โครงการปรับพฤติกรรมเปลี่ยนชีวิตในกลุ่มเสี่ยง/กลุ่มป่วยโรคเบาหวานความดันโลหิตสูง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านต้นสน ตำบลโคกสัก อำเภอบางแก้ว จังหวัดพัทลุง ปี 2564
ปัจจุบันโรคไม่ติดต่อโดยเฉพาะภาวะความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญและเร่งด่วนของประเทศ ผู้ป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูงถ้าไม่ได้รับการดูแลหรือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เหมาะสมอาจพัฒนาเป็นโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานได้ในอนาคต อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาทำให้เป็นภาระต่อสังคมเศรษฐกิจและครอบครัวที่ต้องทำหน้าที่ดูแลส่วนปัจจัยด้านอื่น ๆ ที่อาจมีความเกี่ยวเนื่องกันได้ก็คือพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อมซึ่งพบว่าคนที่มีบิดา มารดามีภาวะความดันโลหิตสูงและภาวะเบาหวานก็มักจะมีโอกาสเสี่ยงมาก ส่วนในเรื่องปัจจัยแวดล้อมเช่น มีน้ำหนักตัวมาก สูบบุหรี่จัดดื่มสุราจัด มีระดับไขมันในเลือดสูง และมีความเครียดก็มีผลทำให้ภาวะความดันโลหิตสูงและเบาหวาน คนที่มีภาวะความดันโลหิตสูง และเบาหวานส่วนใหญ่มักไม่ค่อยรู้ตัว ซึ่งโอกาสจะเกิดโรคแทรกซ้อนจากความดันโลหิตสูง และเบาหวานก็มีมากตามไปด้วย โดยทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายต่อหัวใจ ไต ตา และสมองและเป็นสาเหตุการเสียชีวิตได้ ดังนั้นจึงเปรียบภาวะความดันโลหิตสูงและเบาหวานว่าเป็น “ภัยเงียบ”
จากสถิติพบว่า ประชากรไทยวัยผู้ใหญ่ป่วยเป็นโรคเบาหวานถึง 4.8 ล้านคน ในจำนวนนี้มีผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยและดูแลรักษาเพียงร้อยละ 35.6 หรือเพียง 2.6 ล้านคน บรรลุเป้าหมายในการรักษาได้เพียง 0.9 คน ทำให้อัตราการเสียชีวิตจากโรคเบาหวานในเมืองไทยมีมากถึง 200 รายต่อวัน คาดการณ์ว่าความชุกของโรคเบาหวานจะเพิ่มสูงขึ้นถึง 5.3 ล้านคนภายในปี 2583 (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ.2562) และโรคความดันโลหิตสูง ประชากรทั่วโลกเสียชีวิตจากโรคความดันโลหิตสูงถึง 7.5 ล้านคน และมีผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงเกือบ 1 พันล้านคนทั่วโลก คาดว่าในปี 2568 ความชุก ของผู้ป่วยจะเพิ่มขึ้นเป็น 1.56 พันล้านคน สำหรับสถานการณ์ในประเทศไทยจำนวนผู้เสียชีวิต จากโรคความดันโลหิตสูง มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกับจำนวนผู้ป่วย จาก 5,186 คนในปี 2556 เป็น 8,525 คน ในปี 2560(สถิติสาธารณสุข.2560)
จากข้อมูลในระบบปฐมภูมิ พบว่ามีผู้ป่วยโรคเบาหวานจำนวน 80 คน และผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงจำนวน 196 คน (ข้อมูลในระบบ HDC 10 พฤษภาคม 2564 ) ผู้ป่วยเบาหวานและผู้ป่วยความดันโลหิตสูงไม่สามารถควบคุมโรคให้อยู่ในระดับปกติได้ จากการคัดกรองโรคเบาหวานและโรคความดันลิตสูงประจำปี 2564 พบกลุ่มเสี่ยงเบาหวานจำนวน 120 คนร้อยละ 17.42กลุ่มสงสัยป่วยเบาหวาน จำนวน 6 คน ร้อยละ 0.87และกลุ่มเสี่ยงความดัน จำนวน 7 คน ร้อยละ 1.20 กลุ่มสงสัยป่วยความดันโลหิตสูงจำนวน 4 คนร้อยละ0.69 จากการสำรวจพฤติกรรม 3 อ. 2 ส.พบว่ากลุ่มเสี่ยง/กลุ่มป่วยมีพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ถูกต้องเหมาะสม ร้อยละ 2.11 ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ร้อยละ2.33การจัดการความเครียด ร้อยละ 2.66สูบบุหรี่ ร้อยละ 45.ดื่มสุรา ร้อยละ 38ซึ่งเป็นปัญหาในพื้นที่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านต้นสนได้ตระหนักและเห็นความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการปรับพฤติกรรมเปลี่ยนชีวิตในกลุ่มเสี่ยง/กลุ่มป่วยโรคเบาหวานความดันโลหิตสูง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านต้นสนตำบลโคกสักอำเภอบางแก้วจังหวัดพัทลุง
ปี 2564โดยส่งเสริมการมีส่วนร่วมของครอบครัวชุมชนและภาคีเครือข่ายเพื่อให้กลุ่มเสี่ยง/กลุ่มป่วยมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เหมาะสม ลดอัตราป่วยรายใหม่ด้วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานในประชาชนกลุ่มเสี่ยง/กลุ่มป่วย และส่งเสริมให้ผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและระดับความดันโลหิตให้อยู่ในระดับปกติและลดภาวะแทรกซ้อนของโรคได้
-
เพื่อให้กลุ่มเสี่ยง/กลุ่มป่วยมีความรู้ที่ถูกต้องในเรื่องการบริโภคอาหารและการออกกำลังกาย0.00
จำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ
-
เพื่อให้กลุ่มเสี่ยง/กลุ่มป่วยมีพฤติกรรมการบริโภคอาหารและการออกกำลังกายที่ถูกต้องเหมาะสม0.00
ประเมินผลจากแบบทดสอบก่อนและหลังเข้าร่วมโครงการ
-
เพื่อลดอัตราการเกิดผู้ป่วยโรคเรื้องรังในกลุ่มเสี่ยง ผู้ป่วยสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและความดันโลหิตได้ตามเกณฑ์0.00
ผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ตามเกณฑ์ร้อยละ 40
ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงสามารถควบคุมระดับความดันได้ตามเกณฑ์ร้อยละ 50
-
เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของครอบครัวและชุมชนในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารและ การออกกำลังกาย0.00
ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันภาวะเครียดและซึมเศร้าในชุมชน
-
เพื่อประเมินความพึงพอใจในการเข้าร่วมกิจกรรมของกลุ่มเสี่ยง/กลุ่มป่วย0.00
ครอบครัว/ชุมชนมีส่วนร่วมในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพการบริโภคอาหารและการออกกำลังกาย
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง0
-
กลุ่มป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสู80
-
กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง80
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมแลกเปลี่ยนรู้การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารและการออกกำลังกาย กลุ่มเสี่ยงและ กลุ่มป่วย
กลุ่มเสี่ยง
- ค่าอาหารกลางวันสำหรับผู้เข้าร่วมประชุม จำนวน 8๐ คน และผู้ดำเนินการ จำนวน
4 คน รวม 84 คน จำนวน ๑ มื้อ ๆละ ๖๐ บาท เป็นเงิน 5,040 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับกลุ่มเสี่ยงที่เข้าร่วมโครงการ จำนวน 80 คน และผู้ดำเนินการ จำนวน 4 คน รวม 84 คน จำนวน 2 มื้อๆละ ๒0 บาท เป็นเงิน 3,360 บาท
-ค่าเอกสารโครงการ
ค่าจ้างจัดทำคู่มือ จำนวน 80 เล่มๆละ 60 บาท เป็นเงิน 4,800บาท
ค่าถ่ายเอกสาร แผ่นละ 0.50 บาท จำนวน 2,๙40 แผ่น เป็นเงิน
1,๔70 บาท
- ค่าวัสดุอุปกรณ์
-แฟ้มกระเป๋ากระดุม 1 เม็ด A4 แฟ้มละ 15 บาท จำนวน 80 แฟ้ม เป็นเงิน 1,200 บาท
กระดาษA4 70 แกรม จำนวน 8 รีมๆละ 125 บาท เป็นเงิน 1,000 บาท
ค่าจ้างจัดทำป้ายไวนิลโครงการ ขนาด 1.2 เมตร x 2.4 เมตร จำนวน
1 แผ่นๆละ 500 บาท เป็นเงิน 500 บาท
ค่าสมนาคุณวิทยากร จำนวน 6 ชั่วโมงๆ.ละ 300 บาท เป็นเงิน 1,800 บาท
กลุ่มป่วย
ค่าอาหารกลางวันสำหรับผู้เข้าร่วมประชุม จำนวน 8๐ คน และผู้ดำเนินการ จำนวน 4 คน รวม 84 คน จำนวน ๑ มื้อ ๆละ ๖๐ บาท เป็นเงิน 5,040 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับกลุ่มเสี่ยงที่เข้าร่วมโครงการ จำนวน 80 คน และผู้ดำเนินการ จำนวน 4 คน รวม 84 คน จำนวน 2 มื้อๆละ ๒0 บาท เป็นเงิน 3,360 บาท
-ค่าเอกสารโครงการ
ค่าจ่างจัดทำคู่มือ จำนวน 80 เล่มๆละ 60 บาท เป็นเงิน 4,800บาท
ค่าวัสดุอุปกรณ์
-แฟ้มกระเป๋ากระดุม 1 เม็ด A4 แฟ้มละ 15 บาท จำนวน 80 แฟ้ม เป็นเงิน 1,200 บาท
-ปากกาลูกลื่น ด้ามละ 5 บาท จำนวน 80 ด้าม เป็นเงิน 400 บาท
- ค่าสมนาคุณวิทยากร จำนวน 6 ชั่วโมงๆ.ละ 300 บาท เป็นเงิน 1,800 บาท
9 สิงหาคม 2564 ถึง 10 สิงหาคม 2564Output ประชุมแลกเปลี่ยนรู้การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารและการออกกำลังกาย กลุ่มเสี่ยงและ กลุ่มป่วย
Outcome มีการประชุมแลกเปลี่ยนรู้การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารและการออกกำลังกาย กลุ่มเสี่ยงและ กลุ่มป่วย
35770.00 บาท - ค่าอาหารกลางวันสำหรับผู้เข้าร่วมประชุม จำนวน 8๐ คน และผู้ดำเนินการ จำนวน
-
พบกลุ่มแลกเปลี่ยนเรียนรู้การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารและสาธิตเมนูอาหารเพื่อสุขภาพ
กลุ่มเสี่ยง
-เมนูอาหารคลีนเพื่อสุขภาพ จำนวน 80 คนๆละ 20 บาท เป็นเงิน 1,600 บาท
กลุ่มป่วย
-เมนูอาหารคลีนเพื่อสุขภาพ จำนวน 80 คนๆละ 20 บาท เป็นเงิน 1,600 บาท
26 สิงหาคม 2564 ถึง 27 สิงหาคม 2564Output พบกลุ่มแลกเปลี่ยนเรียนรู้การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารและสาธิตเมนูอาหารเพื่อสุขภาพ
Outcome พบกลุ่มแลกเปลี่ยนเรียนรู้การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารและสาธิตเมนูอาหารเพื่อสุขภาพ
3200.00 บาท -
พบกลุ่มแลกเปลี่ยนเรียนรู้การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการออกกำลังกายที่เหมาะสมแต่ละบุคคล
-กลุ่มเสี่ยง โดยการออกกำลังกายแบบแอโรบิค
-กลุ่มป่วย โดยการออกกำลังกายแบบสมาธิบำบัด(SKT) ช่วยในการลดค่าระดับน้ำตาลและความดันได้ดี
30 สิงหาคม 2564 ถึง 31 สิงหาคม 2564Output พบกลุ่มแลกเปลี่ยนเรียนรู้การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการออกกำลังกายที่เหมาะสมแต่ละบุคคล
Outcome มีการพบกลุ่มแลกเปลี่ยนเรียนรู้การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการออกกำลังกายที่เหมาะสมแต่ละบุคคล
0.00 บาท -
ติดตามวัดความดันโลหิต/เจาะน้ำตาลในเลือดเชิงรุกที่บ้าน/ติดตามสำรวจการใช้ยาปฎิชีวนะและผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผสมสเตียรอยด์ในผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่บ้าน
ติดตามวัดความดันโลหิต/เจาะน้ำตาลในเลือดเชิงรุกที่บ้าน/ติดตามสำรวจการใช้ยาปฎิชีวนะและผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผสมสเตียรอยด์ในผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่บ้าน
6 กันยายน 2564 ถึง 10 กันยายน 2564Output ติดตามวัดความดันโลหิต/เจาะน้ำตาลในเลือดเชิงรุกที่บ้าน/ติดตามสำรวจการใช้ยาปฎิชีวนะและผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผสมสเตียรอยด์ในผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่บ้าน
Outcome ติดตามวัดความดันโลหิต/เจาะน้ำตาลในเลือดเชิงรุกที่บ้าน/ติดตามสำรวจการใช้ยาปฎิชีวนะและผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผสมสเตียรอยด์ในผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่บ้าน
0.00 บาท -
ประเมินและสรุปผลการดำเนินงานตามโครงการพร้อมคืนข้อมูลแก่ผู้นำชุมชน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน17 กันยายน 2564 ถึง 17 กันยายน 2564
Output ประเมินและสรุปผลการดำเนินงานตามโครงการพร้อมคืนข้อมูลแก่ผู้นำชุมชน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน
Outcome มีการประเมินและสรุปผลการดำเนินงานตามโครงการพร้อมคืนข้อมูลแก่ผู้นำชุมชน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน
0.00 บาท
หมายเหตุ: ทุกกิจกรรม/ทุกรายการ สามารถถัวเฉลี่ยจ่ายได้ตามความเหมาะสม
1.จำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ 2.ประเมินผลจากแบบทดสอบก่อนและหลังเข้าร่วมโครงการ 3.ผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ตามเกณฑ์ร้อยละ 40 4.ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงสามารถควบคุมระดับความดันได้ตามเกณฑ์ร้อยละ 50 5.ครอบครัว/ชุมชนมีส่วนร่วมในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพการบริโภคอาหารและการออกกำลังกาย
