โครงการผู้สูงอายุห่างไกลข้อเข่าเสื่อมด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย
ปัจจุบันประเทศไทยมีแนวโน้มก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หมายความว่าประชากรที่มีอายุ 60 ปีบริบูรณ์ มีจำนวนและสัดส่วนมากขึ้น ซึ่งองค์การสหประชาชาติให้คำนิยามว่า ประเทศใดที่มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป เป็นสัดส่วนร้อยละ 10 ของจำนวนประชากรทั้งหมด ถือว่าประเทศนั้นได้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ จำนวนประขากรผู้สูงอายุประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และคาดว่าจะเพิ่มเป็นร้อยละ 14.5 ล้านคน หรือร้อยละ 20 ในปี 2568 และแนวโน้มผู้สูงอายุเหล่านี้อยู๋คนเดียวหรืออยู่ตามลำพังกับคู่สมรสเพิ่มมากขึ้น ซึ่งมีผลต่อการให้การดูแลผู้สูงอายุทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ อายุยิ่งสูงขึ้นยิ่งเจ็บป่วย รักษาไม่หาย มีภาวะการพึ่งพา ต้องการดูแลอย่างต่อเนื่องและการดูแลระยะยาว วัยสูงอายุเป็นวันเสื่อมของร่างกาย จากการศึกษาภาวะสุขภาพผู้สูงอายุไทย พบว่า ผู้สูงอายุมักมีปัญหาปวดข้อเข่า ในสัดส่วนที่ค่อนข้างสูง ส่งผลให้เกิดความเจ็บปวดทรมาน คุณภาพชีวิตลดลง และเป็นปัจจัยของโรคอื่นๆ เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง เนื่องจากออกกำลังกายไม่ได้ ส่วนใหญ่อาการปวดข้อเข่าเสื่อมจากมีสาเหตุมาจากข้อเข่าเสื่อมซึ่งสัมพันธ์กับอายุและการใช้งานมาเป็นเวลานาน การเสื่อมของข้อทำให้มีการงอกของกระดูก เวลาเดินจะเจ็บข้อ มีการผิดรูปของเข่า พบได้บ่อยที่สุดถึงร้อยละ 50 ของจำนวนผู้ป่วยที่ไปพบแพทย์ด้วยอาการปวดข้อที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป บางรายพบตั้งแต่อายุ 30 ปี พบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย และมีอาการปวดรุนแรงมากกว่า จากข้อมูลการรับบริการของผู้สูงอายุในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท่างิ้ว อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง มีกลุ่มงานแพทย์แผนไทย ที่ให้บริการประชาชนทั่วไป มีผู้สูงอายุที่มารับบริการด้วยอาการปวดเข่าเป็นจำนวนมาก กลุ่มงานแพทย์แผนไทยเล็งเห็นถึงความสำคัญดังกล่าวจึงได้จัด โครงการผู้สูงอายุห่างไกลข้อเข่าเสื่อมด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท่างิ้ว ประจำปีงบประมาณ 2564 ขึ้น เพื่อเป็นแพทย์ทางเลือกให้กับประชาชนในชุมชนในการบำบัดรักษาอาการปวดเข่า และส่งเสริมให้มีการใช้สมุนไพรในท้องถิ่น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท่างิ้ว อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง ได้เห็นถึงความสำคัญในศาสตร์การแพทย์แผนไทยดังกล่าว จึงจัดทำโครงการนี้ขึ้นเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท่างิ้ว มีความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการสืบสานภูมิปัญญาไทยให้แพร่หลายยิ่งขึ้น ส่งเสริมให้่ประชาชนมีคุณภาพกาย คุณภาพจิต และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน
-
1. เพื่อให้ผู้สูงอายุ ได้รับความรู้เกี่ยวกับโรคข้อเข่าเสื่อม0.00
- ผู้สูงอายุ ได้รับความรู้เกี่ยวกับโรคข้อเข่าเสื่อม มากกว่าร้อยละ 95
-
2. เพื่อให้ผู้สูงอายุได้ฝึกการพอกเข่าด้วยตัวเอง0.00
- ผู้สูงอายุได้ฝึกการพอกเข่าด้วยตัวเอง มากกว่าร้อยละ 90
-
3. เพื่อให้ผู้สูงอายุมีอาการปวดเข่าลดลง0.00
- ผู้สูงอายุมีอาการปวดเข่าลดลง มากกว่าร้อยละ 80
-
กลุ่มวัยทำงาน0
-
กลุ่มผู้สูงอายุ0
-
ผู้สูงอายุที่มีอาการปวดเข่า40
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1. กิจกรรมอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับโรคข้อเข่าเสื่อม
1) ค่าอาหารว่างผู้เข้ารับการอบรม 25 บาท x 2 มื้อ x 40 คน เป็นเงิน 2,000 บาท 2) ค่าอาหารกลางวัน 1 มื้อมื้อละ 70 บาท x 40 เป็นเงิน 2,800 บาท 3) ป้ายไวนิลโครงการขนาด 1x3 เมตร จำนวน 1 ป้าย เป็นเงิน 500 บาท
1 เมษายน 2564 ถึง 30 กันยายน 25645300.00 บาท -
2. กิจกรรมฝึกปฏิบัติการพอกเข่าด้วยสมุนไพร
1) ค่าวัสดุในการทำสมุนไพรพอกเข่า 2,000 บาท
ค่าปูนแดง ถุงละ 10 บาท x 30 ถุง เป็นเงิน 300 บาท
ค่าไพลสด กิโลกรัมละ 70 บาท x 20 กิโลกรัม เป็นเงิน 1,400 บาท
ค่าข้าวสารกิโลกรัมละ 30 บาท x 10 กิโลกรัม เป็นเงิน 300 บาท
2) ค่าผ้าขนหนู 7 โหล โหลละ 200 บาท (7x200) เป็นเงิน 1,400 บาท
1 เมษายน 2564 ถึง 30 กันยายน 25643400.00 บาท
- ผู้สูงอายุมีความรู้เรื่องโรคข้อเข่าเสื่อมมากขึ้น
- ผู้สูงอายุสามารถประยุกต์ใช้สมุนไพรพอกเข่าได้ด้วยตนเอง
- ผู้สูงอายุสามารถถ่ายทอดการพอกเข่าด้วยสมุนไพรสู่ชุมชนได้
