โครงการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม ปี 2564
โรคมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม เป็นสาเหตุการตายอันดับ 1 ในสตรีอายุ 30-60 ปีเป็นโรคที่พบว่ามีอุบัติการณ์การเกิดสูงและเพิ่มมากขึ้นทุกปี ซึ่งเป็นปัญหาที่คุกคามสุขภาพสตรี เนื่องจากโรคมะเร็งเป็นโรคที่เป็นแล้วจะทำให้เกิดอาการป่วยและเสียชีวิตก่อนวัยอันสมควร ซึ่งผู้ป่วยที่ไปรับการรักษาพยาบาลส่วนใหญ่มักจะไปรับการรักษาเมื่ออยู่ในระยะที่เป็นมากแล้ว ทำให้ผลการรักษาไม่ได้ผลดีเท่าที่ควรแต่ในขณะเดียวกันโรคมะเร็งเป็นโรคหนึ่งที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ถ้าหากว่าได้รับการตรวจวินิจฉัยและมาพบแพทย์ตั้งแต่ในระยะเริ่มแรก ปัจจุบันสตรีจำนวนไม่น้อยที่ยังขาดความรู้ในเรื่องโรคมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม โดยเฉพาะกลุ่มสตรีในเขตชนบทซึ่งมีการศึกษาที่ไม่มากพอ ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตะบิ้ง
ในปีงบประมาณ 2564 สตรีอายุ 30-60 ปี ในพื้นที่รับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตะบิ้ง มีจำนวนทั้งหมด 1,100 คน เป้าหมายต้องคัดกรองให้ได้ร้อยละ 20 ของจำนวนสตรี 30-60 ปี ทั้งหมด คือ 220 คน ซึ่งสตรีกลุ่มเป้าหมาย 220 คน ต้องได้รับการตรวจคัดกรองทุกคน และผ่านการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยตนเองทุกคน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตะบิ้ง ได้ตระหนักในบทบาทหน้าที่ในการส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรคแก่ประชาชน เพื่อที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตแก่ประชาชน และเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายที่จะต้องดูแลรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง เป็นการสนองตามนโยบายประกันสุขภาพอีกทางหนึ่ง จึงได้จัดทำโครงการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม ประจำปี 2564 ขึ้น
-
เพื่อให้สตรีกลุ่มอายุ 30-60 ปี ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก0.00
-
เพื่อให้กลุ่มที่พบความผิดปกติเกี่ยวกับ cell ปากมดลูกได้รับการส่งต่อ และได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที0.00
-
เพื่อให้สตรีกลุ่มเป้าหมาย อายุ 30-60 ปี ได้ผ่านการประเมินทักษะการตรวจเต้านมด้วยตนเอง0.00
-
เพื่อให้สตรีกลุ่มเป้าหมาย อายุ 30-60 ปี ที่มีความผิดปกติและเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมได้รับการส่งต่อและรักษาอย่างทันท่วงที0.00
-
สตรีอายุ 30-60 ปี110
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมชี้แจงให้ความรู้เรื่องการตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเอง พร้อมสาธิตวิธีการตรวจเต้านมด้วยตนเอง และให้ความรู้เรื่องมะเร็งปากมดลูก ความสำคัญของการตรวจมะเร็งปากมดลูก แก่กลุ่มเป้าหมาย
- ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 1 มื้อๆ ละ 50 บาท จำนวน 110 คน เป็นเงิน 5,500 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 2 มื้อๆ ละ 25 บาท จำนวน 110 คน เป็นเงิน 5,500 บาท
- ค่าป้ายไวนิลโครงการ จำนวน 1 ป้าย เป็นเงิน 1,000 บาท
- ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 2 คนๆ ละ 3 ชั่วโมงๆ ละ 300 บาท เป็นเงิน 1,800 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 13,800บาท (เงินหนึ่งหมื่นสี่สามพันแปดร้อยบาทถ้วน)
ถึงร้อยละ ๘๕ ของสตรีกลุ่มเป้าหมาย อายุ 30-๗0 ปี ได้ผ่านการประเมินทักษะการตรวจเต้านมด้วยตนเอง
13800.00 บาท -
ภายหลังการประชุมชี้แจงให้ความรู้ แจกคูปองให้ผู้เข้าร่วมโครงการ เพื่อไปรับบริการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตามวันและเวลาที่รพ.สต.กำหนดถึง
ร้อยละ 20 ของกลุ่มสตรีกลุ่มอายุ 30-60 ปี ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก
0.00 บาท -
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ให้บริการตรวจมะเร็งปากมดลูก แก่กลุ่มเป้าหมาย ให้คำแนะนำ แจ้งผลการตรวจ และส่งต่อผู้ที่มีผลคัดกรองผิดปกติไปรับการรักษาต่อถึง
ร้อยละ ๑๐๐ ของสตรีกลุ่มอายุ 30-๗0 ปี ที่มีความผิดปกติและเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมได้รับการส่งต่อ และได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ร้อยละ ๑๐๐ ของกลุ่มที่พบความผิดปกติเกี่ยวกับ cell ปากมดลูกได้รับการส่งต่อ และได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที
0.00 บาท -
สรุปผลการดำเนินงานและประเมินผลโครงการถึง
- ร้อยละ 20 ของสตรีกลุ่มอายุ 30-60 ปี ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก
- ร้อยละ 100 ของกลุ่มที่พบความผิดปกติเกี่ยวกับ cell ปากมดลูกได้รับการส่งต่อ และได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที
- ร้อยละ 85 ของสตรีกลุ่มเป้าหมาย อายุ 30-70 ปี ได้ผ่านการประเมินทักษะการตรวจเต้านมด้วยตนเอง
- ร้อยละ 100 ของสตรีกลุ่มอายุ 30-70 ปี ที่มีความผิดปกติและเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมได้รับการส่งต่อ และได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที
0.00 บาท - ร้อยละ 20 ของสตรีกลุ่มอายุ 30-60 ปี ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก
- สตรีกลุ่มเป้าหมาย มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคได้รับการคัดกรองความผิดปกติ และได้รับการรักษา ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก
- เพื่อลดอัตราการเกิดโรคมะเร็งปากมดลูกและเต้านม ระยะลุกลาม และลดอัตราการตายจากโรคมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม
