โครงการผู้สูงอายุสุขภาพดีตามวิถีแบบพอเพียง ปีงบประมาณ ๒๕๖๔
ประเทศไทยกำลังจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การเปลี่ยนแปลงและเตรียมพร้อมให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีและใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุขเป็นเรื่องสำคัญ สภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ผู้สูงอายุ ต้องเผชิญกับปัญหาในการปรับตัวเพื่อให้สอดคล้องกับสังคมปัจจุบัน ทั้งในด้านความคิด ความเข้าใจและค่านิยม ต่างๆประกอบกับวัยสูงอายุเป็นวัยที่ต้องเผชิญกับรูปแบบการดำเนินชีวิตแบบใหม่ ผู้สูงอายุที่มีศักยภาพในด้านภูมิ ความรู้ภูมิธรรม ภูมิปัญญา สมควรส่งเสริมให้เป็นทรัพยากรที่เข้มแข็งและมีคุณค่าให้ยาวนานที่สุด
จากสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ผู้สูงอายุต้องเผชิญกับปัญหาในการปรับตัวเพื่อให้สอดคล้องกับสังคมในปัจจุบัน ทั้งในด้านความคิด ความเข้าใจ และค่านิยมต่างๆ ซึ่งก่อให้ผู้สูงอายุเกิดความน้อยใจ ความเครียด ความคับข้องใจ แยกตัวออกจากสังคม ขาดสัมพันธภาพกับสมาชิกในครอบครัว ท้อแท้และเบื่อหน่ายในชีวิต ประกอบกับวัยสูงอายุเป็นวัยที่ต้องเผชิญกับรูปแบบการดำเนินชีวิตแบบใหม่ หากผู้สูงอายุไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่จากบุคคลใกล้ชิดด้วยแล้ว จะยิ่งส่งเสริมให้ผู้สูงอายุว้าเหว่ มีภาวะซึมเศร้าและความรู้สึกมีคุณค่าในตนเองลดลงจนเกิดความรู้สึกสิ้นหวัง แยกตัวออกจากสังคมเป็นผลให้เกิดความผิดปกติทางจิตใจที่รุนแรงและอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตได้
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านห้วยไทร จึงได้จัดทำโครงการผู้สูงอายุสุขภาพดีตามวิถีแบบพอเพียงขึ้น เพื่อส่งเสริมสุขภาพร่างกาย จิตใจและสังคม มีความรู้ แนวทางการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องและเหมาะสมกับวัย ให้แก่ผู้สูงอายุ โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนต่อไป
-
เพื่อให้ความรู้และแนวทางการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องและเหมาะสมกับวัย0.00
ผู้สูงอายุมีความรู้ ร้อยละ ๘๐ หลังการอบรม โดยวิธีการการถามตอบ
-
เพื่อให้ตนเองประเมินสุขภาพได้ถูกต้อง0.00
ผู้สูงอายุ ร้อยละ ๖๐ ประเมินสุขภาพตนเองได้อย่างถูกต้อง
-
กลุ่มผู้สูงอายุ100
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ให้ความรู้และแนวทางการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องและเหมาะสมกับวัยสูงอายุ
งบประมาณ
ค่าอาหารกลางวัน ๕๐ บ.x ๑๐๐ คน
= ๕,๐๐๐ บ.
ค่าอาหารว่าง ๒ มื้อ (มื้อละ ๒๕ บาท)
(มื้อที่๑ ๒๕x๑๐๐ = ๒,๕๐๐ บาท)
(มื้อที่๒ ๒๕x๑๐๐ = ๒,๕๐๐ บาท)
= ๕,๐๐๐ บ.
ค่าสมนาคุณวิทยาการ 4๐๐บาท/ชม.
x๓ชม./ คน (๒ วัน)
= ๑๒,๔๐๐ บ.
1 กรกฎาคม 2564 ถึง 30 กันยายน 2564ผู้สูงอายุมีความรู้ ร้อยละ ๘๐ หลังการอบรม โดยวิธีการการถามตอบ
12400.00 บาท -
อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการประเมินสุขภาพในตนเอง
งบประมาณ
ค่าอาหารกลางวัน ๕๐ บ.x ๑๐๐ คน
= ๕,๐๐๐ บ.
ค่าอาหารว่าง ๒ มื้อ (มื้อละ ๒๕ บาท)
(มื้อที่๑ ๒๕x๑๐๐ = ๒,๕๐๐ บาท)
(มื้อที่๒ ๒๕x๑๐๐ = ๒,๕๐๐ บาท)
= ๕,๐๐๐ บ.
1 กรกฎาคม 2564 ถึง 30 กันยายน 2564ผู้สูงอายุ ร้อยละ ๖๐ ประเมินสุขภาพตนเองได้อย่างถูกต้อง
10000.00 บาท
- ผู้สูงอายุมีทักษะและแนวทางการปฏิบัติตัวด้านสุขภาพในการดูแลตนเองได้
- ความเสี่ยงและความรุนแรงจากอุบัติเหตุ การเคลื่อนไหวของผู้สูงอายุลดลง ๓. ผู้สูงอายุที่มีปัญหาสุขภาพได้รับการดูแลรักษา/ส่งต่อ
