โครงการหญิงไทยยุคใหม่ใส่ใจการตรวจโรคมะเร็ง ปี 2564
-
นางพรรณีดวงมะลิ
-
นางรอหย๊ะวันหนิ
-
นางมาลี พูลแก้ว
-
นางอามีเนาะกูแมเร๊าะ
-
นางอำนวย ศิระจิตร
-
ร้อยละของประชาชนที่มีป่วยด้วยโรคมะเร็งปากมดลูก0.00
มะเร็งปากมดลูก เป็นโรคมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ1 และ 2ของโรคมะเร็งทั้งหมดของสตรีไทย จากสถิติของสถาบันมะเร็งแห่งชาติปี 2546พบว่าโรคมะเร็ง ปากมดลูกเป็นสัดส่วนร้อยละ 33.1 ของมะเร็งทุกชนิดในสตรี (447 จาก 1,440 ราย) โรคมะเร็งที่พบรองลงมา ได้แก่ โรคมะเร็งเต้านม, โรคมะเร็งช่องปาก,โรคมะเร็งปอด และโรคมะเร็งรังไข่ ฯลฯ ปัญหาดังกล่าวก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ และทางด้านเศรษฐกิจ เป็นอย่างมาก แต่จะสามารถป้องกันและรักษาให้หายขาดได้ถ้าพบผู้ป่วยโรคมะเร็งในระยะเริ่มแรก ดังนั้นถ้าสามารถกระตุ้นให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายได้มีความรู้และเข้าใจ เกี่ยวกับโรคดังกล่าว พร้อมทั้งตระหนักและเห็นถึงความสำคัญของการตรวจค้นหาโรคมะเร็งปากมดลูกและโรคมะเร็งเต้านมในระยะเริ่มแรกก็จะทำให้อัตราการเกิดโรค,อัตราการป่วยและอัตราการตาย จากโรคมะเร็งฯ ลดลง การป้องกันและควบคุมโรคมะเร็งปากมดลูกต้องมีการค้นหา โดยการตรวจหาเซลล์มะเร็งให้พบตั้งแต่อยู่ในระยะเริ่มแรกและ ในระยะก่อนเป็นมะเร็งซึ่งสามารถรักษาให้หายได้ และเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการรักษาในระยะลุกลาม และจากการศึกษาขององค์การอนามัยโลก ได้พบว่าการคัดกรองด้วยการทำ pap smearในสตรีกลุ่มเป้าหมายอายุ 30 - 60ปีทำให้ช่วยลดอัตราการเกิดและอัตราการตายจากโรคมะเร็งปากมดลูกได้ที่ผ่านมาพบว่าหญิงไทยยังติดเรื่องอายหมอมากที่สุด ไม่กล้าไปตรวจมะเร็งปากมดลูก ทำให้ตรวจคัดกรองได้ไม่ถึงร้อยละ 20
ปี 2563 ประชากรหญิงอายุ 30-60 ปี ในเขตรับผิดชอบ รพ.สต.ตาแปด ทั้งหมดจำนวน 398คน ได้รับการตรวจมะเร็งปากมดลูก 321 คนคิดเป็นร้อยละ 80 ซึ่งเป็นผลงานที่ดีขึ้นมากเนื่องจากได้รับงบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพองค์การบริหารส่วนตำบลปากบาง ดังนั้นปี 2564 อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านสังกัดโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตาแปดจึงจัดทำโครงการนี้ขึ้นอีก เพื่อตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกแก่สตรีกลุ่มเป้าหมาย จากจำนวน 154 คน ต้องได้รับการตรวจมะเร็งปากมดลูกมากกว่า ร้อยละ 80 โครงการข้างต้นจะช่วยทำให้ค้นพบผู้ป่วยด้วยโรคมะเร็งปากมดลูกได้ตั้งแต่ระยะแรก ซึ่งจะส่งผลให้ลดอัตราการตายจากโรคมะเร็งในสตรีได้อีกทางหนึ่ง
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนที่มีป่วยด้วยโรคมะเร็งปากมดลูก0.000.00
ร้อยละของประชาชนที่มีป่วยด้วยโรคมะเร็งปากมดลูกลดลง
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง152
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมให้ความรู้เรื่องโรคมะเร็งแก่กลุ่มเป้าหมาย
การดำเนินการอบรมให้ความรู้เรื่องโรคมะเร็งแก่กลุ่มเป้าหมาย จำนวน 154 คน โดยมีค่าใช้จ่าย ดังนี้ - ค่าอาการกลางวันมื้อละ 50 บาท ผู้เข้าร่วมโครงการ154คน เป็นเงิน 7,700 บาท -ค่าอาหารว่างมื้อละ 25 บาทจำนวน 2 มื้อ ผู้เข้าร่วมโครงการ 154 คน เป็นเงิน 7,700บาท -ค่าป้ายประชาสัมพันธ์ในการจัดอบรม เป็นเงิน 600 บาท
-ค่าอุปกรณ์ในการจัดการอบรม เป็นเงิน 2,000 บาท - ค่าวิทยากร จำนวน 1 คน ชมละ 600 บาท จำนวน 6 ชั่วโมง เป็นเงิน 3,600 บาท1 กรกฎาคม 2564 ถึง 1 กรกฎาคม 2564กลุ่มเป้าหมายได้รับความรู้เรื่องโรคมะเร็ง
21600.00 บาท -
ตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูกให้กลุ่มเป้าหมาย
-ค่าเอกสารให้ความรู้การตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเองพร้อมถุงผ้า จำนวน 154 ชุดๆ ละ 150 บาท เป็นเงิน 23,100 บาท
2 กรกฎาคม 2564 ถึง 2 กรกฎาคม 2564กลุ่มเป้าหมายได้รับการคัดกรองมะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูด
23100.00 บาท -
กลุ่มเสี่ยงได้รับการส่งตรวจต่อที่รพ.เทพา
กลุ่มเป้าหมายที่มีผลตรวจผิดปกติ ได้รับการส่งตรวจต่อที่รพ.เทพา
5 กรกฎาคม 2564 ถึง 13 สิงหาคม 2564กลุ่มเสี่ยงได้รับการตรวจต่อที่รพ.เทพา
0.00 บาท
1.ประชากร อายุ30 – 60 ปีปีขึ้นไปได้รับการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม อย่างน้อย 154 คน ๒.เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายที่ตรวจพบความผิดปกติได้รับการส่งต่อและรักษา
