โครงการเฝ้าระวังสุขภาพเกษตรกร ประจำปี 2564
-
๑.นางสาวรสนา หนูวงศ์
-
๒. นายประกาศิตเพชรกาฬ
-
๓. นางสาวบุญศรีมาลินี
-
๔. นางสาวจิรัฐติกาล เจ๊ะสา
-
๕. นางจุรีพร มานะกล้า
สารเคมีกำจัดศัตรูพืช สามารถทำอันตรายต่อสุขภาพร่างกายได้ทั้งมนุษย์และสัตว์ หากมีการใช้อย่างไม่ถูกวิธีและขาดความรู้ จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ มีพิษทั้งแบบเฉียบพลันและเรื้อรัง ตั้งแต่ระดับเล็กน้อยจนรุนแรงถึงแก่ชีวิต ขึ้นอยู่กับระดับความเข้มข้น ความเป็นพิษ และปริมาณที่ได้รับสารเคมีโดยจะไปทำลายอวัยวะภายในร่างกาย เช่น ตับ ไต ปอด สมอง ผิวหนัง ระบบประสาท ระบบสืบพันธุ์ และตา ส่วนใหญ่แล้วการที่อวัยวะภายในร่างกายได้สะสมสารเคมีไว้จนถึงขีดที่ร่างกายไม่อาจทนได้ จึงแสดงอาการต่างๆ ขึ้นมา เช่น โรคมะเร็ง โรคต่อมไร้ท่อ โรคเลือดและระบบภูมิคุ้มกัน เป็นต้น
จากการสำรวจการใช้สารเคมีของเกษตรกรโดยอาสาสมัครสาธารณสุข พบว่าเกษตรในเขตรับผิดชอบของศูนย์สุขภาพชุมชนกำแพง ยังคงมีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอยู่เป็นจำนวนมาก โดยพบว่าสารเคมีที่มีการใช้มากที่สุดคือสารกำจัดวัชพืช ( พาราควอต ไกลโฟเสท )ซึ่งในการนำมาใช้นั้นส่วนใหญ่จะมีการใช้อย่างไม่ถูกวิธีและขาดความรู้ในการป้องกัน
ซึ่งจะมีผลกระทบกับสุขภาพโดยตรงจากการเฝ้าระวังสุขภาพของเกษตรกรโดยการตรวจคัดกรองความเสี่ยงจากการสัมผัสสารเคมีกำจัดศัตรูพืชด้วยกระดาษทดสอบโคลีนเอสเตอเรสในปี ๒๕๖๓ คัดกรองจำนวน๑๔๘ คน พบว่าผลเลือดอยู่ในระดับไม่ปลอดภัยจำนวน ๔๐ คน คิดเป็นร้อยละ ๒๗.๐๓ ระดับมีความเสี่ยงจำนวน ๗๒คน ร้อยละ ๔๘.๖๕ระดับปลอดภัย๓๓ คน ร้อยละ ๒๒.๒๙ในขณะที่พบผลเลือดในระดับปกติเพียงจำนวน๓คนคิดเป็นร้อยละ ๒.๐๓
ศูนย์สุขภาพชุมชนกำแพงโรงพยาบาลละงูเล็งเห็นความสำคัญของสุขภาพเกษตรกรจึงได้จัดทำโครงการเฝ้าระวังสุขภาพเกษตรกรประจำปี ๒๕๖๔ ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกษตรกรมีความรู้เรื่องการใช้สารเคมีทางการเกษตรที่ถูกวิธี เกษตรกรกลุ่มเสี่ยงได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและมีสารเคมีในเลือดอยู่ในเกณฑ์ปกติและปลอดภัย รวมทั้งเกษตรกรกลุ่มเสี่ยงได้รับการตรวจสุขภาพและได้รับบริการรักษาพยาบาลฟื้นฟูสุขภาพด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย ทั้งนี้เพื่อให้เกษตรกรมีสุขภาพที่ดีและเพื่อผลผลิตทางการเกษตรที่ปลอดสารพิษคุ้มครองผู้บริโภคต่อไป
-
เพื่อให้เกษตรกรมีความรู้เรื่องการใช้สารเคมีทางการเกษตรที่ถูกวิธี0.00
เกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้เรื่องการใช้สารเคมีที่ถูกวิธีร้อยละ ๘๐
-
เพื่อให้เกษตรกรที่ตรวจพบสารเคมีตกค้างในเลือดในระดับเสี่ยงและไม่ปลอดภัยได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและมีสารเคมีในเลือดอยู่ในเกณฑ์ปกติและปลอดภัย0.00
เกษตรกรที่ตรวจพบสารเคมีตกค้างในเลือดในระดับเสี่ยงและไม่ปลอดภัยได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและมีสารเคมีในเลือดอยู่ในเกณฑ์ปกติและปลอดภัยเพิ่มขึ้น ร้อยละ ๑๕
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง60
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
สำรวจเกษตรกรในพื้นที่
รายละเอียดกิจกรรม
๑.๑.๑ สำรวจเกษตรกรในพื้นที่ตำบลกำแพงโดยอาสาสมัครสาธารณสุข
๑.๑.๒ ทำแบบประเมินความเสี่ยงในการทำงานของเกษตรกรจากการสัมผัสสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ( นบก.1-56)
๑.๑.๓ คัดเลือกเกษตรกรที่มีการใช้/สัมผัส สารเคมีเพื่อเข้าร่วมโครงการ
เป้าหมาย- เกษตรกรในพื้นที่ตำบลกำแพง
งบประมาณ
- ค่าถ่ายเอกสารแบบประเมินความเสี่ยงในการทำงานของเกษตรกรจากการสัมผัสสารเคมีกำจัดศัตรูพืชจำนวน ๑๕๐ ชุดๆละ ๒ บาท เป็นเงิน ๓๐๐ บาท
1 เมษายน 2564 ถึง 30 เมษายน 2564300.00 บาท -
อบรมเชิงปฏิบัติการการใช้สารเคมีของเกษตรกร
รายละเอียดกิจกรรม
2.1.1 ตรวจหาสารพิษตกค้างในเลือด
2.1.2 แจ้งผลการตรวจหาสารพิษตกค้างในกระแสเลือด
2.1.3 ให้ความรู้เรื่องการเลือกใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช,การป้องกันตนเองเมื่อใช้สารเคมีและสาธิตการใช้อุปกรณ์
2.1.4 การปฏิบัติตัวเมื่อพบสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดและการใช้สมุนไพรล้างพิษ
2.1.5 ให้บริการรักษาพยาบาลด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทยโดยการแช่มือแช่เท้า
2.1.6 สอน/สาธิตการทำชาชงสมุนไพร
เป้าหมาย- เกษตรกรผู้ใช้ / สัมผัสสารเคมีทางการเกษตรในเขตพื้นที่ตำบลกำแพงจำนวน๖๐ คน
งบประมาณ
๑.ค่าอาหารกลางวันสำหรับผู้เข้าอบรมและผู้สังเกตการณ์ จำนวน ๖๕ คนๆละ ๑ มื้อๆละ ๖๕ บาท เป็นเงิน ๔,๒๒๕ บาท
๒.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม สำหรับผู้เข้าอบรมและผู้สังเกตการณ์ จำนวน ๖๕ คนๆละ ๒ มื้อๆละ ๒๕ เป็นเงิน ๓,๒๕๐ บาท
๓.ค่าตอบแทนวิทยากร ๔ ชม.ๆละ ๖๐๐ บาทเป็นเงิน ๒,๔๐๐ บาท
๔.ค่ายานพาหนะในการเดินทางผู้เข้าร่วมประชุมจำนวน ๖๐ คนๆละ ๑๐๐ บาท เป็นเงิน ๖,๐๐๐ บาท
๕.ค่าป้ายไวนิลโครงการขนาด ๑.๕x๓ เมตร จำนวน ๑ ผืน เป็นเงิน ๖๗๕ บาท
๖.ค่าวัสดุ/อุปกรณ์
๖.๑ ค่าวัสดุอุปกรณ์ในการอบรม ( กระเป๋า สมุด ปากกา ) จำนวน ๖๐คนๆละ ๓๕ บาท เป็นเงิน ๒,๑๐๐ บาท
๖.๒.ค่าจัดทำคู่มือจำนวน ๖๐ เล่มๆละ ๕๐ บาท เป็นเงิน๓,๐๐๐ บาท
๖.๓ ค่าชุดอุปกรณ์เจาะเลือดเกษตรกร
ชุดอุปกรณ์การเจาะเลือด ๑ ชุดๆละ ๑,๖๐๐ บาทเป็นเงิน ๑,๖๐๐ บาท
ค่ากระดาษทดสอบโคลีนเอสเตอเรสจำนวน ๒ ขวดๆ ละ ๗๐๐ บาท เป็นเงิน ๑,๔๐๐ บาท
๗.ค่าสมุนไพรในการแช่มือ-แช่เท้า
๗.๑. รางจืด จำนวน ๒๐ กิโลกรัมๆละ ๘๐ บาท เป็นเงิน ๑,๖๐๐ บาท
๗.๒ ใบเตย จำนวน ๑๐ กิโลกรัมๆละ ๒๐ บาทเป็นเงิน ๒๐๐ บาท
๗.๓ ใบย่านาง จำนวน ๒๐ กิโลกรัมๆละ x ๑๐๐ บาท เป็นเงิน ๒,๐๐๐ บาท
๗.๔ ตะไคร้ จำนวน ๑๐ กิโลกรัมๆละ x ๓๐ บาท เป็นเงิน ๓๐๐ บาท
๘. ค่าอุปกรณ์ในการแช่มือ-แช่เท้า
๘.๑ ผ้าเช็ดมือ เช็ดเท้า จำนวน ๖๐ ผืนๆ ละ x ๓๕ บาท เป็นเงิน ๒,๑๐๐ บาท
๘.๒ กะละมังแช่มือ-แช่เท้า จำนวน ๖๐ ใบๆละ x ๓๐ บาท เป็นเงิน๑,๘๐๐ บาท
๙.ค่าวัสดุอุปกรณ์ในการสอน / สาธิตการทำชาชงสมุนไพร จำนวน ๑,๐๐๐ บาท
รวมเป็นเงิน ๓๓,๖๕๐ บาท
1 เมษายน 2564 ถึง 31 พฤษภาคม 256433650.00 บาท -
จัดบริการรักษาพยาบาล ฟื้นฟูสุขภาพให้แก่เกษตรกร
รายละอียดกิจกรรม
2.2.1 ให้บริการรักษาพยาบาลด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย ( ชาชงรางจืด / ใบรางจืด )
เป้าหมาย
- เกษตรกรผู้ใช้ / สัมผัสสารเคมีทางการเกษตรในเขตพื้นที่ตำบลกำแพงจำนวน๖๐ คน
งบประมาณ
๑. ค่าชาชงรางจืดจำนวน ๖๐ คนๆ ละ ๕ ห่อๆละ ๓๕ บาท เป็นเงิน ๑๐,๕๐๐ บาท
๒. ค่าต้นรางจืดจำนวน ๖๐ ต้น ๆละ ๖๐ บาท เป็นเงิน ๓,๖๐๐ บาท
รวมเป็นเงิน ๑๔,๑๐๐ บาท
1 เมษายน 2564 ถึง 31 สิงหาคม 256414100.00 บาท -
การประชาสัมพันธ์/ให้ความรู้เรื่องการป้องกันสารเคมี
รายละอียดกิจกรรม
2.3.1 จัดทำป้ายไวนิลความรู้เรื่องการป้องกันสารเคมีเพื่อประชาสัมพันธ์ในหมู่บ้านจำนวน ๑๒ หมู่บ้าน
เป้าหมาย
- ๑๒ หมู่บ้าน ต.กำแพง
งบประมาณ
๑.ค่าจัดทำป้ายไวนิล ขนาด ๑x๑.๕ เมตร จำนวน ๑๒ หมู่ละ ๓ แผ่นๆละ ๒๒๕ บาท เป็นเงิน ๘,๑๐๐ บาท
1 เมษายน 2564 ถึง 31 พฤษภาคม 25648100.00 บาท - ๑๒ หมู่บ้าน ต.กำแพง
-
ติดตามผล
รายละเอียดกิจกรรม
3.1.1 ประชุมติดตาม พร้อมทั้งให้ความรู้ คำแนะนำรายกลุ่ม / รายบุคคล
3.1.2 การติดตามเจาะเลือดเกษตรกรครั้งที่ ๒ (ห่างกัน ๓เดือน)
3.1.3 เปรียบเทียบผลการเจาะเลือดหารสารเคมีตกค้างและแจ้งกลุ่มเป้าหมายทราบผล
เป้าหมาย- เกษตรกรผู้ใช้ / สัมผัสสารเคมีทางการเกษตรในเขตพื้นที่ตำบลกำแพงจำนวน๖๐ คน
งบประมาณ
๑.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม สำหรับเกษตรกร จำนวน ๖๐ คนๆละ ๑ มื้อๆละ ๒๕ บาท เป็นเงิน ๑,๕๐๐ บาท
๒.ค่าเข็มเจาะเลือดเกษตรกร ๑ กล่องๆละ ๙๐๐ บาท เป็นเงิน ๙๐๐ บาท
๓.ค่า tube ใส่เลือด ๒ ขวดๆ ละ ๑๐๐ บาท เป็นเงิน ๒๐๐ บาท
๔.ค่ากระดาษทดสอบโคลีนเอสเตอเรส จำนวน ๒ ขวดๆ ละ ๗๐๐ บาท เป็นเงิน ๑,๔๐๐ บาท
รวมเป็นเงิน ๔,๐๐๐ บาท
1 กรกฎาคม 2564 ถึง 31 กรกฎาคม 25644000.00 บาท -
รายงานผลโครงการ
รายละเอียดกิจกรรม
๔.๑.๑ จัดทำเอกสารนำเสนอโครงการ จำนวน ๒ครั้ง
๔.๑.๒ จัดทำรูปเล่มรายงานผลโครงการเมื่อเสร็จโครงการ
งบประมาณ
- ค่าจัดทำรูปเล่มรายงานผล จำนวน ๔เล่มๆละ ๒๕๐ บาท เป็นเงิน ๑,๐๐๐บาท
1 กันยายน 2564 ถึง 30 กันยายน 25641000.00 บาท
ค่าใช้จ่ายต่างๆ ในทุกกิจกรรมสามารถถัวเฉลี่ยจ่ายได้ทุกรายการ
๑. เกษตรกรมีความรู้และสามารถใช้สารเคมีทางการเกษตรได้ถูกวิธี ๒. เกษตรกรที่ตรวจพบสารเคมีตกค้างในเลือดในระดับเสี่ยงและไม่ปลอดภัยได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและมีสารเคมีในเลือดอยู่ในเกณฑ์ปกติและปลอดภัย
