โครงการผักไฮโดรโปนิกส์เพื่อสุขภาพ โรงเรียนบ้านกาหยี
-
นางสาวมนัสวีมณีสวัสดิ์
-
นางสาวเจะรุสนันปาโห๊ะ
-
นางแวฮามีดะห์ โตะแม
-
นายมะเปาซี โตะแม
-
นางยาวีหยะ สามะ
-
ร้อยละของนักเรียนที่ไม่ชอบรับประทานผัก50.00
-
ร้อยละของนักเรียนที่มีภาวะทุพโภชนาการเนื่องจากการไม่เห็นคุณค่าของอาหารที่มีประโยชน์30.00
-
ร้อยละพื้นที่ปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ต่อพื้นที่เกษตรทั้งหมด20.00
หลักการและเหตุผล (ระบุที่มาของการทำโครงการ)
ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพ.ศ. 2542หมวดที่ 1 ความมุ่งหมายและหลักการ มาตรา 7 ในกระบวนการเรียนรู้มุ่งให้ผู้เรียนรู้จักภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทยตลอดจนอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีความสามารถในการประกอบอาชีพ รู้จักพึ่งตนเอง มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ใฝ่รู้ และเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ โรงเรียนจึงได้จัดโครงการนี้ขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมสนับสนุนการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สู่การปฏิบัติในระดับสถานศึกษา ให้นักเรียนได้ตระหนักถึงการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในชีวิตประจำวัน
ในสถานการณ์โลกปัจจุบันนี้การบริโภคพืชผักถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการดำรงชีพของมนุษย์ เพราะพืชผักเป็นแหล่งของวิตามิน เกลือแร่ และกากใย อีกทั้งยังมีสารอาหารที่ช่วยในการเกิดโรค ต่างๆ จึงทำให้ความนิยมในการบริโภคผักมีมากขึ้น แต่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก เพราะพืชผักส่วน ใหญ่ที่วางขายในท้องตลาดทั่วไป พบว่ามีสารพิษตกค้างที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค ประชาชนส่วนใหญ่จึงหันมาสนใจดูแลสุขภาพของตนเองมากขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงอาหารที่ปนเปื้อนสารพิษจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช รวมทั้งเชื้อโรคต่างๆที่ปนเปื้อนมากับการปลูกพืชบนดิน โดยหันมาบริโภคผักปลอดสารพิษซึ่งในปัจจุบันการผลิตผักปลอดสารพิษมีอยู่หลายรูปแบบ เช่น การปลูกผัก แบบเกษตรอินทรีย์ การปลูกผักในโรงเรือน การปลูกผักไร้ดิน (Hydroponics)ฯลฯ แต่การปลูกพืชบนดินมักมีปัญหาเกี่ยวกับโรค และแมลงในดิน รวมทั้งการจัดการปุ๋ยและระบบน้ำทำได้ยาก ส่วนการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดินหรือการปลูกพืชไร้ดินนั้นเป็นการปลูกพืชที่เลียนแบบธรรมชาติ โดยการปลูกพืชในสารละลายธาตุอาหาร (Hydroponics) หรือ ปลูกลงในวัสดุปลูกที่ไม่ใช่ดิน (soilless culture) ซึ่งอาศัยหลักการที่ว่าพืชต้องได้รับธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตผ่านระบบรากพืชพร้อมกับได้รับออกซิเจน และแสงแดดเพียงพอต่อการเจริญเติบโตทำให้พืชที่ปลูกแบบไม่ใช้ดินมีการเจริญเติบโตเต็มที่ตามศักยภาพของพันธุกรรมเพราะสามารถใช้สารละลายธาตุอาหารและน้ำที่ได้รับอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ผักไฮโดรโปนิกส์เป็นพืชผักที่ปลูกง่ายและประหยัดพื้นที่ ผักไฮโดรโปนิกส์ประเภทผักสลัดนั้นมีประโยชน์มากมายสามารถบริโภคได้ตั้งแต่เด็กยันผู้สูงอายุ สามารถทานได้เพื่อสุขภาพและเพื่อการบริโภคต่างๆ การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายเป็นนวัตกรรมใหม่ที่จะทำให้การเกษตรสามารถก้าวไกลไปได้อีกอีกทั้งยังสามารถทำได้โดยไม่ต้องมีพื้นที่ที่กว้างขวางมากนัก
โรงเรียนบ้านกาหยีมีนักเรียนที่มีภาวะทุพโภชนาการน้ำหนักและส่วนสูงน้อยกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ร้อยละ 30 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมด โรงเรียนจึงตระหนักและเห็นความสำคัญของสารอาหารที่นักเรียนควรจะได้รับ จึงได้จัดทำโครงการผักไฮโดรโปนิกส์เพื่อสุขภาพเพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้วิธีการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์เห็นคุณค่าของการบริโภคอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะผักปลอดสารพิษ นอกจากนี้ผลผลิตที่ได้สามารถนำไปใช้เป็นอาหารกลางวันสำหรับนักเรียนต่อไป
-
ข้อที่ 1. เพื่อให้นักเรียนเห็นคุณค่าของการบริโภคอาหารที่มีประโยชน์95.0095.00
- ร้อยละ 100 ของนักเรียนชั้นอนุบาล 1- ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เห็นคุณค่าของการบริโภคอาหารที่มีประโยชน์
-
ข้อที่ 2. เพื่อให้นักเรียนได้รู้วิธีการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์95.0074.00
- ร้อยละ 70 ของนักเรียนชั้นอนุบาล 1- ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
รู้วิธีการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์
-
ข้อที่ 3. เพื่อให้โรงเรียนมีผลผลิตที่สามารถนำไปใช้ในโครงการอาหารกลางวันและนักเรียนได้สารอาหารที่เพียงพอจากผลผลิตของโรงเรียน95.0095.00
- ร้อยละ 100 ของนักเรียนชั้นอนุบาล 1- ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ได้รับประทานอาหารกลางวันจากผลผลิตโครงการผักไฮโดรโปนิกส์ที่มีสารอาหารที่เพียงพอ
-
ข้อที่ 4. เพื่อให้นักเรียนมีสุขภาพดี มีน้ำหนัก ส่วนสูงตามเกณฑ์มาตรฐาน95.0074.00
ร้อยละ 70 ของนักเรียนชั้นอนุบาล 1-ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีสุขภาพดี มีน้ำหนัก ส่วนสูงตามเกณฑ์มาตรฐาน
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน95
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1. ผักวิเศษ
- กิจกรรมเชิญวิทยากรมาให้ความรู้แก่นักเรียน
อบรมให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับการปลูกผัก ไฮโดรโปนิกส์มีค่าใช้จ่ายดังนี้
-ค่าวิทยากร บรรยายให้ความรู้และสาธิต จำนวน 5 ชั่วโมงๆ ละ 400 บ. 1 คน =2,000 บาท
-ค่าอาหารว่างวิทยากรและนักเรียนจำนวน 25 บ.x 2 มื้อ 96 คน =4,800 บ.
รวม 6,800 บาท
1 มิถุนายน 2565 ถึง 30 มิถุนายน 2565ความรู้เกี่ยวกับการปลูปผักผักไฮโดรโปนิกส์ /นักเรียนเรียนรู้วิธีการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์
6800.00 บาท -
2.หนูทำได้
กิจกรรม
เตรียมสถานที่และวัสดุ อุปกรณ์สำหรับปลูกผักไฮโดรโปนิกส์
จัดทำรางปลูกผักไฮโดรโปนิกส์
-ค่าชุดรางปลูกผักไฮโดรโปนิกส์
รางปลูกผักแบบเปิด 8 ราง เส้นละ 390 = 3,120 บาท
ฝาปิดราง 8 ฝาๆละ 10 บาท= 80 บาท
ตัวล๊อคราง 40 อันๆละ 10 บาท= 400 บาท
รางรวมน้ำ 1.6 m= 450 บาท
ชุดจ่ายน้ำเข้าหัวราง ท่อส่งน้ำและสายยางต่อเข้าปั๊ม =300 บ.
ปั๊มน้ำ Sonic AP2500=300
กระถางปลูก 5 แผ่น ๆละ 30 บาท= 150 บาท
ฟองน้ำเพาะเมล็ด 2 ชุดๆละ200= 400 บาท
ถาดรองน้ำสี่เหลี่ยมสำหรับเพาะเมล็ด 4อันๆละ 140=560บาท
ธาตุอาหาร A+B 3ชุดๆละ 400=1,200 บาท
เมล็ดพันธุ์พืช 540 บาท
รวม 7,500 บาท
1 มิถุนายน 2565 ถึง 29 กรกฎาคม 2565โรงเรียนมีสถานที่ทำการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ / นักเรียนปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ได้ด้วยตนเอง
7500.00 บาท -
3.ประชาสัมพันธ์
จัดทำไวนิล เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการให้กับชุมชน -ค่าไวนิล จำนวน 1 ผืน ขนาด
1.50 x 2.40 ม.(ต.ร.ม.ละ 150 บาท) รวม 540 บาท
1 สิงหาคม 2565 ถึง 30 กันยายน 2565ไวนิลโครงการ / ชุมชนได้รับรู้การทำกิจกรรมโครงการผักไฮโดรโปนิกส์เพื่อสุขภาพของโรงเรียนบ้านกาหยี
540.00 บาท -
มื้อนี้เพื่อหนู
- จัดทำเมนูสลัดผัก สลัดโรล ผัดผัก สุกี้ยำผักสลัด ในทุกสัปดาห์ๆ ละ 2 วัน วันละ 1 มื้อ โดยสับเปลี่ยนเมนูทุกสัปดาห์ และให้นักเรียนทุกคนได้รับประทานเมนูนี้ตลอดปีการศึกษา
1 กรกฎาคม 2565 ถึง 30 กันยายน 2565นักเรียนทุกคนได้รับประทานผักจากเมนูต่างๆที่โครงการอาหารกลางวันโรงเรียนได้จัดทำขึ้นสัปดาห์ละ 2 วัน วันละ 1 มื้อ (รับประทานคู่กับเมนูหลักของวัน)โดยรับผลผลิตจากโครงการผักไฮโดรเพื่อสุขภาพ
0.00 บาท -
สรุปผลโครงการ
กิจกรรมจัดทำแบบสรุปรายงานการดำเนินงาน ค่าจัดทำเอกสารสรุปผลการดำเนินงาน 2 เล่มๆละ 80รวม 160 บาท
1 กันยายน 2565 ถึง 30 กันยายน 2565เอกสารสรุปผลการดำเนินงาน /โรงเรียนมีร่องรอยหลักฐาน เอกสารการดำเนินงานครบถ้วน
160.00 บาท
- นักเรียนเห็นคุณค่าของการบริโภคอาหารที่มีประโยชน์
- นักเรียนมีความรู้เกี่ยวกับวิธีการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์
- โรงเรียนมีผลผลิตที่สามารถนำไปใช้ในโครงการอาหารกลางวันและนักเรียนได้รับสารอาหารที่เพียงพอ
- นักเรียนมีสุขภาพดี มีน้ำหนัก ส่วนสูง ตามเกณฑ์มาตรฐาน
