โครงการสนับสนุนการป้องกันและการควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) ศพด.บ้านควนหรัน
โรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ซึ่งย่อมาจาก Coronavirus Disease 2019 เป็นตระกูลเดียวกับโรคซาร์ส ที่ระบาดเมื่อปี 2545 ทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจอักเสบเฉียบพลัน ปอดอักเสบและมีภาวะแทรกซ้อนจากสถานการณ์การระบาดในระลอกใหม่ พบว่า รูปแบบการระบาดของโรคมีการแพร่ระบาดในกลุ่มคนไทยในลักษณะของการพบปะสังสรรค์ ซึ่งทำให้การแพร่กระจายของเชื้อเป็นไปอย่างรวดเร็ว โดยกลุ่มคนเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อจากการระบาดครั้งนี้จะเป็นบุคคลในกลุ่มวัยทำงาน ที่มีอายุระหว่าง 25 - 60 เป็นกลุ่มที่มีการเคลื่อนย้ายสูง และมีการติดต่อสัมผัสผู้คนเป็นจำนวนมาก จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในประเทศไทยข้อมูลผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่ติดเชื้อโควิคในระลอกใหม่และสะสม ระหว่างวันที่ 1 เมษายน 2564 - 10 กรกฎาคม 2564 จำนวน 296,164 ราย (กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข สืบค้นเมื่อ 14 กรกฎาคม 2564)จังหวัดสงขลาจัดอยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดมีจำนวน 6,510 ราย ข้อมูลตั้งแต่ 11 - 14 กรกฎาคม 2564 มีจำนวน 8,315 ราย เมื่อจำแนกเป็นรายอำเภอของจังหวัดสงขลา พบว่าอำเภอสะบ้าย้อยมีผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้จำนวน 48 ราย มีประวัติสัมผัสผู้ติดเชื้อในโรงเรียนสอนศาสนา จังหวัดยะลา จำนวน 7 ราย ตรวจหาเชื้อจำนวน 2,881 ราย(ศูนย์ปฏิบัตการภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา สืบค้นเมือ 14 กรกฎาคม 2564 ) จากข้อมูลดังกล่าวจะเห็นได้ว่าการแพร่ระบาดได้ขยายเป็นวงกว้างอย่างรวดเร็วในเวลาไม่นาน ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันการป่วยรุนแรงและการเสียชีวิตด้วยโรคโควิค 19 ควรประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง ให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการ DMHTT ถึงแม้ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ที่ที่คุ้นเคย เช่น ที่บ้าน เมื่อมีผู้เข้ามาเยี่ยมเยียน และสถานที่ทำงาน รวมถึงหมั่นสังเกตอาการของผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคเรื้อรังภายในครอบครัว หากมีอาการไข้ ไอ อ่อนเพลีย เจ็บหน้าอก จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส ให้รีบพบแพทย์เพื่อรีบการตรวจวินิจฉัยโดยเร็วที่สุด โดยไม่จำเป็นต้องมีประวัติสัมผัสผู้ป่วยยืนยันชัดเจน (กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข, 2564 )ตามหนังสือ อำเภอสะบ้าย้อย ที่ สข 0918/ว 322 ลงวันที่ 6 พฤษภาคม 2564 เรื่องข้อกำหนดตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 22)ให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติตามโดยเคร่งครัดและประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้แก่ผู้ประกอบการ พนักงาน ผู้ให้บริการ ประชาชน และเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องทุกระดับ ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 22) กำหนด ด้วยเหตุผลดังกล่าวทางศุนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านควนหรัน ซึ่งเป็นสถานศึกษาที่มีการจัดการศึกษาระดับก่อนวัยเรียนและมีการจัดการเรียนการสอนแบบ On-hand (มารับใบงานกลับไปทำบ้าน) เพื่อเป็นการเฝ้าระวังให้กับครูและผู้ปกครองของนักเรียน จึงต้องมีการจัดโครงการสนับสนุนการป้องกันและการควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ขึ้น เพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพของครูและผู้ปกครอง ตลอดจนป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคในวงกว้าง
-
เพื่อให้มีทรัพยากร งบประมาณ พอเพียงต่อการสนับสนุนการดำเนินงานเฝ้าระวัง สอบสวนและ ควบคุมโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)10.00
-
เพื่อให้ครูและผู้ปกครองของนักเรียนศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านเปียนได้รับการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 201910.00
-
เพื่อให้ครูและผู้ปกครองของนักเรียนศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านเปียนมีส่วนร่วมในการส่งเสริมการเรียนรู้ของนักเรียนและมีความปลอดภัยในตลอดระยะเวลาการมารับใบงาน10.00
-
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน30
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมคณะทำงานเพื่อจัดทำโครงการและแผนดำเนินงาน8 กรกฎาคม 2564 ถึง 15 กรกฎาคม 25640.00 บาท
-
การส่งเสริมและสนับสนุนให้ครูและผู้ปกครองของนักเรียนในโรงเรียนบ้านท่าสามารถป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019ถึง
-ค่าน้ำยาฆ่าเชื้อ nano 9 Silver (นาโนเทคโนโลยี) ขนาด 1,000 มิลลิลิตร จำนวน 12 ขวดๆ ละ 650 บาท เป็นเงิน 7,800 บาท
-ค่าอุโมงค์พ่นยาฆ่าเชื้อ จำนวน 1 หลังๆ ละ 13,000 บาท เป็นเงิน 13,000 บาท
20800.00 บาท
