โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ด้วยพลังชุมชน ปี 2564
-
ร้อยละของประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน18.00
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง22.00
โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโรคเบาหวานความดันโลหิตสูงหัวใจหลอดเลือดสมอง มะเร็ง ฯลฯ เป็นภัยเงียบที่ส่งผลกระทบทำให้เกิดภาวะโรคแทรกซ้อน ทำให้เกิดความพิการและตายก่อนวัยอันควร การเกิดโรคมีสาเหตุจากหลายปัจจัยเสี่ยงที่มาจากพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม ขาดการออกกำลังกาย และนำไปสู่การเจ็บป่วยแทรกซ้อนที่สำคัญ อาทิ โรคจอประสาทตาเสื่อม โรคไตวายเรื้อรัง (CKD) โรคหัวใจและหลอดเลือด (CVD) แผลเรื้อรัง การถูกตัดขา ตัดนิ้ว เป็นต้น ความเจ็บป่วยเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยตลอดจนค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขโดยรวม ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนเป็นอย่างมาก องค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวว่านอกจากการบริการทางคลินิกแล้ว การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพมีความสำคัญและจำเป็นในการแก้ไขปัญหาโรคติดต่อดังกล่าวซึ่งการบริการสุขภาพภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ส่งผลให้ประชาชนส่วนใหญ่สามารถเข้าถึงบริการขั้นพื้นฐานที่จำเป็น รวมทั้งการบริการสุขภาพเพื่อป้องกันและควบคุมโรคเป็นสำคัญ โดยเฉพาะโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน ถือเป็นโรคเรื้อรังที่เกิดจากปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น กรรมพันธุ์ อายุ และปัจจัยที่สามารถควบคุมได้เช่น ความอ้วน ความเครียด การออกกำลังกาย พฤติกรรมการบริโภคที่ไม่เหมาะสม การดื่มสุรา สูบบุหรี่ ซึ่งหากประชาชนไม่สามารถควบคุมปัจจัยดังกล่าว ร่วมกับการมีอายุที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่อายุ 35 ปีขึ้นไปย่อมมีโอกาสเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรัง และต้องได้รับการรักษารับประทานยาตลอดชีวิต อีกทั้งหากมีพฤติกรรมสุขภาพไม่เหมาะสมมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมา ส่งผลให้สูญเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลเพิ่มขึ้น
ข้อมูลจากการคัดกรองความเสี่ยงโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูงในกลุ่มวัยทำงาน ระบบคลังข้อมูลโรคไม่ติดต่อเรื้อรังม.8 บ้านหนองสาหร่าย ปี 2564 พบว่า เสี่ยงต่อโรคเบาหวานจำนวน 65 คน คิดเป็นร้อยละ 18 เสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูงจำนวน 117คน คิดเป็นร้อยละ 22 ชมรมอาสาสมัครสาะารณสุขประจำหมู่บ้าน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตาแปด เล็งเห็นและตระหนักถึงความสำคัญในการป้องกันและลดความเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในกลุ่มวัยทำงานจึงจัดทำโครงการนี้ขึ้นเพื่อเป็นการส่งเสริม กระตุ้นให้กลุ่มเป้าหมายวัยทำงาน ตระหนัก รับรู้ถึงความสำคัญในการดูแลสุขภาพของตนเองมากขึ้น เป็นบุคคลที่มีสุขภาพดีและคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน10.00
ร้อยละของประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน ลดลง
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง10.00
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง ลดลง
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน60
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง50
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมให้ความรู้แกนนำสุขภาพชุมชนบ้านหนองสาหร่าย
ค่าอาหารกลางวันและเครื่องดื่ม 40 คน x 60 บาท เป็นเงิน 2,400 บาท
ค่าอาหารว่าง และเครื่องดื่ม 40 คน x ๒ มื้อ x ๒๕ บาท เป็นเงิน 2,000 บาท
ค่าไวนิลประช่าสัมพันธ์โครงการ ขนาด 1.2 เมตร* 2.4 เมตร เป็นเงิน 600 บาท
ค่าคู่มือในการอบรม ชุดละ 80 บาท * 40ชุด เป็นเงิน 3,200 บาท
ค่าวิทยากร จำนวน 1 คนชม.ละ 600 บาท3ชม. เป็นเงิน 1800 บาท
18 สิงหาคม 2564 ถึง 18 สิงหาคม 2564แกนนำสุขภาพชุมชนมีความรู้เรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
10000.00 บาท -
อบรมให้ความรู้กลุ่มเสี่ยงความดันโลหิตสูงและเบาหวาน
ค่าอาหารกลางวันและเครื่องดื่ม จำนวน 50 คน x 60 บาท เป็นเงิน 3,000 บาท
ค่าอาหารว่าง และเครื่องดื่ม จำนวน 50 คน x ๒ มื้อ x ๒๕ บาท เป็นเงิน 2,500 บาท
ค่าคู่มือ ชุดละ 80บาท จำนวน 50 คน เป็นเงิน 4,000 บาท
ค่าวิทยากร จำนวน 1 คน ชม.ละ 600 บาท *3ชม. เป็นเงิน 1800 บาท
20 สิงหาคม 2564 ถึง 20 สิงหาคม 2564กลุ่มเสี่ยงความดันดลหิตสูงและเบาหวานมีความรู้เรื่องสุขภาพ
11300.00 บาท -
อบรมให้ความรู้แก่แกนนำจูเนียร์
- ค่าอาหารกลางวันและเครื่องดื่มสำหรับกลุ่มเสี่ยงเบาหวานความดันจำนวน 60 คน x 60 บาทเป็นเงิน 3,600บาท
- ค่าอาหารว่าง และเครื่องดื่ม สำหรับกลุ่มเสี่ยงเบาหวานความดันจำนวน 60 คน x 2 มื้อ x 25 บาทเป็นเงิน 3,000 บาท
- ค่าคู่มือ ชุดละ 80 บาท *60 ชุดเป็นเงิน 4,800 บาท
30 สิงหาคม 2564 ถึง 30 สิงหาคม 2564แกนนำจูเนียร์มีความรู้เรื่องสุขภาพ
11400.00 บาท
- แกนนำชุมชนมีความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยใช้หลัก 3อ2ส และสามารถนำไปถ่ายทอดและดูแลสุขภาพคนในชุมชนได้
- กลุ่มเสี่ยงความดันโลหิตสูงและเบาหวานมีความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยใช้หลัก 3 อ 2 ส
- แกนนำจูเนียร์มีความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพและสามารถนำความรู้ไปใช้ในการดูแลครอบครัวได้
