โครงการเฝ้าระวังความเสี่ยง ของเกษตรกรจากการสัมผัสสารเคมี ประจำปีงบประมาณ 2564
-
นางอุไร สงนุ้ย
-
นางปาริชาต อ่อนประเสริฐ
-
นางโสภัคดี ณ พัทลุง
-
นางสาวยุวดี เกื้อรุ่ง
-
นางจำเรียง แก้วมาก
ประชากรไทยมีอาชีพพื้นฐานอยู่ในภาคเกษตรกรรมซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานนอกระบบผู้มีรายได้น้อย แต่ทำงานที่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพจากสภาพภูมิอากาศที่ร้อนจัด ท่าทางการทำงานที่มีความเสี่ยงต่อการปวดหลังและกล้ามเนื้ออักเสบ รวมทั้งการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพมีพิษทั้งแบบเฉียบพลัน และเรื้อรังตั้งแต่ระดับเล็กน้อยจนรุนแรงถึงแก่ชีวิตขึ้นอยู่กับระดับความเข้มข้น ความเป็นพิษ และปริมาณที่ได้รับสารเคมีกำจัดศัตรูพืชสามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายทาง โดยการสัมผัสทางผิวหนังที่ไม่สวมถุงมือและรองเท้าบูท ป้องกันขณะทำงานกับสารเคมี การสูดหายใจละอองที่ฟุ้งกระจายในอากาศ และการรับประทานอาหารและดื่มน้ำที่มีสารเคมีปนเปื้อน พฤติกรรมที่ไม่ปลอดภัยทำให้เกษตรกรมีความเสี่ยงจากการได้รับอันตรายจากสารเคมีเพิ่มขึ้นยกตัวอย่างเช่น ใช้ถังภาชนะบรรจุสารเคมีที่รั่วซึม ฉีดพ่นสวนทิศทางลมทำให้เสื้อผ้าเปียกชุ่มสารเคมีโดยไม่อาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ซึมเปื้อนทันที เป็นต้น สารเคมีกำจัดศัตรูพืช สามารถทำอันตรายต่อสุขภาพร่างกายได้ทั้งมนุษย์ และสัตว์ กล่าวคือ จะไปทำลายอวัยวะภายในร่างกาย เช่น ตับ ไต ปอด สมองผิวหนัง ระบบประสาท ระบบสืบพันธุ์ และตาซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะรับสารเคมีเข้าสู่ร่างกายทางใด และปริมาณมากน้อยเท่าใด ส่วนใหญ่แล้วการที่อวัยวะภายในร่างกายได้สะสมสารเคมีไว้จนถึงขีดที่ร่างกายไม่อาจทนได้จึงแสดงอาการต่างๆขึ้นมา เช่น โรคมะเร็ง โรคต่อมไร้ท่อ โรคเลือดและระบบภูมิคุ้มกันเป็นต้น หมู่ที่ 1,2,4,5,6,9,10,11 และ 13 ตำบลชะมวงเป็นตำบลหนึ่ง ที่ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพในภาคเกษตรกรรม โดยมีพื้นที่ที่ใช้ในการเกษตรมากถึงร้อยละ 80 ของพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งประกอบด้วยพื้นที่ทำนา ทำไร่ ทำสวนผลไม้และสวนยางพาราผลกระทบจากการใช้สารเคมีในการควบคุมและกำจัดศัตรูพืช จึงกระจายและขยายเป็นวงกว้าง และยังอยู่ในระดับที่รุนแรงและสูงอยู่ จากข้อมูลดังกล่าว แสดงว่าเกษตรกรในตำบลชะมวง ยังคงมีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งในการนำมาใช้นั้นได้มีการใช้อย่างไม่ถูกวิธีและขาดความรู้ จึงทำให้มีผลกระทบกับด้านสุขภาพโดยตรง ดังนั้นชมรม อสม.รพ.สต.บ้านหัวถนน จึงเล็งเห็นความสำคัญของสุขภาพเกษตรกรใน หมู่ที่ 1,2,4,5,6,9,10,11 และ 13 ตำบลชะมวง จึงได้จัดทำโครงการให้ความรู้และสำรวจความเสี่ยงของเกษตรกรจากการสัมผัสสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ประจำปีงบประมาณ 2564ขึ้นเพื่อให้เกษตรกรกลุ่มเสี่ยง ได้รับการตรวจสุขภาพและเจาะเลือดเพื่อดูว่ามีปริมาณสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดอยู่ในระดับใดเพื่อทำการเฝ้าระวังและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงต่อไป
-
มีฐานข้อมูลสถานการณ์ของเกษตรกรที่สัมผัสสารเคมี100.00
ผู้ที่มีความเสี่ยงในการสัมผัสสารเคมีกำจัดศัตรูพืชได้รับการตรวจคัดกรองสารเคมีในเลือด ร้อยละ 100
-
มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและลดการใช้สารเคมี100.00
กลุ่มเสี่ยงที่ได้รับการคัดกรองสารเคมีในเลือดมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและลดการใช้สารเคมีร้อยละ 100
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง90
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมเฝ้าระวังการสัมผัสสารเคมีตกค้าง
-เก็บข้อมูลภาวะสุขภาพตามความเสี่ยงจากการทำงาน
-ตรวจหาระดับปริมาณสารเคมีตกค้างของเกษตรกรจากการสัมผัสสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ครั้งที่ 1
-ให้ความรู้เรื่องการป้องกันตนเองจากสารเคมีในภาคเกษตรกร
ค่าใช้จ่าย
1. จัดทำป้ายไวนิลโครงการฯ ขนาด 1.50 X 2.00 เมตร จำนวน 1 แผ่น เป็นเงิน500บาท 2. จัดทำป้ายไวนิลรณรงค์การลดการใช้สารเคมี วิธีการล้างทำความสะอาด พืชผัก ก่อนการบริโภค เพื่อประชาสัมพันธ์ ทุกหมู่บ้าน ขนาด 1.50 X 2.00 เมตร พร้อมโครงไม้ ขนาด 1 X 1 นิ้ว พร้อมค่าติดตั้ง ป้ายละ 750 บาท จำนวน 9 หมู่บ้านหมู่บ้านละ 2 ป้ายเป็นเงิน13,500บาท
3. ค่าจ้างเหมาเจาะเลือดหาสารเคมีจำนวน 90 คน คนละ 50 บาท เจาะตรวจ ครั้งที่ 1เป็นเงิน4,500บาท
4. ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 90 คน จำนวน 2 มื้อๆ ละ 25 บาทเป็นเงิน 4,500 บาท
5. ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 90 คน จำนวน 1 มื้อๆ ละ 70 บาท เป็นเงิน 6,300 บาท
6. ค่าตอบแทนวิทยากรชั่วโมงละ 300 บาทจำนวน 6 ชั่วโมง เป็นเงิน 1,800 บาท26 มีนาคม 2564 ถึง 26 มีนาคม 2564กลุ่มเสี่ยงเข้าร่วมอบรม ร้อยละ 100 กลุ่มเสี่ยงได้รับการตรวจสารเคมี ครั้งที่ 1 ร้อยละ 100
31100.00 บาท -
ให้ความรู้การทำปุ๋ยอินทรีย์ทดแทนสารเคมี
ให้ความรู้การทำปุ๋ยอินทรีย์ทดแทนสารเคมี โดยใช้บุคคลากร ภูมิปัญญาในชุมชน เป็นวิทยากรโดยไม่ใช้งบประมาณ
29 มีนาคม 2564 ถึง 29 มีนาคม 2564กลุ่มเสี่ยงจากการคัดกรองที่พบสารเคมีตกค้าง จากการคัดกรอง ครั้งที่ 1 เข้าร่วมอบรมความรู้การทำปุ๋ยอินทรีย์ทดแทนสารเคมี ร้อยละ 100
กลุ่มเสี่ยง ร้อยละ 80 สามารถทำปุ๋ยอินทรีย์ทดแทนสารเคมีได้ จากแบบประเมิน0.00 บาท -
กิจกรรมส่งเสริมการปลูกผักกินเองในครัวเรือน
กลุ่มเสี่ยงจากการคัดกรองที่พบสารเคมีตกค้าง จากการคัดกรอง ครั้งที่ 1มีการปลูกผักกินเองที่บ้าน ไม่ใช้งบประมาณ
1 มีนาคม 2564 ถึง 31 สิงหาคม 2564กลุ่มเสี่ยงจากการคัดกรองที่พบสารเคมีตกค้าง จากการคัดกรอง ครั้งที่ 1 มีการปลูกผักกินเองที่บ้าน
กลุ่มเสี่ยงจากการคัดกรองที่พบสารเคมีตกค้าง จากการคัดกรอง ครั้งที่ 1 กินผักปลอดสารเคมีที่ปลูกเอง0.00 บาท -
กิจกรรมตรวจหาระดับปริมาณสารเคมีตกค้างของเกษตรกรจากการสัมผัสสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ครั้งที่ 2เฉพาะที่ผลการเจาะครั้งที่ 1 พบว่ามีความเสี่ยง
ตรวจหาระดับปริมาณสารเคมีตกค้างของเกษตรกรจากการสัมผัสสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ครั้งที่ 2เฉพาะที่ผลการเจาะครั้งที่ 1 พบว่ามีความเสี่ยง ค่าใช้จ่าย 1. ค่าจ้างเหมาเจาะเลือดหาสารเคมีจำนวน 90 คน คนละ 50 บาท เจาะตรวจ ครั้งที่ 2 เป็นเงิน4,500บาท
11 มิถุนายน 2564 ถึง 11 มิถุนายน 2564กลุ่มเสี่ยงที่พบมีความเสี่ยงผิดปกติจากการตรวจครั้งที่ 1 ได้รับการตรวจคัดกรองครั้งที่ 2 ร้อยละ 100
4500.00 บาท
- ทราบถึงสถานการณ์สารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างในเลือดของเกษตรกรกลุ่มเสี่ยง
- เพื่อจะได้นำข้อมูลมาใช้ในการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์การเฝ้าระวังและควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพของเกษตรกร
- เกษตรกรมีทักษะและมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดการเกิดโรคจากสารเคมี
