โครงการผู้สูงอายุสุขใจ สูงวัยมีคุณค่าปีงบประมาณ 2564
การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรของประเทศไทย ทำให้ประชากรในวัยผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นประกอบกับการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจและสังคม มีผลให้ลักษณะครอบครัวไทยเปลี่ยนจากครอบครัวขยาย (Extend Family) ไปสู่ครอบครัวเดี่ยว (Nuclear Family) ความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในครอบครัวลดลง จำนวนผู้ที่จะทำหน้าที่ดูแลผู้สูงอายุในครอบครัวลดลง มีเวลาให้ผู้สูงอายุลดลง ขาดการให้ความรัก ความอบอุ่น แก่ผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุจึงถูกทอดทิ้งให้อยู่โดดเดี่ยว ดำเนินชีวิตเพียงลำพัง จากการสำรวจข้อมูลผู้สูงอายุ ปี2564ทั้งหมด 1,148 คน แยกเป็นผู้สูงอายุ ติดสังคม 1,113 คน ติดบ้าน 24 คน ติดเตียง 11 คน
จากสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ผู้สูงอายุต้องเผชิญกับปัญหาในการปรับตัวเพื่อให้สอดคล้องกับสังคมในปัจจุบัน ทั้งในด้านความคิด ความเข้าใจ และค่านิยมต่างๆ ซึ่งก่อให้ผู้สูงอายุเกิดความน้อยใจ ความเครียด ความคับข้องใจ แยกตัวออกจากสังคม ขาดสัมพันธภาพกับสมาชิกในครอบครัว ท้อแท้และเบื่อหน่ายในชีวิต ประกอบกับวัยสูงอายุเป็นวัยที่ต้องเผชิญกับรูปแบบการดำเนินชีวิตแบบใหม่ ต้องออกจากงาน มีรายได้ลดลง ภาวะสุขภาพเสื่อมลง มีโรคทางกายเพิ่มมากขึ้น มีสารชีวเคมีและฮอร์โมนลดลง การสูญเสีย สิ่งสำคัญของชีวิต เช่น การสูญเสียคู่ชีวิตเพราะตายจาก การสูญเสียบุตรเพราะแยกไปมีครอบครัวการสูญเสียตำแห่งหน้าที่การงาน การสูญเสียสถานภาพหรือบทบาททางสังคม ตลอดจนการสูญเสียการเป็นที่พึ่งของครอบครัว สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจของผู้สูงอายุและหากผู้สูงอายุไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่จากบุคคลใกล้ชิดด้วยแล้ว จะยิ่งส่งเสริมให้ผู้สูงอายุว้าเหว่มีภาวะซึมเศร้าและความรู้สึกมีคุณค่าในตนเองลดลงจนเกิดความรู้สึกสิ้นหวัง แยกตัวออกจากสังคมเป็นผลให้เกิดความผิดปกติทางจิตใจที่รุนแรงและอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตได้
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านในเมืองจึงได้จัดทำโครงการผู้สูงอายุสุขใจ สูงวัยมีคุณค่า เพื่อส่งเสริมสุขภาพร่างกาย จิตใจ และสังคมมีความรู้ แนวทางการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องและเหมาะสมกับวัย ให้แก่ผู้สูงอายุ โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนและองค์การในท้องถิ่นต่อไป
-
ข้อที่ 1.เพื่อให้กลุ่มแกนนำอสม. เป็นพี่เลี้ยงให้กับแกนนำผู้สูงอายุ ในการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ ค้นหาและคัดกรองสุขภาพเบื้องต้นแก่ผู้สูงอายุด้วยกัน แบบเพื่อนช่วยเพื่อน0.00
มีจำนวนพี่เลี้ยงที่เป็นอสม. 1 ท่าน ต่อแกนนำผู้สูงอายุ 1-2คน
-
ข้อ ๒. เพื่อให้ แกนนำ อสม.มีความรู้ในการประเมินสุขภาพผู้สูงอายุและมีทักษะการให้คำแนะนำในเรื่องการดูแลและการปฏิบัติตัวแก่ผู้สูงอายุในเขตรับผิดชอบ0.00
อสม.แกนนำมีความรู้ ร้อยละ 8๐ หลังการอบรม โดยวิธีอบรมให้ความรู้
-
ข้อที่ ๓. เพื่อให้ผู้สูงอายุ มีความรู้และแนวทางการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องและเหมาะสมกับวัย0.00
ผู้สูงอายุมีความรู้ร้อยละ 8๐ หลังการอบรม โดยวิธีการอบรมให้ความรู้
-
ข้อที่ 4.เพื่อจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้0.00
ผู้สูงอายุ ร้อยละ 3๐ ได้เข้าร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้
-
กลุ่มผู้สูงอายุ360
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรม
1.1 อบรมอสม.แกนนำประจำหมู่บ้าน
หมู่ละ ๑๐ คน งบประมาณ ค่าวิทยากรชั่วโมงละ 400บาท จำนวน6ชั่วโมง เป็นเงิน 2,400บาท ค่าอาหารกลางวัน 50บ.xจำนวน 1 มื้อ x จำนวน 60 คน เป็นเงิน 3,000 บาท ค่าอาหารว่าง 25 บ.xจำนวน 2 มื้อ xจำนวน 6๐ คน เป็นเงิน 3,000 บาท รวมเป็นเงิน 8,400 บาท 1.2 อบรมแกนนำผู้สูงอายุ ประจำหมู่บ้าน
หมู่ละ 10 คน งบประมาณ ค่าวิทยากรชั่วโมงละ 400บาท จำนวน6ชั่วโมง เป็นเงิน 2,400บาท ค่าอาหารกลางวัน 50 บ.xจำนวน 1 มื้อ x จำนวน 6๐ คน เป็นเงิน 3,000 บาท ค่าอาหารว่าง 25 บาทxจำนวน 2 มื้อ xจำนวน 6๐ คน เป็นเงิน 3,000 บาท รวมเป็นเงิน8,400บาท1 กรกฎาคม 2564 ถึง 30 กันยายน 256416800.00 บาท -
กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้
2.1 กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ หมู่ละ 50 คนจำนวน 6 หมู่ -ตรวจคัดกรองสุขภาพผู้สูงอายุ10 เรื่องใน ผู้สูงอายุ พร้อมแปรผล -ให้ความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพในผู้สูงอายุ ความเสี่ยงในด้านต่างๆและการป้องกันอุบัติเหตุ งบประมาณ ค่าวิทยากรชั่วโมงละ 400บาท จำนวน3ชั่วโมง จำนวน 6 วัน เป็นเงิน 7,2๐๐บาท ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 25 บาทx 30๐คน
เป็นเงิน 7,500 บาท รวมเป็นเงิน 14,700บาท9 กรกฎาคม 2564 ถึง 30 กันยายน 256414700.00 บาท
- ผู้สูงอายุมีทักษะและแนวทางการปฏิบัติตัวด้านสุขภาพในการดูแลตนเองได้ 2.ผู้สูงอายุที่เข้าร่วมกิจกรรมได้รับการรวจสุขภาพ และคัดกรองความเสี่ยง
- มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในผู้สูงอายุ
