โครงการตรวจหาระดับปริมาณสารเคมีตกค้างในเลือดของเกษตรกร
-
ร้อยละของเกษตรกรที่ตรวจพบสารเคมีตกค้างในเลือด เกินมาตรฐานความปลอดภัย54.00
-
๑.เพื่อตรวจหาระดับปริมาณสารเคมีตกค้างในเลือดของเกษตรกรที่มีผลต่อสุขภาพ ๒.เพื่อเฝ้าระวังภาวะสุขภาพของเกษตรกร ๓.เพื่อให้เกษตรกรเกิดมีความรู้และนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพแบบมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพตนเองที่ถูกต้อง0.000.00
๑. ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรได้รับการตรวจหาระดับโคลีนเอสเทอเรสในเลือด อย่างน้อยร้อยละ 80
๒. เกษตรกรผู้ผ่านการตรวจฯ ได้ทราบระดับความเสี่ยงต่อภาวะสารเคมีตกค้างใน เลือด ของตนเอง ร้อยละ 100
๓. การลดลงของระดับโคลีนเอสเทอเรสของผู้ที่มีความเสี่ยง ร้อยละ ๘๐
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง700
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
โครงการตรวจหาระดับปริมาณสารเคมีตกค้างในเลือดของเกษตรกร
โครงการตรวจหาระดับปริมาณสารเคมีตกค้างในเลือดของเกษตรกร ปี ๒๕๖๔
1.หลักการและเหตุผล
ตามยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดสุรินทร์ ๒๐ ปี(พ.ศ.๒๕๖๐-๒๕๗๙) กำหนดวิสัยทัศน์การพัฒนาเป็น”ศูนย์กลางแห่งเมืองสุขภาวะและอาหารเพื่อสุขภาพ(Wellness and Healthy Food City)”ที่สอดคล้องกับกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งรณรงค์ให้ยกเลิกการใช้สารเคมีอันตรายทางการเกษตร 3 ชนิด ได้แก่ พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส เนื่องจากมีผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย และจำกัดการใช้ก็เพื่อช่วยลดความรุนแรงผลกระทบของสารเคมีต่อร่างกายมนุษย์ ซึ่งจากการเก็บข้อมูล พบว่า ทุกปีมีคนป่วยจากการใช้ยาฆ่าหญ้า 14,000 คน และตายมากกว่า 600 คนต่อปี
ตำบลสำโรง ประชาชนส่วนใหญ่มีอาชีพพื้นฐานอยู่ในภาคเกษตรกรรม และเป็นแรงงานนอกระบบ เป็นผู้มีรายได้น้อย แต่ทำงานที่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพจากสภาพภูมิอากาศที่ร้อนจัด ท่าทางการทำงานที่มีความเสี่ยงต่อการปวดหลังและกล้ามเนื้ออักเสบ รวมทั้งการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพ มีพิษทั้งแบบเฉียบพลัน และเรื้อรังตั้งแต่ระดับเล็กน้อยจนรุนแรงถึงแก่ชีวิตขึ้นอยู่กับระดับความเข้มข้น ความเป็นพิษและปริมาณที่ได้รับสารเคมีกำจัดศัตรูพืชสามารถเข้าสู้ร่างกายได้หลายทาง โดยการสัมผัสทางผิวหนังที่ไม่สวมถุงมือและรองเท้าบู๊ท ป้องกันขณะทำงานกับสารเคมี การสูดหายใจละอองที่ฟุ้งกระจายในอากาศ และการรับประทานอาหารและดื่มน้ำที่มีสารเคมีปนเปื้อน พฤติกรรมที่ไม่ปลอดภัยทำให้เกษตรกรมีความเสี่ยงจากการได้รับอันตรายจากสารเคมีเพิ่มขึ้นยกตัวอย่างเช่น ใช้ถังภาชนะบรรจุสารเคมีที่รั่วซึม ฉีดพ่นสวนทิศทางลมทำให้เสื้อผ้าเปียกชุ่มสารเคมีโดยไม่อาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ซึมเปื้อนทันที เป็นต้นสารเคมีกำจัดศัตรูพืช สามารถทำอันตรายต่อสุขภาพร่างกายได้ทั้งมนุษย์ และสัตว์ กล่าวคือ จะไปทำลายอวัยวะภายในร่างกาย เช่น ตับ ไต ปอด สมอง ผิวหนัง ระบบประสาท ระบบสืบพันธุ์ และตา ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่า เราจะรับสารเคมีเข้าสู้ร่างกาย ทางใด และปริมาณมากน้อยเท่าใด ส่วนใหญ่แล้วที่อวัยวะภายในร่างกายได้สะสมสารเคมีไว้จนถึงขีดที่ร่างกายไม่อาจทนได้จึงแสดงอาการต่างๆขึ้นมาเช่นโรคมะเร็ง โรคต่อมไร้ท่อ เป็นต้น ตำบลมีพื้นที่ที่ใช้ในการเกษตร มากถึงร้อยละ 70 ของพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งประกอบด้วยพื้นที่ ทำนา ผลกระทบจากการใช้สารเคมีในการควบคุมและกำจัดศัตรูพืช คาดว่ากระจายและขยายเป็นวงกว้าง และยังไม่ได้รับการประเมินภาวะเสี่ยง ผลกระทบต่อสุขภาพของเกษตรกรว่าอยู่ในระดับใด ประกอบกับเกษตรกรในตำบลสำโรง ยังคงมีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งมีการนำมาใช้อย่างไม่ถูกวิธี และขาดความรู้จึงทำให้มีผลกระทบกับด้านสุขภาพโดยตรง
ดังนั้น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสำโรง จึงเล็งเห็นความสำคัญของสุขภาพเกษตรกร ในตำบลสำโรงจึงได้จัดทำโครงการตรวจคัดกรองหาสารเคมีตกค้างในเลือดเกษตรกร ปี ๒๕๖๓ ขึ้นเพื่อให้เกษตรกรกลุ่มเสี่ยงในตำบลสำโรง ได้รับการตรวจสุขภาพ และเจาะเลือดเพื่อดูปริมาณสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดว่าอยู่ในระดับใดเพื่อทำการเฝ้าระวังและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงต่อไป
2.วัตถุประสงค์
๑.เพื่อตรวจหาระดับปริมาณสารเคมีตกค้างในเลือดของเกษตรกรที่มีผลต่อสุขภาพ
๒.เพื่อเฝ้าระวังภาวะสุขภาพของเกษตรกร
๓.เพื่อให้เกษตรกรเกิดมีความรู้และนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพแบบมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพตนเองที่ถูกต้อง
3.ตัวชี้วัดความสำเร็จ
๑. ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรได้รับการตรวจหาระดับโคลีนเอสเทอเรสในเลือด อย่างน้อยร้อยละ 80
๒. เกษตรกรผู้ผ่านการตรวจฯ ได้ทราบระดับความเสี่ยงต่อภาวะสารเคมีตกค้างใน เลือด ของตนเอง ร้อยละ 100
๓. การลดลงของระดับโคลีนเอสเทอเรสของผู้ที่มีความเสี่ยง ร้อยละ ๘๐
4.เป้าหมายโครงการ (Target goal)
๑.ลดระดับปริมาณสารเคมีตกค้างในเลือดของเกษตรกรที่มีผลต่อสุขภาพ
๒.เกษตรกรมีความรู้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในการดูแลสุขภาพตนเองที่ถูกต้อง
๓.ประชาชนในชุมชนลดการใช้สารเคมีในการทำเกษตรกรรม
5.กลุ่มเป้าหมาย (Target group)
ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรในพื้นที่ตำบลสำโรง จำนวน ๗๐๐ คน
6.กลยุทธ์/กลวิธี
- แนวทาง/ขั้นตอนการดำเนินงาน
๑.ประชุม อสม. เพื่อเข้าร่วมกันกำหนดแผนงานการลงปฏิบัติในพื้นที่
๒.ประชาสัมพันธ์ให้กลุ่มเกษตรการทราบเพื่อเตรียมกลุ่มเป้าหมาย และนัด วัน เวลา และสถานที่ในการตรวจ โดยทีม รพ.สต.ร่วมกับอสม.
๓.เตรียม เครื่องมือและอุปกรณ์ในการตรวจคัดกรองโดยการตรวจเลือด โดยใช้กระดาษทดสอบเอนไซม์โคลีนเอสเตอเรส
๔.ดำเนินงานตามโครงการ ประสานกับหมู่บ้านในพื้นที่ เพื่อเตรียมการและวางแผนการดำเนินงานตรวจสอบหาสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้าง
๕.ดำเนินการตรวจหาสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างในเกษตรกร ตามวัน และเวลาที่นัดหมาย การควบคุม กำกับงานตามโครงการ
๖.จัดอบรม ทำกิจกรรมสาธิตการป้องกันขณะทำงานกับสารเคมี รณรงค์และกระตุ้นให้มีลดการใช้สารเคมีในครัวเรือนและ/ร่วมกันในชุมชน โดยมีมาตรการชุมชนยกเลิกการใช้สารเคมี 3 ชนิด (พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส )
๗.แจ้งผลการตรวจพร้อมคำแนะนำที่ถูกต้องของการดูแลสุขภาพ การติดตามและประเมินผลตามวัตถุประสงค์
๘.สรุปผล และรายงานผล การดำเนินโครงการ
7.กิจกรรมการดำเนินงาน
ลำดับ กิจกรรม ระยะเวลา สถานที่
๑ ประชุม อสม. เพื่อเข้าร่วมกันกำหนดแผนงานการลงปฏิบัติในพื้นที่ ม.ค.๖๔ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสำโรง
๒ จัดการประชาสัมพันธ์ให้กลุ่มเกษตรการทราบเพื่อเตรียมกลุ่มเป้าหมาย และนัด วัน เวลา และสถานที่ในการตรวจ โดยทีม อสม. ม.ค.-ก.พ.๖๔ หมู่บ้านในเขตพื้นที่ตำบลสำโรง
๓ ดำเนินงานตามโครงการ ประสานกับหมู่บ้านในพื้นที่ เพื่อเตรียมการและวางแผนการดำเนินงานตรวจสอบหาสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้าง ก.พ.๖๔ หมู่บ้านในเขตพื้นที่ตำบลสำโรง
๔ ครั้งที่ ๑
ดำเนินการตรวจหาสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างในเกษตรกร ตามวัน และเวลาที่นัดหมาย
แจ้งผลการตรวจพร้อมคำแนะนำที่ถูกต้องของการดูแลสุขภาพ การติดตามและประเมินผลตามวัตถุประสงค์
จัดอบรม ทำกิจกรรมสาธิตการป้องกันขณะทำงานกับสารเคมี รณรงค์และกระตุ้นให้มีลดการใช้สารเคมีในครัวเรือนและ/ร่วมกันในชุมชน ประชาคมชุมชนสร้างมาตรการชุมชนในการยกเลิกใช้สารเคมี 3 ชนิด (พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส ) ก.พ.-พ.ค.๖๔ หมู่บ้านในเขตพื้นที่ตำบลสำโรง
๕ ครั้งที่ ๒
ติดตามดำเนินการตรวจหาสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างในเกษตรกรในกลุ่มที่เสี่ยง ตามวัน และเวลาที่นัดหมาย เพื่อเปรียบเทียบผลก่อนและหลังดำเนินงานโครงการ
แจ้งผลการตรวจพร้อมคำแนะนำที่ถูกต้องของการดูแลสุขภาพ การติดตามและประเมินผลตามวัตถุประสงค์
ก.ค.-ก.ย.๖๔ หมู่บ้านในเขตพื้นที่ตำบลสำโรง
๖ รายงานผลการดำเนินโครงการ ๒๗ ก.ย.6๔
8.ระยะเวลาดำเนินงาน
๑ ตุลาคม ๒๕6๓ – ๓๐กันยายน ๒๕6๔
9.งบประมาณจากเงินบำรุงโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสำโรง(เงินอุดหนุนจากกองทุนหลักประกันสุขภาพองค์การบริหารงานส่วนตำบลสำโรง) จำนวน 40,875 บาท(สี่หมื่นแปดร้อยเจ็ดสิบห้าบาทถ้วน) รายละเอียด ดังนี้
ค่าอาหารวางและเครื่องดื่ม ๒ มื้อๆละ ๒๕ บาท จำนวน 150 คน เป็นเงิน ๗,๕๐๐ บาท
ค่าอาหารกลางวัน ๑ มื้อๆละ ๕๐ บาท จำนวน ๑๕๐ คน เป็นเงิน ๗,๕๐๐ บาท
ค่าวิทยากร จำนวน ๑ คน ชั่วโมง ละ ๖๐๐ จำนวน ๖ ชั่วโมง เป็นเงิน ๓,๖๐๐ บาท
ค่าป้ายประชาสัมพันธ์โครงการ ๑.๕x๓ ตรม.ๆละ ๑๕๐ บาท เป็นเงิน ๖๗๕ บาท
ค่าเบี้ยเลี้ยงเจ้าหน้าที่ออกปฏิบัติงาน เพื่อเจาะตรวจหาระดับปริมาณสารเคมีตกค้างในเลือดของเกษตรกร เจ้าหน้าที่ ๖ คน คนละ ๑๒๐ บาท จำนวน ๑๕ หมู่ หมู่ละ ๒ ครั้ง เป็นเงิน ๒๑,๖๐๐ บาท
รวมเงิน 40,875 บาท(สี่หมื่นแปดร้อยเจ็ดสิบห้าบาทถ้วน)
หมายเหตุ : ทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยจ่ายได้
10.สถานที่ดำเนินโครงการ
15 หมู่บ้านในเขตพื้นที่ตำบลสำโรง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์
11.การประเมินผลการดำเนินโครงการ
- การลดลงของระดับโคลีนเอสเทอเรสของผู้ที่มีความเสี่ยง ก่อนและหลังการดำเนินงานโครงการ
12.ผลที่คาดว่าจะได้รับ
12.1 ผลผลิต
ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรได้รับการตรวจหาระดับโคลีนเอสเทอเรสในเลือด อย่างน้อยร้อยละ 80
เกษตรกรผู้ผ่านการตรวจฯทราบระดับความเสี่ยงต่อภาวะสารเคมีตกค้างในเลือด ของตนเอง ร้อยละ 100
เกษตรกรผู้ผ่านการตรวจหาระดับโคลีนเอสเทอเรสในเลือด ที่อยู่ในระดับมีความเสี่ยงได้รับความรู้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ร้อยละ 100
การลดลงของระดับโคลีนเอสเทอเรสของผู้ที่มีความเสี่ยง ร้อยละ ๘๐
12.2 ผลลัพธ์
สมาชิกครัวเรือนในชุมชนตำบลสำโรง ได้รับการบริโภคสินค้าทางการเกษตรปลอดสารเคมี
ประชาชนในชุมชนมีความรู้และตระหนักรู้(Health Literacy) ภัยจากการใช้สารเคมีและเกิดกติการร่วมของชุมชนในการปลูกผักบริโภคโดยไม่ใช้สารเคมี
ประชาชนในชุมชนมีความรู้และความตระหนักในการปรุงอาหารและการเลือกรับประทานอาหารที่ปลอดภัยและเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ
13.หน่วยงานที่รับผิดชอบ
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสำโรง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์
1 ตุลาคม 2563 ถึง 30 กันยายน 256412.1 ผลผลิต
ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรได้รับการตรวจหาระดับโคลีนเอสเทอเรสในเลือด อย่างน้อยร้อยละ 80
เกษตรกรผู้ผ่านการตรวจฯทราบระดับความเสี่ยงต่อภาวะสารเคมีตกค้างในเลือด ของตนเอง ร้อยละ 100
เกษตรกรผู้ผ่านการตรวจหาระดับโคลีนเอสเทอเรสในเลือด ที่อยู่ในระดับมีความเสี่ยงได้รับความรู้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ร้อยละ 100
การลดลงของระดับโคลีนเอสเทอเรสของผู้ที่มีความเสี่ยง ร้อยละ ๘๐
12.2 ผลลัพธ์
สมาชิกครัวเรือนในชุมชนตำบลสำโรง ได้รับการบริโภคสินค้าทางการเกษตรปลอดสารเคมี
ประชาชนในชุมชนมีความรู้และตระหนักรู้(Health Literacy) ภัยจากการใช้สารเคมีและเกิดกติการร่วมของชุมชนในการปลูกผักบริโภคโดยไม่ใช้สารเคมี
ประชาชนในชุมชนมีความรู้และความตระหนักในการปรุงอาหารและการเลือกรับประทานอาหารที่ปลอดภัยและเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ
40875.00 บาท
