โครงการร่วมใจ ลด ละ เลิกบุหรี่ เพื่อชีวีมีสุข
-
นางสาวสมหวังคลองตะเคียน
ปัญหาการสูบบุหรี่ในประเทศไทยทวีความรุนแรง โดยเฉพาะอายุของนักสูบหน้าใหม่ที่ลดน้อยลงและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งการสูบบุหรี่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ส่งผลกระทบทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม อย่างกว้างขวางและเป็นสาเหตุสำคัญของการเจ็บป่วยและเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ทำให้รัฐต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาเป็นจำนวนมากจากข้อมูลการสำรวจพฤติกรรมการสูบบุหรี่และการดื่มสุราของประชากร พ.ศ.2557 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่า ประเทศไทยมีผู้สูบบุหรี่จำนวน11.4ล้านคนอัตราการสูบบุหรี่ในประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไปร้อยละ 20.7 ต่อประชากรพันคนอยู่ในกลุ่มอายุ 25-59 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มวัยทำงานมากที่สุดร้อยละ 23.5 รองลงมาคือกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป ร้อยละ 16.6และกลุ่มอายุ 15-24 ปีร้อยละ 14.7ตามลำดับเป็นผู้ชายร้อยละ 40.5และผู้หญิงร้อยละ 2.2โดยสูบบุหรี่จากโรงงานอย่างเดียวมากที่สุด 5.3 ล้านคน รองลงมาคือบุหรี่มวนเอง 4.2 ล้านคน และทั้งบุหรี่โรงงาน/บุหรี่มวนเอง 1.9 ล้านคนและมีคนไทยได้รับควันบุหรี่มือสองในบ้านร้อยละ 28.1 มีนักสูบหน้าใหม่เกิดขึ้นราว2-3 แสนคนต่อปีคนไทยเสียชีวิตจากการสูบบุหรี่ปีละประมาณ 52,000 คน เฉลี่ยวันละ 142 คน ชั่วโมงละ 6 คนและเสียชีวิตจากโรคที่เกิดจากบุหรี่ร้อยละ 12 ของการตายทั้งหมดผู้ที่สูบบุหรี่มีโอกาสตายด้วยโรคมะเร็งมากกว่าผู้ไม่สูบบุหรี่ 20 เท่า ที่สำคัญ 1 ใน 4 เป็นเด็กเล็กที่ตายเพราะได้รับควันบุหรี่มือสองหากการควบคุมการบริโภคยาสูบไม่เข้มแข็งจะมีการตายด้วยโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่ถึง 8 ล้านคนใน 20 ปีข้างหน้า ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุขได้ตั้งเป้าหมายไว้ว่าภายในระยะเวลา 3 ปี(ปี 2560-2562) จะดำเนินการเพื่อลดอัตราจำนวนประชากรผู้สูบบุหรี่ที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป จากปัจจุบันร้อยละ 19.9 ให้เหลือร้อยละ 16.7 และลดอัตราการรับควันบุหรี่มือสองให้เหลือร้อยละ 25 ทางกลุ่มวัยทำงานตำบลวัดขวาง เล็งเห็นถึงปัญหาการสูบบุหรี่ซึ่งยังมีอยู่เป็นจำนวนมากสมควรที่จะต้องดำเนินการแก้ไขจึงได้จัดทำโครงการ ร่วมใจ ลด ละ เลิกบุหรี่ เพื่อชีวีมีสุข ปีงบประมาณ 2564ขึ้นเนื่องจากบุหรี่เป็นปัจจัยเสี่ยงของการเสียชีวิตอันดับต้นของคนไทยที่สามารถป้องกันได้โดยการช่วยเหลือให้ผู้สูบบุหรี่เลิกสูบและป้องกันหรือลดจำนวนนักสูบหน้าใหม่ให้ห่างไกลจากการสูบบุหรี่
-
กลุ่มวัยทำงาน44
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมที่ 1 อบรมเชิงปฏิบัติการให้ความแกนนำอาสาพาเลิกบุหรี่ โดย แพทย์ทางเลือก เป้าหมาย คือ แกนนำอาสาพาเลิกบุหรี่ 24 คน
ค่าอาหารกลางวัน มื้อ จำนวน 24 คน คนละ 50 บาท จำนวน 1 วัน เป็นเงิน 1,200 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 2 มื้อ จำนวน 24 คน คนละ 25 บาท จำนวน 1 วัน เป็นเงิน 1,200 บาท
ค่าสมนาคุณวิทยากร ชั่วโมงละ 600 บาท จำนวน 3 ชั่วโมง จำนวน 1 วัน เป็นเงิน 1,800 บาท
ค่าวัสดุ
ป้ายไวนิลโครงการ ขนาด 2 x 1.2 เมตร จำนวน 1 ป้าย เป็นเงิน 360 บาท
วัสดุฝึกอบรม เป็นเงิน 3,000 บาท
ครีมทาผิว จำนวน 24 กระปุก กระปุกละ 35 บาท เป็นเงิน 840 บาท
ไม้กดจุด จำนวน 24 อัน อันละ 50 บาท เป็นเงิน 1,200 บาท
แผ่นโปสเตอร์วิธีการกดจุดและสมุมไพร ขนาด A4 2 หน้า เคลือบพลาสติก จำนวน 24 แผ่น แผ่นละ 40 บาท เป็นเงิน 960 บาท
1 พฤศจิกายน 2563 ถึง 30 กันยายน 25647560.00 บาท -
กิจกรรมที่ 2 อบรมผู้สูบบุหรี่ที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับโทษพิษภัยของบุหรี่ /โรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่/กลยุทธ์ในการเลิกบุหรี่/การเข้าระบบการบำบัด เพื่อเลิกบุหรี่ เป้าหมาย คือ ผู้สูบบุหรี่ที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการ 20 คน
ค่าอาหารกลางวัน 1 มื้อ จำนวน 20 คน คนละ 50 บาท จำนวน 1 วัน เป็นเงิน 1,000 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 2 มื้อ จำนวน 20 คน คนละ 25 บาท จำนวน 1 วัน เป็นเงิน 1,000 บาท
ค่าสมนาคุณวิทยากร ชั่วโมงละ 600 บาท จำนวน 3 ชั่วโมง จำนวน 1 วัน เป็นเงิน 1,800 บาท
1 พฤศจิกายน 2563 ถึง 30 กันยายน 25643800.00 บาท -
กิจกรรมที่ 3 ถอดบทเรียนและค้นหาบุคคลต้นแบบ เป้าหมาย คือ ผู้สูบบุหรี่ที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการ 20 คน
ค่าอาหารกลางวัน 1 มื้อ จำนวน 20 คน คนละ 50 บาท จำนวน 1 วัน เป็นเงิน 1,000 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 2 มื้อ จำนวน 20 คน คนละ 25 บาท จำนวน 1 วัน เป็นเงิน 1,000 บาท
1 พฤศจิกายน 2563 ถึง 30 กันยายน 25642000.00 บาท
1.แกนนำอาสาพาเลิกบุหรี่มีความรู้ 2. มีบุคคลต้นแบบลด ละ เลิก บุหรี่ 3. เกิดนวตกรรม ลด ละ เลิกบุหรี่
