โครงการดนตรีบำบัดพัฒนาชุมชน ครั้งที่ 4
-
ผู้ช่วยศาสตราจารย์นวรัตน์ นักเสียง ประธานชมรม
-
นางสุรีพรรณ พุ่มพวง รองประธานชมรม
-
นางสาวอุบลรัตน์ นักเสียง กรรมการ
-
นางสาวเพลงพิณ นักเสียง กรรมการและเลขานุการ
-
ร้อยละของผู้ใหญ่อายุ 18-64 ปี ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลางถึงมาก อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์)78.00
-
ร้อยละของผู้สูงอายุ 65 ปี ขึ้นไป ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลาง อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์)69.00
-
เพื่อเพิ่มการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอในผู้ใหญ่78.0080.00
ร้อยละของผู้ใหญ่อายุ 18-64 ปี ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลางถึงมาก อย่างน้อยที่สุด 150 นาทีต่อสัปดาห์)
-
เพื่อเพิ่มการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอในผู้สูงอายุ69.0070.00
ร้อยละของผู้สูงอายุ 65 ปี ขึ้นไป ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลาง อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์)
-
กลุ่มผู้สูงอายุ30
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
เล่นอังกะลุง
ค่าตอบแทนวิทยากรผู้ฝึกสอนจำนวน 50 วัน วันละ 2 ชั่วโมงๆ ละ 600 บาท เป็นเงิน 60,000 บาท
ค่าจ้างทำอังกะลุงเสียงสากล 1 ชุด (เพื่อการรับสมาชิกเพิ่ม) เป็นเงิน 3,750 บาท
ค่าวัสดุ อุปกรณ์ และสื่อสำหรับใช้ในการสอน เป็นเงิน 5,000 บาท
ค่าจ้างทำป้ายไวนิลประชาสัมพันธ์โครงการฯ ขนาด 1.3 x 2.2 เมตร จำนวน 3 ป้ายๆ ละ 600 บาท เป็นเงิน 1,800 บาท
1 ตุลาคม 2563 ถึง 30 กันยายน 2564ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับการเสริมสร้างสุขภาวะทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และคุณภาพชีวิต มีศักยภาพในการร้องเพลง การฟังทำนองดนตรี การเล่นดนตรี และการอ่านโน้ต มากขึ้น
70550.00 บาท -
ดนตรีบำบัดสัญจร
นำสมาชิกออกไปทำกิจกรรม “ดนตรีบำบัดสัญจร” ด้วยการนำการเล่นดนตรีและการแสดงของสมาชิก ไปทำประโยชน์ตามองค์กรและสถานที่ต่างๆ ในจังหวัดจันทบุรีที่มีผู้สูงอายุ ผู้ป่วย หรือผู้ที่ต้องการได้รับการฟื้นฟูด้านจิตใจ
1 ตุลาคม 2563 ถึง 30 กันยายน 2564ผู้เข้าร่วมโครงการได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และนำความรู้ ความสามารถที่มีอยู่ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม ทำให้เกิดความภาคภูมิใจในคุณค่าของตัวเอง
0.00 บาท
1.ผู้เข้าร่วมโครงการมีสุขภาวะทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และคุณภาพชีวิตที่ดี 2.สมาชิกในวงมีศักยภาพในการร้องเพลง การฟังทำนองดนตรี การเล่นดนตรี และการอ่านโน้ต มากขึ้น 3.ผู้เข้าร่วมโครงการได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์และนำความรู้ ความสามารถที่มีอยู่ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม 4.ทำให้ผู้สูงอายุ และผู้เข้าร่วมโครงการเกิดความภาคภูมิใจในคุณค่าของตัวเอง
