอง

เป้าหมาย

  • นักเรียน  ป.1 – ป.6  จำนวน  87  คน

  • ผู้ปกครอง  จำนวน  30  คน

  • ครู  จำนวน  9  คน

รวม จำนวน 126 คน

รายละเอียดกิจกรรม

  1. บรรยายให้ความรู้เรื่องการคัดแยกขยะที่ต้นทาง

  2. บรรยายให้ความรู้เรื่องการจัดการขยะแบบ 3Rs

  3. สอน/สาธิตการจัดทำถังขยะอินทรีย์ในครัวเรือนและโรงเรียน

-

กิจกรรมที่ ๑ อบรมให้ความรู้เรื่องการคัดแยกขยะที่ต้นทาง/การจัดการขยะแบบ๓Rs/สาธิตการจัดทำถังขยะอินทรีย์แก่นักเรียนและผู้ปกครอง โรงเรียนได้ดำเนินการจัดการอบรมโดยเชิญวิทยากรมาให้ความรู้เรื่องการคัดแยกขยะที่ต้นทาง  การจัดการขยะแบบ๓Rsและสาธิตการจัดทำถังขยะอินทรีย์แก่นักเรียนและผู้ปกครอง โดยมีเป้าหมาย นักเรียน ป.๑ – ป.๖ จำนวน ๘๗ คน ผู้ปกครอง จำนวน ๓๐ คน ครู จำนวน ๙ คน รวมจำนวน ๑๒๖ คน และตัวชี้วัดความสำเร็จ ร้อยละ ๘๐ ของนักเรียนและผู้ปกครอง มีความรู้เกี่ยวกับการคัดแยกขยะที่ต้นทาง การจัดการขยะแบบ ๓Rs และร้อยละ ๔๐ ของครัวเรือน โรงเรียน มีการจัดทำถังขยะอินทรีย์ พบว่า ผลจากการทดสอบความรู้ก่อนการอบรม คิดเป็นร้อยละ ๗๐.๐๙ และผลจากการทดสอบความรู้หลังการอบรม คิดเป็นร้อยละ ๘๗.๑๗ จำนวนครัวเรือนและโรงเรียนมีการจัดทำถังขยะอินทรีย์ คิดเป็นร้อยละ ๔๗.๓๐ ทางโรงเรียนได้สำรวจความพึงพอใจเพิ่มเติม พบว่าคะแนนความพึงพอใจในกิจกรรมมีค่าเฉลี่ย ๘๘.๘๓ เมื่อพิจารณารายละเอียดของแบบประเมินรายข้อ พบว่า ความรู้ที่ได้รับจากหัวข้อการจัดการขยะแบบ ๓Rs มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ๙๔.๑๓ รองลงมาคือ ความรู้ที่ได้รับจากหัวข้อการคัดแยกขยะที่ต้นทาง มีค่าเฉลี่ย ๙๑.๔๓ ส่วนความรู้ที่ได้รับจากหัวข้อสาธิตการจัดทำถังขยะอินทรีย์ มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด ๘๖.๐๓

-

2. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการคัดแยกขยะของนักเรียน 1 มิ.ย. 2563 3 ส.ค. 2563

รายละเอียดกิจกรรม

  1. การจัดการตามหลัก 3Rs ได้แก่
  • Reduce คือ ลดการใช้ การบริโภคทรัพยากรที่ไม่จำเป็นลง ลดการก่อให้เกิดขยะ

  • Reuse คือ การใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าที่สุด โดยการนำสิ่งของเครื่องใช้มาใช้

  • Recycle คือ การนำสิ่งของที่ใช้ประโยชน์ในรูปแบบเดิมไม่ได้แล้ว หรือเรียกอีกอย่างว่าเป็นขยะ นำไปจัดการด้วยกระบวนการต่างๆ แล้วแปรรูปมาเป็นสิ่งใหม่ จากนั้นก็นำกลับมาใช้ใหม่

    1. โรงเรียนสนับสนุนการจัดกิจกรรม โดยการนำขยะมาผลิตเป็นสื่อการเรียนการสอน และนำเสนอผลงาน จำนวน5ชนิด
  1. นำขยะที่เหลือใช้มาจัดทำป้ายนิเทศเกี่ยวกับการรณรงค์ทิ้งขยะให้ถูกต้องตามหลักสุขาภิบาล และการนำขยะกลับมาใช้ประโยชน์จำนวน2ป้าย

    1. จัดกิจกรรมประกวดขยะ โดยให้นักเรียนประดิษฐ์จากเศษวัสดุที่เหลือใช้
  2. การคัดแยกขยะตามประเภทขยะ

    2.1. รณรงค์ให้นักเรียนคัดแยกขยะแต่ละประเภท ลงในภาชนะรองรับขยะที่จัดเตรียมไว้ ดังนี้
  • ขยะทั่วไป (ถังสีน้ำเงิน) ได้แก่ ถุงพลาสติกใส่อาหาร ซองขนม ซองบะหมี่ ทิชชู กล่องอาหาร แก้วกระดาษ เป็นต้น อาจจะนำมาทำเป็นสิ่งประดิษฐ์ หรือส่งให้หน่วยงานที่รับผิดชอบกำจัดต่อไป

  • ขยะย่อยสลายได้ (ถังสีเขียว)ได้แก่ เศษอาหาร เปลือกผลไม้ เศษผัก เศษเนื้อสัตว์ เป็นต้น โดยหลังรับประทานอาหารกลางวัน ให้นักเรียนนำเศษอาหารที่เหลือมาเททิ้งในถังขยะอินทรีย์ ซึ่งสามารถนำมาทำเป็นอาหารสัตว์ ปุ๋ยหมัก น้ำหมักชีวภาพ เป็นต้น

  • ขยะรีไซเคิล (ถังสีเหลือง) ได้แก่ ขวด แก้วพลาสติกเศษแก้ว กระป๋องน้ำอัดลม น้ำผลไม้ ขวดแก้ว เศษกระดาษ กล่องเครื่องดื่ม เป็นต้น ซึ่งสามารถนำมาทำเป็นสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ

  • ขยะอันตราย (ถังสีแดง) ได้แก่ ภาชนะบรรจุสารอันตราย เช่น น้ำยาทำความสะอาด ยาฆ่าแมลง ทินเนอร์ ยาหมดอายุ เครื่องสำอาง เป็นต้น โดยจะเก็บรวบรวมขยะอันตรายจากโรงเรียนและบ้านเรือนของนักเรียน แล้วส่งต่อขยะอันตรายไปยัง อบต. เพื่อส่งกำจัดต่อไป

2.2. ประชุมสร้างแกนนำนักเรียน และแกนนำผู้ปกครองนักเรียนเพื่อดำเนินการควบคุม กำกับดูแล และตรวจประเมินผลในการดำเนินกิจกรรม จำนวน ๑ ครั้ง

2.3 ติดตามผลการดำเนินงาน และตรวจประเมินพฤติกรรมการคัดแยกขยะของนักเรียน โดยแกนนำนักเรียน และแกนนำผู้ปกครองนักเรียน

2.4 ครู แกนนำนักเรียน ผู้นำชุมชน และแกนนำผู้ปกครอง ประชุมร่วมกันกำหนดมาตรการในการควบคุมป้องกันโรคในท้องถิ่น และการจัดการขยะ อย่างน้อย ๕ มาตรการ เพื่อใช้ในโรงเรียนและชุมชน

เป้าหมาย

  • นักเรียนป.1 – ป.6จำนวน87คน
  • ผู้ปกครอง จำนวน30คน
  • ครู จำนวน9คน
  • แกนนำนักเรียน จำนวน 20 คน
  • แกนนำชุมชนจำนวน 10 คน

งบประมาณ

  • ค่าตอบแทนวิทยากรจำนวน 5 ชั่วโมงๆ ละ 600 บาทเป็นเงิน3,000 บาท

ค่าวัสดุผลิตนกเพนกวินน้อยนับเลข

  1. ช้อนสีขาวที่ใช้แล้วจำนวน 100 อัน

  2. กระดาษโปสเตอร์สีหน้าเดียวหนาสีดำ จำนวน 6 แผ่นๆ ละ 10 บาท เป็นเงิน 60 บาท

  3. กระดาษโปสเตอร์สีสองหน้าสีส้ม จำนวน 6 แผ่นๆ ละ 6 บาทเป็นเงิน 36 บาท

  4. ตาปลอมจำนวน 10 ถุงๆ ละ12 บาทเป็นเงิน120 บาท

  5. ปืนยิงกาว จำนวน 6 อันๆ ละ 175 บาทเป็นเงิน1,050 บาท

  6. กาวปืน จำนวน 2 ถุงๆละ 280 บาท เป็นเงิน560บาท

ค่าวัสดุผลิตกลางวัน กลางคืนจากจานกระดาษ

  1. จานกระดาษที่ใช้แล้วจำนวน 100 ใบ

  2. เป็ก จำนวน 10 กล่องๆละ 6 บาทเป็นเงิน 60 บาท

  3. สีอะคริลิก จำนวน30ขวดๆ ละ 70 บาทเป็นเงิน2,100 บาท

  4. พู่กัน เบอร์ 7 จำนวน 6โหลๆละ260บาทเป็นเงิน 1,560 บาท

  5. พู่กัน เบอร์ 4 จำนวน 6 โหลๆละ190บาทเป็นเงิน 1,140 บาท

ค่าวัสดุผลิตหมึกจากแก้วกระดาษ

  1. แก้วกระดาษที่ใช้แล้ว จำนวน 100 ใบ

  2. กระดาษโปสเตอร์สีสองหน้า จำนวน 5 โหลๆ ละ 60 บาท เป็นเงิน300 บาท

  3. ลวดกำมะหยี่ จำนวน 20 ถุงๆ ละ 15 บาทเป็นเงิน 300 บาท

  4. กาวลาเท็กซ์ จำนวน 5 ขวดๆ ละ65บาท เป็นเงิน 325 บาท

  5. กรรไกรจำนวน 50 อันๆละ 45 บาท เป็นเงิน 2,250 บาท

  6. เชือกขาวแดง จำนวน 5 ม้วนๆละ60 บาทเป็นเงิน300 บาท

ค่าวัสดุผลิตดอกไม้จากฝาขวด

  1. ฝาขวดน้ำที่เหลือใช้ จำนวน 200 ฝา

  2. หลอดกาแฟ จำนวน20 หลอด

  3. กระดาษขาวเทา เอ 4 จำนวน 3 รีมๆ ละ 65 บาท เป็นเงิน 195 บาท

ค่าวัสดุผลิตกระถางต้นไม้จากขวดน้ำอัดลม

  1. ขวดน้ำอัดลมที่ใช้แล้วจำนวน100ขวด

  2. สีสเปรย์จำนวน 20 กระป๋องๆ ละ70 บาทเป็นเงิน1,400 บาท

  3. ปากกาเคมี จำนวน 5 โหลๆ ละ 180บาท เป็นเงิน 900 บาท

ค่าวัสดุจัดทำป้ายนิเทศ

  1. ถุงนมที่ใช้แล้วจำนวน300ชิ้น

  2. ฝาขวดที่ไม่ใช้แล้วจำนวน 100 ฝา

  3. หลอดกาแฟที่ใช้แล้ว จำนวน 200 หลอด

  4. สีไม้แท่งสั้นที่ใช้ไม่ได้แล้วจำนวน 100 แท่ง

  5. กาวลาเท็กซ์จำนวน 2ขวดๆละ65 บาทเป็นเงิน 130 บาท

ประชุมสร้างแกนนำนักเรียน และแกนนำผู้ปกครอง

  • ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 59 คนๆละ 1 มื้อๆละ 25 บาท เป็นเงิน 1,475 บาท

ประชุมครู แกนนำนักเรียน ผู้นำชุมชน และแกนนำผู้ปกครองร่วมกันกำหนดมาตรการ

  • ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 69 คนๆละ 1 มื้อๆละ 25 บาท เป็นเงิน 1,725 บาท

รวมเป็นเงิน 18,986 บาท

กิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการคัดแยกขยะของนักเรียน

เป้าหมาย

  • นักเรียน ป.1 – ป.6 จำนวน 87 คน

  • ผู้ปกครอง  จำนวน 30 คน

  • ครู      จำนวน 9 คน

  • แกนนำนักเรียน จำนวน 20 คน

  • แกนนำชุมชน  จำนวน 10 คน

รายละเอียดกิจกรรม

2.1 การจัดการตามหลัก 3Rs ได้แก่

  • Reduce คือ ลดการใช้ การบริโภคทรัพยากรที่ไม่จำเป็นลง ลดการก่อให้เกิดขยะ

  • Reuse คือ การใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าที่สุด โดยการนำสิ่งของเครื่องใช้มาใช้

  • Recycle คือ การนำสิ่งของที่ใช้ประโยชน์ในรูปแบบเดิมไม่ได้แล้ว หรือเรียกอีกอย่างว่าเป็นขยะ นำไปจัดการด้วยกระบวนการต่างๆ แล้วแปรรูปมาเป็นสิ่งใหม่ จากนั้นก็นำกลับมาใช้ใหม่

  1.) โรงเรียนสนับสนุนการจัดกิจกรรม โดยการนำขยะมาผลิตเป็นสื่อการเรียนการสอน และนำเสนอผลงาน จำนวน 5 ชนิด

  2.) นำขยะที่เหลือใช้มาจัดทำป้ายนิเทศเกี่ยวกับการรณรงค์ทิ้งขยะให้ถูกต้องตามหลักสุขาภิบาล และการนำขยะกลับมาใช้ประโยชน์ จำนวน 2 ป้าย

  3.) จัดกิจกรรมประกวดขยะ โดยให้นักเรียนประดิษฐ์จากเศษวัสดุที่เหลือใช้
2.2 การคัดแยกขยะตามประเภทขยะ

  1.) รณรงค์ให้นักเรียนคัดแยกขยะแต่ละประเภท ลงในภาชนะรองรับขยะที่จัดเตรียมไว้ ดังนี้

    - ขยะทั่วไป (ถังสีน้ำเงิน) ได้แก่ ถุงพลาสติกใส่อาหาร ซองขนม ซองบะหมี่ ทิชชู กล่องอาหาร แก้วกระดาษ เป็นต้น อาจจะนำมาทำเป็นสิ่งประดิษฐ์ หรือส่งให้หน่วยงานที่รับผิดชอบกำจัดต่อไป

    - ขยะย่อยสลายได้ (ถังสีเขียว) ได้แก่ เศษอาหาร เปลือกผลไม้ เศษผัก เศษเนื้อสัตว์ เป็นต้น โดยหลังรับประทานอาหารกลางวัน ให้นักเรียนนำเศษอาหารที่เหลือมาเททิ้งในถังขยะอินทรีย์ ซึ่งสามารถนำมาทำเป็นอาหารสัตว์ ปุ๋ยหมัก น้ำหมักชีวภาพ เป็นต้น

    - ขยะรีไซเคิล (ถังสีเหลือง) ได้แก่ ขวด แก้วพลาสติก เศษแก้ว กระป๋องน้ำอัดลม น้ำผลไม้ ขวดแก้ว เศษกระดาษ กล่องเครื่องดื่ม เป็นต้น ซึ่งสามารถนำมาทำเป็นสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ

    - ขยะอันตราย (ถังสีแดง) ได้แก่ ภาชนะบรรจุสารอันตราย เช่น น้ำยาทำความสะอาด ยาฆ่าแมลง ทินเนอร์ ยาหมดอายุ เครื่องสำอาง เป็นต้น โดยจะเก็บรวบรวมขยะอันตรายจากโรงเรียนและบ้านเรือนของนักเรียน แล้วส่งต่อขยะอันตรายไปยัง อบต. เพื่อส่งกำจัดต่อไป

2.3 ประชุมสร้างแกนนำนักเรียน และแกนนำผู้ปกครองนักเรียนเพื่อดำเนินการควบคุม กำกับดูแล และตรวจประเมินผลในการดำเนินกิจกรรม จำนวน ๑ ครั้ง

2.4 ติดตามผลการดำเนินงาน และตรวจประเมินพฤติกรรมการคัดแยกขยะของนักเรียน โดยแกนนำนักเรียน และแกนนำผู้ปกครองนักเรียน

2.5 ครู แกนนำนักเรียน ผู้นำชุมชน และแกนนำผู้ปกครอง ประชุมร่วมกันกำหนดมาตรการในการควบคุมป้องกันโรคในท้องถิ่น และการจัดการขยะ อย่างน้อย ๕ มาตรการ เพื่อใช้ในโรงเรียนและชุมชน

-

กิจกรรมที่ ๒ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการคัดแยกขยะ

๒.๑ การจัดการขยะตามหลัก ๓Rs ได้แก่

  - Reduce คือ ลดการใช้ การบริโภคทรัพยากรที่ไม่จำเป็นลง ลดการก่อให้เกิดขยะ

  - Reuse คือ การใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าที่สุด โดยการนำสิ่งของเครื่องใช้มาใช้ซ้ำ

  - Recycle คือ การนำสิ่งของที่ใช้ประโยชน์ในรูปแบบเดิมไม่ได้แล้ว หรือเรียกอีกอย่างว่าเป็นขยะ นำไปจัดการด้ยกระบวนการต่าง ๆ แล้วแปรรูปมาเป็นสิ่งใหม่ จากนั้นก็นำกลับมาใช้ใหม่

๒.๑.๑ โรงเรียนสนับสนุนการจัดกิจกรรม โดยการนำขยะมาผลิตเป็นสื่อการเรียนการสอน และนำเสนอผลงาน จำนวน ๕ ชนิด คือ

๑. เพนกวินน้อยนับเลข นำช้อนที่ใข้แล้วมาผลิตเป็นนกเพนกวินเพื่อใช้ในวิชาคณิตศาสตร์สอนให้นักเรียนรู้จักการนับ พบว่า คะแนนความพึงพอใจในกิจกรรมมีค่าเฉลี่ย ๙๐.๖๙ เมื่อพิจารณารายละเอียดของแบบประเมินรายข้อ พบว่า ทักษะและประสบการณ์ที่ได้รับจากการร่วมกิจกรรม มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ๙๔.๗๑ รองลงมาคือความรู้ที่ได้รับจากผลิตนกเพนกวินน้อยนับเลขและควรจัดกิจกรรมนี้ในปีต่อไป มีค่าเฉลี่ย ๙๔.๔๘ ส่วนระยะเวลาในการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด ๘๒.๕๓

๒. กลางวันกลางคืนจากจานกระดาษ นำจานกระดาษที่ใช้แล้วมาผลิตให้เป็นกลางวันกลางคืน เพื่อใช้สอนในวิชาวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการเกิดและความแตกต่างระหว่างกลางวันกลางคืน พบว่า คะแนนความพึงพอใจในกิจกรรมมีค่าเฉลี่ย ๙๑.๙๓ เมื่อพิจารณารายละเอียดของแบบประเมินรายข้อ พบว่า รูปแบบของกิจกรรมที่จัดและประโยชน์ที่ได้รับจากกิจกรรม มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ๙๕.๑๗ รองลงมาคือสถานที่ในการจัดกิจกรรมและนักเรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรม มีค่าเฉลี่ย ๙๔.๔๘ ส่วนระยะเวลาในการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด ๘๖.๒๑

๓. หมึกจากแก้วกระดาษ นำแก้วกระดาษสำหรับดื่มกาแฟที่ใช้แล้วมาผลิตเป็นหมึกที่มีสีสันสวยงามใช้ในการสอนวิชาศิลปะและการงานพื้นฐานอาชีพ พบว่า คะแนนความพึงพอใจในกิจกรรมมีค่าเฉลี่ย ๙๓.๓๕ เมื่อพิจารณารายละเอียดของแบบประเมินรายข้อ พบว่า ทักษะและประสบการณ์ที่ได้รับจากการร่วมกิจกรรมและประโยชน์ที่ได้รับจากกิจกรรม มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ๙๕.๘๖ รองลงมาคือสถานที่ในการจัดกิจกรรมและรูปแบบของกิจกรรม มีค่าเฉลี่ย ๙๕.๑๗ ส่วนวัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ในการฝึกอบรม มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด ๘๖.๙๐

๔. ดอกไม้จากฝาขวด นำฝาขวดน้ำดื่มหรือฝาขวดน้ำอัดลมมาผลิตเป็นดอกไม้ ให้นักเรียนได้รู้จักการประดิษฐ์สิ่งของต่าง ๆ เพื่อใช้ในวิชาการงานพื้นฐานอาชีพ พบว่า คะแนนความพึงพอใจในกิจกรรมมีค่าเฉลี่ย ๙๒.๘๒ เมื่อพิจารณารายละเอียดของแบบประเมินรายข้อ พบว่า ทักษะและประสบการณ์ที่ได้รับจากการร่วมกิจกรรม มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ๙๖.๕๕ รองลงมาคือสถานที่ในการจัดกิจกรรม มีค่าเฉลี่ย ๙๕.๘๖ ส่วนวิทยากรให้ความรู้ คำแนะนำได้เป็นอย่างดี มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด ๘๙.๖๖

๕. กระถางต้นไม้จากขวดน้ำอัดลม นำขวดน้ำอัดลมมาตัดให้เป็นรูปสัตว์ ตกแต่งให้สวยงามเพื่อใช้สำหรับการปลูกดอกไม้ในวิชาการงานพื้นฐานอาชีพ พบว่า คะแนนความพึงพอใจในกิจกรรมมีค่าเฉลี่ย ๙๓.๐๘ เมื่อพิจารณารายละเอียดของแบบประเมินรายข้อ พบว่า สถานที่ในการจัดกิจกรรม มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ๙๗.๙๓ รองลงมาคือ รูปแบบของกิจกรรมที่จัด มีค่าเฉลี่ย ๙๕.๑๗ ส่วนทักษะและประสบการณ์ที่ได้รับจากการร่วมกิจกรรม มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด ๙๐.๑๑

๒.๑.๒ นำขยะที่เหลือใช้มาจัดทำป้ายนิเทศเกี่ยวกับการรณรงค์ทิ้งขยะให้ถูกต้องตามหลักสุขาภิบาล และการนำขยะกลับมาใช้ประโยชน์ พบว่า คะแนนความพึงพอใจในกิจกรรมมีค่าเฉลี่ย ๘๘.๖๒ เมื่อพิจารณารายละเอียดของแบบประเมินรายข้อ พบว่า สถานที่ในการจัดป้ายนิเทศ มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ๙๐.๓๔ รองลงมาคือ ความรู้ที่ได้รับจากการจัดป้ายนิเทศ มีค่าเฉลี่ย ๘๙.๖๖ ส่วนระยะเวลาในการจัดป้ายนิเทศมีความเหมาะสม มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด ๘๖.๙๐

๒.๑.๓ จัดกิจกรรมประกวดขยะ โดยให้นักเรียนประดิษฐ์จากวัสดุที่เหลือใช้ พบว่า คะแนนความพึงพอใจในกิจกรรมมีค่าเฉลี่ย ๙๑.๕๘ เมื่อพิจารณารายละเอียดของแบบประเมินรายข้อ พบว่า สถานที่ในการจัดกิจกรรมและความสนุกสนานจากการร่วมกิจกรรม มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ๙๓.๗๙ รองลงมาคือ ประโยชน์ที่ได้รับจากกิจกรรมและนักเรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรม มีค่าเฉลี่ย ๙๒.๔๑ ส่วนระยะเวลาในการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด ๘๗.๕๙

๒.๒ การคัดแยกขยะตามประเภท

  ๒.๒.๑ รณรงค์ให้นักเรียนคัดแยกขยะแต่ละประเภท ลงในภาชนะรองรับขยะที่จัดเตรียมไว้ ดังนี้

  • ขยะทั่วไป (ถังสีน้ำเงิน) ได้แก่ ถุงพลาสติกใส่อาหาร ซองขนม ซองบะหมี่ ทิชชู กล่องอาหาร แก้วกระดาษ เป็นต้น อาจจะนำมาทำเป็นสิ่งประดิษฐ์ หรือส่งให้หน่วยที่รับผิดชอบกำจัดต่อไป

  • ขยะย่อยสลาย (ถังสีเขียว) ได้แก่ เศษอาหาร เปลือกผลไม้ เศษผัก เศษเนื้อสัตว์ เป็นต้น โดยหลังรับประทานอาหารกลางวัน ให้นักเรียนนำเศษอาหารที่เหลือมาเททิ้งในถังขยะอินทรีย์ ซึ่งนำมาทำเป็นอาหารสัตว์ ปุ๋ยหมัก น้ำหมักชีวภาพ เป็นต้น

  • ขยะรีไซเคิล (ถังสีเหลือง) ได้แก่ ขวด แก้วพลาสติก เศษแก้ว กระป๋องน้ำอัดลม น้ำผลไม้ ขวดแก้ว เศษกระดาษ กล่องเครื่องดื่ม เป็นต้น ซึ่งสามารถนำมาทำเป็นสิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ

  • ขยะอันตราย (ถังสีแดง) ได้แก่ ภาชนะบรรจุสารอันตราย เช่น น้ำยาทำความสะอาด ยาฆ่าแมลง ทินเนอร์ ยาหมดอายุ เครื่องสำอาง เป็นต้น โดยจะเก็บรวบรวมขยะอันตรายจากโรงเรียนและบ้านเรือนของนักเรียน แล้วส่งต่อขยะอันตรายไปยังองค์การบริหารส่วนตำบลเพื่อกำจัดต่อไป

    จากผลการดำเนินงาน พบว่านักเรียนมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการคัดแยกขยะและคัดแยกขยะแต่ละประเภท ลงในภาชนะรองรับขยะที่จัดเตรียมได้ถูกต้องตามหลักสุขาภิบาลเพิ่มขึ้นร้อยละ ๘๘.๗๖

๒.๓ สร้างแกนนำนักเรียน และแกนนำผู้ปกครองนักเรียนเพื่อดำเนินการควบคุม กำกับดูแล และตรวจประเมินผลในการดำเนินกิจกรรม จำนวน ๑ ครั้ง พบว่า มีแกนนำสุขภาพนักเรียนและแกนนำสุขภาพผู้ปกครองเกิดขึ้น จำนวน ๔ กลุ่ม และมีการดำเนินกิจกรรมเป็นปัจจุบัน นอกจากนี้ได้ประเมินความพึงพอใจเพิ่มเติม คะแนนความพึงพอใจในกิจกรรมมีค่าเฉลี่ย ๙๑.๐๒ เมื่อพิจารณารายละเอียดของแบบประเมินรายข้อ พบว่า สถานที่ในการจัดกิจกรรม มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ๙๓.๙๐ รองลงมาคือ ความเหมาะสมของอาหาร อาหารว่าง เครื่องดื่ม มีค่าเฉลี่ย ๙๓.๕๖ ส่วนความรู้ที่ได้รับจากการสร้างแกนนำ มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด ๘๔.๗๕

๒.๔ ติดตามผลการดำเนินงาน และตรวจประเมินพฤติกรรมการคัดแยกขยะของนักเรียน โดยแกนนำนักเรียนและแกนนำผู้ปกครองนักเรียน พบว่าจากผลการดำเนินงานปรับเปลี่ยนการคัดแยกขยะของนักเรียน มีการจัดกิจกรรมการจัดการขยะตามหลัก ๓Rs การนำขยะมาผลิตเป็นสื่อการเรียนการสอน ขยะที่เหลือใช้มาจัดทำป้ายนิเทศ จัดกิจกรรมประกวดขยะ มีการคัดแยกขยะตามประเภทของขยะ มีการสร้างแกนนำและติดตามผลการดำเนินงาน จากการสอบถามพฤติกรรมของนักเรียนในการคัดแยกขยะ พบว่า นักเรียนร้อยละ ๘๘.๗๖ มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการคัดแยกขยะ และคัดแยกขยะได้ถูกต้องตามหลักสุขาภิบาลเพิ่มขึ้น และผลจากการสำรวจการจัดทำถังขยะอินทรีย์ของครัวเรือนนักเรียนและโรงเรียน พบว่า ร้อยละ ๔๗.๓๐ มีการจัดทำถังขยะอินทรีย์เพิ่มขึ้น

๒.๕ ครู แกนนำนักเรียน ผู้นำชุมชน และแกนนำผู้ปกครอง ร่วมกันกำหนดมาตรการในการควบคุมป้องกันโรคในท้องถิ่นและการจัดการขยะ อย่างน้อย ๕ มาตรการ เพื่อใช้ในโรงเรียนและชุมชน จากการดำเนินงานพบว่า ครู แกนนำนักเรียน ผู้นำชุมชน และแกนนำผู้ปกครอง ร่วมกันกำหนดมาตรการในการควบคุมป้องกันโรคในท้องถิ่นและการจัดการขยะ ขึ้นมาจำนวน ๗ มาตรการ เพื่อใช้ในโรงเรียนและชุมชน นอกจากนี้ได้สำรวจความพึงพอใจเพิ่มเติม คะแนนความพึงพอใจในกิจกรรมมีค่าเฉลี่ย ๙๒.๓๘ เมื่อพิจารณารายละเอียดของแบบประเมินรายข้อ พบว่า สถานที่ในการจัดกิจกรรม มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ๙๕.๙๔ รองลงมาคือ ทักษะและประสบการณ์ที่ได้รับจากการร่วมกิจกรรม มีค่าเฉลี่ย ๙๕.๖๕ ส่วนระยะเวลาในการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสมและควรจัดกิจกรรมนี้ในปีต่อไป มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด ๘๙.๕๗

-

3. ปรับสภาพแวดล้อมในโรงเรียนและชุมชน ให้เป็นพื้นที่สีเขียว 1 มิ.ย. 2563 1 ก.ค. 2563

รายละเอียดกิจกรรม

  1. จัดทำป้ายประชาสัมพันธ์การคัดแยกขยะและการแยกขยะแต่ละประเภท จำนวน 5 ป้าย

  2. จัดกิจกรรม Big cleaning day ในโรงเรียนและบริเวณโรงเรียน อย่างน้อย เดือนละ 1 ครั้ง

  3. โรงเรียนติดป้าย ห้ามนำภาชนะโฟมมาใช้ในสถานศึกษา

  4. โรงเรียนรณรงค์ให้นักเรียนใช้แก้วน้ำส่วนตัว เพื่อลดการใช้แก้วพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว

  5. โรงเรียนส่งเสริมและสนับสนุนให้ใช้ถุงผ้า ปิ่นโต ภาชนะหรือบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อลดการใช้ถุงพลาสติกหูหิ้ว

  6. สำรวจค่า HI และค่า CI โดยนักเรียนแกนนำอย่างน้อย เดือนละ ๑ ครั้ง

เป้าหมาย

  • นักเรียนป.1 – ป.6จำนวน87คน

งบประมาณ

  • ป้ายประชาสัมพันธ์การคัดแยกขยะ ขนาด 1.2x2.4 เมตร จำนวน 5 ป้ายๆละ 432 บาท เป็นเงิน 2,160 บาท
  • ค่าป้ายโฟมบอร์ด “ห้ามนำภาชนะโฟมมาใช้ในสถานศึกษา” เป็นเงิน 1,000 บาท

รวมเป็นเงิน 3,160 บาท

กิจกรรมปรับสภาพแวดล้อมในโรงเรียนและชุมชน ให้เป็นพื้นที่สีเขียว

เป้าหมาย

  • นักเรียน ป.1 – ป.6 จำนวน 87 คน

รายละเอียดกิจกรรม

  1. จัดทำป้ายประชาสัมพันธ์การคัดแยกขยะและการแยกขยะแต่ละประเภท จำนวน 5 ป้าย

  2. จัดกิจกรรม Big cleaning day ในโรงเรียนและบริเวณโรงเรียน อย่างน้อย เดือนละ 1 ครั้ง

  3. โรงเรียนติดป้าย ห้ามนำภาชนะโฟมมาใช้ในสถานศึกษา

  4. โรงเรียนรณรงค์ให้นักเรียนใช้แก้วน้ำส่วนตัว เพื่อลดการใช้แก้วพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว

  5. โรงเรียนส่งเสริมและสนับสนุนให้ใช้ถุงผ้า ปิ่นโต ภาชนะหรือบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อลดการใช้ถุงพลาสติกหูหิ้ว

  6. สำรวจค่า HI และค่า CI โดยนักเรียนแกนนำอย่างน้อย เดือนละ ๑ ครั้ง

-

๓.๑ จัดทำป้ายประชาสัมพันธ์การคัดแยกขยะและการแยกขยะแต่ละประเภท จำนวน ๕ ป้าย จากการดำเนินการของโรงเรียนได้มีการจัดทำป้าย ลด คัดแยกขยะ เก็บรวบรวมและบริหารจัดการขยะ เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม และพัฒนาคุณภาพชีวิต ติดตามบริเวณต่างๆ ในโรงเรียน จำนวน ๕ ป้าย รวมทั้งประชาสัมพันธ์ให้นักเรียน คัดแยกขยะ ส่งผลให้นักเรียน ร้อยละ ๘๘.๗๖ มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการคัดแยกขยะ และคัดแยกขยะได้ถูกต้องตามหลักสุขาภิบาล

๓.๒ จัดกิจกรรม Big cleaning day ในโรงเรียนและบริเวณโรงเรียน อย่างน้อย เดือนละ ๑ ครั้ง โรงเรียนบ้านปิใหญ่ให้นักเรียนทำ Big cleaning day ทุก ๆ สัปดาห์ มีการทำความสะอาดทั้งในห้องเรียน นอกห้องเรียนและบริเวณรอบ ๆ โรงเรียน จัดตกแต่งสถานที่ ทำความสะอาด เพื่อให้โรงเรียนสะอาด ไม่มีแหล่งเพาะพันธ์แมลงและสัตว์พาหะนำโรคต่าง ๆ ส่งผลให้ ค่า HOUSE INDEX (HI) ลดลงและไม่เกินร้อยละ ๑๐ ของหลังคาเรือน และค่า CONTRAINNER INDEX (CI) และไม่เกินร้อยละ ๐

๓.๓ โรงเรียนติดป้าย ห้ามนำภาชนะโฟมมาใช้ในสถานศึกษา โรงเรียนบ้านปิใหญ่ได้ดำเนินการติดป้าย ห้ามนำภาชนะโฟมมาใช้ในโรงเรียนพร้อมทั้งประชาสัมพันธ์เสียงตามสายให้คำแนะนำ ให้นักเรียนไม่ใช้โฟมในโรงเรียน ผลจากการดำเนินกิจกรรมพบว่า นักเรียนไม่นำภาขนะโฟมมาใช้ในโรงเรียน ร้อยละ ๑๐๐ ทำให้ขยะในบริเวณโรงเรียนมีปริมาณลดลง เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้แก่โรงเรียน

๓.๔ โรงเรียนรณรงค์ให้นักเรียนใช้แก้วน้ำส่วนตัว เพื่อลดการใช้แก้วพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว โรงเรียนบ้านปิใหญ่ดำเนินการ ประชาสัมพันธ์และรณรงค์ให้นักเรียนใช้แก้วน้ำส่วนตัวในการแปรงฟัน การรับประทานอาหารกลางวัน และสำหรับการดื่มน้ำเมื่อหิวน้ำ เพื่อลดการใช้แก้วพลาสติกลดการใช้แก้วพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง ผลจากการติดตามพบว่า นักเรียนใช้แก้วน้ำส่วนตัว ร้อยละ ๑๐๐

๓.๕ โรงเรียนส่งเสริมและสนับสนุนให้ใช้ถุงผ้า ปิ่นโต ภาชนะหรือบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อลดการใช้ถุงพลาสติกหูหิ้ว โรงเรียนบ้านปิใหญ่ดำเนินการส่งเสริมและสนับสนุนให้ใช้ถุงผ้า ปิ่นโต ภาชนะหรือบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การใช้ถุงผ้าหรือผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดใช้พลาสติกและโฟม ลองหันมาใส่ใจสุขภาพปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันหันมาใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อตัวเองและสิ่งแวดล้อม ลดการใช้ถุงพลาสติก มาใช้ถุงผ้า ตะกร้า ปิ่นโตแทน เพื่อสุขภาพที่ดีของตนเองและเป็นการลดขยะโฟม พลาสติกอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ผลจากการติดตามพบว่า นักเรียนส่วนใหญ่ร้อยละ ๙๐ ใช้ถุงผ้า ปิ่นโต ภาชนะหรือบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

๓.๖ สำรวจค่า HI และค่า CI โดยนักเรียนแกนนำอย่างน้อย เดือนละ ๑ ครั้ง โรงเรียนดำเนินการให้นักเรียนแกนนำจำนวน ๒๐ คน สำรวจลูกน้ำยุงลายที่บ้านและที่โรงเรียน เมื่อเจอลูกน้ำยุงลายในภาชนะก็ให้เทน้ำทิ้งหรือคว่ำภาชนะนั้นๆ เพื่อทำลายแหล่งเพาะพันธ์ลูกน้ำยุงลายซึ่งเป็นพาหะนำเชื้อโรคไข้เลือดออก ผลการติดตามพบว่า ในช่วงเดือนแรกคือเดือนกันยายน มีค่าดัชนีของลูกน้ำยุงลายสูง คือ ที่บ้านค่า HI ร้อยละ ๙๐.๐๐  ส่วนค่า CI ร้อยละ ๕๗.๔๖ และที่โรงเรียนค่า HI ร้อยละ ๓๗.๕๐  ส่วนค่า CI ร้อยละ๑๕.๗๙ จากการดำเนินงานของโรงเรียนเป็นผลให้ค่า HI และค่า CI ลดลง โดย ค่า HI ลดลงเหลือ ร้อยละ ๐ และค่า CI ลดลง ไม่เกินร้อยละ ๐ ทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน เป็นผลให้ปริมาณของยุงลายลดลง

-

4. รายงานผลโครงการและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 1 ก.พ. 2564 15 ก.พ. 2564

รายละเอียดกิจกรรม

  1. รายงานผลและนำเสนอโครงการและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จำนวน 2 ครั้ง

  2. จัดทำรายงานผลโครงการเสนอกองทุนตำบลอย่างน้อย 2 เล่ม

เป้าหมาย

  • คณะทำงานโครงการจำนวน5คน

งบประมาณ

  • ค่าจัดทำรูปเล่มรายงานเมื่อเสร็จสิ้นโครงการ จำนวน 4 เล่มๆละ 250 บาท เป็นเงิน 1,000 บาท

รวมเป็นเงิน 1,000 บาท

รายละเอียดกิจกรรม

  1. รายงานผลและนำเสนอโครงการและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จำนวน 2 ครั้ง

  2. จัดทำรายงานผลโครงการเสนอกองทุนตำบลอย่างน้อย 2 เล่ม

-

มีรูปเล่มรายงานฉบับสมบูรณ์

-