โครงการพัฒนาพฤติกรรมการป้องกันโรค และควบคุมโรคไข้เลือดออกของแกนนำครัวเรือน ในพื้นที่หมู่ที่6บ้านโคกโหนด ตำบลหารเทา อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง
โครงการพัฒนาพฤติกรรมการป้องกันโรค และควบคุมโรคไข้เลือดออกของแกนนำครัวเรือน ในพื้นที่หมู่ที่6บ้านโคกโหนด ตำบลหารเทา อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการพัฒนาพฤติกรรมการป้องกันโรค และควบคุมโรคไข้เลือดออกของแกนนำครัวเรือน ในพื้นที่หมู่ที่6บ้านโคกโหนด ตำบลหารเทา อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง | |
| รหัสโครงการ | 64-L3339-02-07 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หมู่ที่ 6 | |
| วันที่อนุมัติ | 13 พฤศจิกายน 2563 | |
| ปี | 2564 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 ธันวาคม 2563 - 31 สิงหาคม 2564 | |
| งบประมาณ | 28,300.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หมู่ที่ 6 | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลหารเทา อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง |
จากข้อมูลสถานการณ์การระบาดโรคไข้เลือดออกในอำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง ตั้งแต่ปี พ.ศ.2558 – 2562 พบว่า มีอัตราป่วย 58.49, 211.03, 125.66, 217.25 และ 441.51 ต่อแสนประชากรตามลำดับ ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้อัตรา 50 ต่อประชากรแสนคน ค่าดัชนีลูกน้ำยุงลายในขุมชน (House Index :HI) น้อยกว่าหรือเท่ากับ 10 เมื่อจำแนกเป็นรายตำบลพบว่า ตำบลหารเทาที่มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 52 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 32,202 ไร่ และมีจำนวนประชากรทั้งสิ้น 9,986 คน แยกเป็นชาย 4,906 คน หญิง 5,080 คน ซึ่งในตำบลหารเทา มีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งยังเป็นปัญหาหลักของพื้นที่ ที่พบผู้ป่วยเกือบทุกปี โดยมีการแพร่ระบาดในปี 2561 ในหมู่ที่ 9 มี อัตราป่วย 2,680.97 ต่อแสนประชาการ ส่วนในปี 2562 ในหมู่ที่4 มีอัตราป่วย 3,918.61 ต่อแสนประชากร และใน ปี 2563 จากข้อมูล Health Data Center วันที่ 1 มกราคม 2563 ถึง 30 กันยายน 2563 ในหมู่ที่ 6 มีอัตราผู้ป่วย 6 ราย ซึ่งคิดเป็น 438.12 ต่อแสนประชากร จากการค้นคว้ามีการศึกษาโดยใช้แนวทางแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ (Health Belief Model :HBM) ของ Becker et al (1975) พบว่า บุคคลที่มีการรับรู้ต่อโอกาสเสี่ยง ความรุนแรงของโรค ประโยชน์ที่จะได้รับจากการป้องกันและอุปสรรคต่อการปฏิบัติ บุคคลนั้นจะเห็นความสำคัญของการมีสุขภาพดี จึงให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตนเพื่อป้องกันและส่งเสริมสุขภาพ (รัศมน ศิริโชติ และคณะ, 2550) และการดำเนินงานเพื่อที่จะให้มีผลต่อพฤติกรรม อย่างแท้จริงต้องอาศัยกระบวนการและวิธีการต่างๆ ร่วมกัน จากการศึกษาข้อมูลทางวิชาการพบว่า การใช้แนวคิดแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ และการมีส่วนร่วมที่มีความต่อเนื่องเป็นวงจร จะทำให้เกิดความเชื่อมั่นในการรับรู้ความตระหนักรู้ทักษะและความมั่นใจต่อการดำเนินการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกของแกนนำสุขภาพประจำครอบครัวจนสามารถมีพฤติกรรมปฏิบัติในด้านการป้องกันและควบคุมโรคที่ดีขึ้น (เกศิณี วงศ์สุบิน และคณะ, 2559) ดังนั้นผู้จัดทำโครงการจึงสนใจที่จะศึกษาผลของโปรแกรมสุขศึกษาต่อพฤติกรรมการป้องกัน และควบคุมโรคไข้เลือดออกของแกนนำครัวเรือน ในตำบลหารเทา อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง ผลที่ได้จากการศึกษาจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการดำเนินงานป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออก ของอำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุงอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป
- เพื่อศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมสุขศึกษาต่อความรู้ การรับรู้ พฤติกรรมการป้องกัน และควบคุมโรคไข้เลือดออก ของแกนนำครัวเรือน
- สำรวจข้อมูลการระบาดของโรคไข้เลือดออกภายในชุมชนหมุ่ 6 บ้านโคกโหนด
- จัดหาวัสดุ อุปกรณ์ ในการอบรมให้ความรู้และจัดทำโคกโหนดโมเดล
- 3. ดำเนินการจัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้เรื่องโรคไข้เลือดออก
- ได้โปรแกรมสุขศึกษาในการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออก
- หลังเข้าร่วมโปรแกรมสุขศึกษาแกนนำครัวเรือนมีความรู้ การรับรู้ พฤติกรรมการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออก
ที่ดีขึ้น - หลังเข้าร่วมโปรแกรมสุขศึกษาแกนนำครัวเรือนสามารถเป็นแบบอย่างที่ดีในการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออก
- แกนนำครัวเรือนมีส่วนร่วมต่อสังคมในการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกได้เป็นอย่างดี