โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของผู้ป่วยHT/DM
-
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านตันหยงเปาว์
-
จำนวนผู้ป่วยโรคเบาหวานหรือโรคความดันโลหิตสูง80.00
กลุ่มโรค NCDs (Noncommunicable diseases หรือโรคไม่ติดต่อ) ยังคงเป็นปัญหาสุขภาพอันดับหนึ่งของโลก ทั้งในมิติของจำนวนการเสียชีวิตและภาระโรคโดยรวม โดยประเทศไทย มีอัตราการเสียชีวิตจากกลุ่มโรคไม่ติดต่อต่ำสุดเมื่อเทียบในกลุ่มประเทศภูมิภาคเอเชียใต้-ตะวันออก (SEARO) จากข้อมูลปีพ.ศ.2559 โรคไม่ติดต่อยังคงเป็นปัญหาสุขภาพอันดับหนึ่งของประชาชนไทยทั้งภาวะโรคและอัตราการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร (30-69 ปี) จากโรคไม่ติดต่อที่สำคัญ ประกอบด้วย โรคหลอดเลือดสมอง, โรคหัวใจขาดเลือด, โรคเบาหวาน, ภาวะความดันโลหิตสูง และโรคทางเดินหายใจอุดกั้นเรื้อรัง มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตั้งแต่ ปีพ.ศ. 2557 ถึงปีพ.ศ. 2559 หลังจากนั้น มีแนวโน้มลดลงเล็กน้อยและคงที่ในปีพ.ศ. 2561 โดยโรคหลอดเลือดสมองมีอัตราการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรสูงที่สุดเท่ากับ 44.3 รายต่อประชากรแสนคน และอัตราการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรด้วยโรคหลอดเลือดสมองในผู้ชายสูงกว่าเพศหญิง อุบัติการณ์การเกิดโรคความดันโลหิตสูง และเบาหวานรายใหม่มีแนวโน้มลดลง โดยมีปัจจัยเชิงบวกด้านพฤติกรรม ในประชากรที่ดีขึ้นทั้งในกลุ่มวัยผู้ใหญ่ และวัยรุ่น คือ ความชุกของการสูบบุหรี่ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีแนวโน้มลดลง อย่างไรก็ตามปัจจัยเสี่ยงเชิงลบที่คุกคามสุขภาพคือการบริโภคอาหารที่ไม่สมดุล และการมีกิจกรรมทางกายที่ไม่เพียงพอ อาจกล่าวได้ว่าการลดลงของอุบัติการณ์เบาหวาน และภาวะความดันโลหิตสูง เป็นผลจากมาตรการการควบคุม ป้องกันโรค และปัจจัยเสี่ยงของภาวะความดันโลหิตสูงที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าในบางช่วงเวลาความชุกของ ปัจจัยเสี่ยง มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่ทว่ายังคงเป็นการเปลี่ยนแปลงในอัตราที่ไม่มาก นอกจากนั้นอาจสะท้อนว่าควรเพิ่มมาตรการ และ ความเข้มข้นในการดำเนินมาตรการเพื่อปรับแนวโน้มให้เปลี่ยนแปลงมากขึ้น โดยเฉพาะมาตรการด้านการควบคุมการบริโภค อาหารหวาน มัน และเค็ม นอกจากนั้นควรมีการสำรวจข้อมูลสถานการณ์การบริโภคอาหารและปริมาณโซเดียมที่บริโภคต่อวันอย่างต่อเนื่อง
-
เพื่อกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มสงสัยป่วยโรคเบาหวานหรือโรคความดันโลหิตสูง ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสริมสร้างทักษะในการจัดการตนเองเพื่อป้องกันโรค60.00
กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มสงสัยป่วยโรคเบาหวานหรือโรคความดันโลหิตสูง มีทักษะในการจัดการกับปัจจัยเสี่ยงได้ไม่กลายเป็นผู้ป่วยรายใหม่
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง50
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ดำเนินกิจกรรมในการประชุมชี้แจง อสม. ในเรื่อง องค์ความรู้ วัตถุประสงค์ของโครงการ และแนวทางการดำเนินการ
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 50 คน อัตราคนละ 25 บาท จำนวน 2 มื้อ เป็นเงิน 2,500 บาท
ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 50 คน อัตราคนละ 50 บาท จำนวน 1 มื้อ เป็นเงิน 2,500 บาท
ค่าวัสดุ เป็นเงิน 2,200 บาท
แฟ้มใส่เอกสาร จำนวน 50 คน × 24 บาท = 1,200 บาท
สมุด จำนวน 50 คน × 10 บาท = 500 บาท
ปากกา จำนวน 50 คน × 10 บาท = 500 บาท
1 ตุลาคม 2563 ถึง 30 กันยายน 2564อสม.มีความรู้และทักษะในการจัดการกับปัจจัยเสี่ยงได้ไม่กลายเป็นผู้ป่วยรายใหม่
7200.00 บาท -
ดำเนินกิจกรรมเวทีแลกเลี่ยนเรียนรู้ในเรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 60 คน อัตราคนละ 25 บาท จำนวน 2 มื้อ จำนวน 3 วัน เป็นเงิน 9,000 บาท
ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 60 คน อัตราคนละ 50 บาท จำนวน 1 มื้อ จำนวน 3 วัน เป็นเงิน 9,000 บาท
1 ตุลาคม 2563 ถึง 30 กันยายน 2564ผู้ป่วยโรคเบาหวานหรือโรคความดันโลหิตสูง ได้รับการรักษาตามมาตรฐาน
18000.00 บาท
1.กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มสงสัยป่วยโรคเบาหวานหรือโรคความดันโลหิตสูง มีทักษะในการจัดการกับปัจจัยเสี่ยงได้ไม่กลายเป็นผู้ป่วยรายใหม่
2.ผู้ป่วยโรคเบาหวานหรือโรคความดันโลหิตสูง ได้รับการคัดกรองภาวะแทรกซ้อนทางไตอย่างครอบคลุม
3.เกิดหมู่บ้านปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เข้มแข็ง มีการดำเนินงานที่เป็นระบบ ต่อเนื่อง มีผลการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม
