โครงการส่งเสริมการได้รับวัคซีนตามเกณฑ์เด็ก 0-5 ปี ตำบลประกอบ
-
นางสาวนูรีดา แส้เด็น
-
ร้อยละของเด็กที่มารับวัคซีนเพื่อเสริมสร้างภูมิคุมกันโรค ต่อเดือน18.18
เมื่อกล่าวถึง “วัคซีน” หลายคนจะนึกถึงการให้วัคซีนในเด็กเป็นอันดับแรก ที่เป็นเช่นนี้เพราะปัจจุบันวัคซีนที่ใช้ในการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคส่วนใหญ่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นเด็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวัยเรียน เนื่องจากวัยเด็กเป็นช่วงที่ร่างกายกำลังพัฒนา รวมถึงอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันด้วย จึงมีความเสี่ยงต่อการป่วยเป็นโรคต่าง ๆ ได้ง่าย และความรุนแรงของโรคอาจส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโต พัฒนาการและชีวิต เด็กจึงควรได้รับวัคซีนโรคต่าง ๆ ที่จำเป็นเพื่อเสริมสร้างสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงปลอดจากโรคที่อาจทำให้ป่วยและเป็นอันตรายได้การฉีดวัคซีนในเด็กทำเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายมีระดับภูมิคุ้มกันต่อโรคสูงขึ้นเพียงพอที่จะป้องกันโรคได้ในระยะเวลานาน ป้องกันโรคติดต่อร้ายแรง ขัดขวางการแพร่ระบาด และลดผลกระทบร้ายแรงของโรคในเด็ก โดยเฉพาะ โรคหัด คอตีบ ไอกรน และโปลิโอ ที่ล้วนเป็นสาเหตุการเสียชีวิตที่สำคัญของเด็ก ซึ่งทางองค์การอนามัยโลกเคยประเมินว่า การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคด้วยวัคซีนสามารถลดอัตราการตายในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีทั่วโลก จาก 13 ล้านคนใน พ.ศ.2533 เหลือ 9 ล้านคนใน พ.ศ.2551 ดังนั้นการให้วัคซีนในวัยเด็กเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันโรคจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง
ที่ผ่านมานั้นสถานการณ์ของโรคติดต่อที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีนในประเทศไทยโดยเฉพาะโรคที่สำคัญ เช่น โรคไวรัสตับอักเสบบี วัณโรค และโรคคอตีบนั้น จากการรณรงค์โรคไวรัสตับอักเสบบี 2556 พบผู้มารับบริการตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบบีโดยกรมควบคุมโรคร่วมกับโรงพยาบาลให้ผลบวกจากการตรวจคัดกรองฯ เท่ากับ 1,273ราย ตั้งแต่ พ.ศ.2554 - 2556 พบผู้ป่วยโดยประมาณ 6,000 รายต่อปี ในขณะที่พบผู้ป่วยวัณโรคใหม่เสมหะพบเชื้อ โดยเฉลี่ยประมาณ 30,000 ราย นอกจากนี้ยังพบว่า สถานการณ์โรคคอตีบในปี 2554 - 2556 ยังพบผู้ป่วย 28, 63 และ 29 รายต่อปี ตามลำดับ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าโรคเหล่านี้เป็นโรคที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและอาจเป็นสาเหตุการเสียชีวิตได้ แม้ว่าทางกระทรวงสาธารณสุขจะมีการสนับสนุนวัคซีนป้องกันโรคดังกล่าวในเด็กแล้วก็ตาม
จากการดำเนินงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคในเด็ก 0 - 5 ปี ของ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ตำบลประกอบ พบว่า ในปี ๒๕63 มีเด็ก ๐ – ๕ ปี มารับบริการฉีดวัคซีนเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรค เฉลี่ย 66 คน ต่อเดือน และมีเด็กที่ไม่มารับวัคซีนตามนัด เฉลี่ย 12 คน ต่อเดือน คิดเป็นร้อยละ 18.18ซึ่งการที่เด็กได้รับวัคซีนไม่ตรงตามกำหนด เช่น ได้รับวัคซีนก่อนหรือหลังเกณฑ์กำหนด, หรือ ระยะห่างในการรับวัคซีนแต่ละชนิดไม่ถูกต้อง จะส่งผลให้ประสิทธิภาพในการป้องกันโรคของวัคซีนบางชนิดลดลง หรือ ทำให้ป่วยด้วยโรคติดต่อที่สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน ทั้งนี้ปัญหาที่พบส่วนหนึ่งเกิดจาก ผู้ปกครองเด็กที่ไม่พาเด็กมารับวัคซีนตามนัด เนื่องจากเหตุผลต่างๆ เช่น ไม่มาตามวันนัด, ติดธุระ/ภารกิจสำคัญในวันที่มีการฉีดวัคซีน, วัคซีนไม่มีฮาลาล หรือพาเด็กย้ายออกนอกพื้นที่อื่น เป็นต้น
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ตำบลประกอบ ตระหนักถึงความสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคให้กับกลุ่มเด็ก ๐ - ๕ ปี จึงได้จัดทำโครงการการส่งเสริมการได้รับวัคซีนตามเกณฑ์เด็ก 0 – 5 ปี ตำบลประกอบ ปีงบประมาณ ๒๕64 ขึ้น เพื่อเร่งรัดและรณรงค์ให้กลุ่มเป้าหมาย ได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์
-
เพื่อให้เด็ก 0 – 5 ปี ได้รับการติดตามให้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์อายุ80.00
ร้อยละของเด็กในตำบลประกอบได้รับวัคซีนตามเกณฑ์
-
เพื่อให้ผู้ปกครองได้รับความรู้และตระหนักถึงความสำคัญของการรับวัคซีน80.00
ร้อยละของผู้ปกครองมีความรู้และความตระหนักของวัคซีน
-
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน177
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1. ส่งเสริมความรู้ และติดตามกลุ่มเป้าหมายรับวัคซีนสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค
จัดอบรม ให้ความรู้เรื่องความสำคัญและประโยชน์ของการรับวัคซีนแก่ผู้ปกครองเด็กที่รับวัคซีนไม่ครบ
- ติดตามกลุ่มเป้าหมายในเขตพื้นที่ที่ได้รับวัคซีนไม่ครบตามเกณฑ์ให้มารับวัคซีนตามกำหนด
1 มิถุนายน 2564 ถึง 30 กันยายน 2564177 คน
27995.00 บาท
1 ผู้ปกครองได้รับความรู้เรื่องวัคซีน 2 กลุ่มเป้าหมาย (๐–๕ ปี) ได้รับวัคซีนขั้นพื้นฐานครบตามเกณฑ์ร้อยละ ๙๐
