โครงการส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคไตเรื้อรังในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน ตำบลแป้น อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ปี 2564
-
นางกิ่งกมล ชูพันธ์ (พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ)
-
ร้อยละผู้มีภาวะโรคไตเรื้อรัง41.86
โรคไตเรื้อรังจัดเป็นปัญหาสำคัญของระบบสาธารณสุขทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย ในปัจจุบัน มีผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายเพิ่มขึ้นในแต่ละปี ซึ่งรัฐต้องสูญเสียทรัพยากรจำนวนมากในการดูแลรักษาผู้ป่วยกลุ่มนี้ โดยปัจจัยที่สำคัญของการที่พบผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายมากขึ้น คือ ผู้ป่วยไม่รู้ว่าป่วยเป็นโรคไตระยะเริ่มแรกที่พอรักษาได้ และผู้ป่วยที่มีโรคเดิมอยู่แล้วดูแลตนเองไม่ถูกต้องสาเหตุส่วนใหญ่ของโรคไตวายระยะสุดท้าย มาจากโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและความดันโลหิตไม่ได้ตามเป้าหมายหรือได้รับการดูแลรักษาที่ไม่เหมาะสม และข้อมูลสำนักนโยบายและแผนสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุขได้จัดอันดับโรคไตเรื้อรังเป็นอันดับที่ 2 สำหรับการเกิดภาวะไตเรื้อรังระบบทางเดินปัสสาวะ การเกิดภาวะไตเรื้อรัง จะทำให้เกิดการสูญเสียหน้าที่ของไต ในการรักษาความสมดุลของเกลือแร่และกรดด่าง ซึ่งมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาวะด้านจิตใจ อารมณ์ และสังคมของผู้ป่วยอย่างมาก ผู้ป่วยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้น หากไม่ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง โดยการบำบัดทดแทนไต ได้แก่ การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม การล้างของเสียทางช่องท้องหรือการเปลี่ยนไต ดังนั้นการดูแลผู้ป่วยจึงมุ่งที่จะประคับประคองให้สามารถควบคุมอาการได้ ชะลอการเสื่อมหน้าที่ของไต ไม่ให้กลายเป็นไตเรื้อรังระยะสุดท้ายป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่จะเกิดขึ้น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแป้น มีผู้ป่วยโรคเบาหวาน จำนวน 113 คน ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงจำนวน 383 คน และพบว่ามีผู้ป่วยที่เป็นทั้งโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 47 คนจากการคัดกรองภาวะโรคไตเรื้อรัง (ChronicKidneyDisease = CKD) ในผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง พบภาวะโรคไตเรื้อรัง จำนวน 41 คน โดยจำแนกเป็นผู้ที่มีภาวะโรคไตเรื้อรัง (CKD) Stage 1 จำนวน 4 คน คิดเป็นร้อยละ 9.76 , Stage 2 จำนวน 13 คน คิดเป็นร้อยละ 30.23 , Stage 3 จำนวน 18 คน คิดเป็นร้อยละ 41.86, Stage 4 จำนวน 6 คน คิดเป็นร้อยละ 13.95 และ Stage 5 จำนวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 4.95ดังนั้นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแป้น จึงเล็งเห็นความสำคัญในการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง เพื่อป้องกันและชะลอไม่ให้เกิดโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย โดยให้การดูแลรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จึงได้จัดทำโครงการป้องกันและชะลอโรคไตเรื้อรังในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานขึ้น
-
เพื่อป้องกันการเกิดโรคไตเรื้อรังและชะลอการเสื่อมของไตในผู้ป่วยโรคเรื้อรัง41.8690.00
กลุ่มเสี่ยงป่วยโรคไตเรื้อรังมีความรู้ในการดูแลตนเองและนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ได้อย่างถูกต้อง
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง60
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้แก่ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง
1.ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 60 คนๆ ละ 50 บาท เป็นเงิน 3,000 บาท 2.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 60 คน จำนวน 2 มื้อๆ ละ 25บาท เป็นเงิน 3,000 บาท 3. ค่าพาหนะเดินทางสำหรับผู้เข้าประชุม จำนวน 60 คนๆละ 50 บาท เป็นเงิน 3,000 บาท 4. ค่าวิทยากร จำนวน 2 คนๆ ละ 3 ชั่วโมงๆ ละ 300 บาท เป็นเงิน 1,800 บาท 5. ค่าป้ายไวนิลโครงการ จำนวน 1 ผืน เป็นเงิน 1,000 บาท
1 มิถุนายน 2564 ถึง 30 มิถุนายน 2564กลุ่มเสี่ยงป่วยโรคไตเรื้อรังมีความรู้ในการดูแลตนเองและนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสม ร้อยละ90
11800.00 บาท
กลุ่มเสี่ยงป่วยโรคไตเรื้อรังมีความรู้ในการดูแลตนเองและนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสม
