โครงการบริหารจัดการและพัฒนากองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลตำบลแหลมโตนด ประจำปี 2565
-
ร้อยละเงินคงเหลือสะสมของกองทุนสุขภาพตำบล(เงินคงเหลือเทียบกับรายรับปีล่าสุด)14.49
-
จำนวนคณะกรรมการบริหารฯได้รับการพัฒนาศักยภาพ เรื่อง ความเข้าใจจุดมุ่งหมายกองทุน ประกาศ ระเบียบ และการทำโครงการด้านสุขภาพ(คน)0
-
จำนวนกลุ่มประชาชน ชมรมและหน่วยงานภายนอกที่สามารถรับงบประมาณ (กลุ่ม/หน่วยงาน)10
-
จำนวนโครงการที่สามารถติดตามและรายงานผลการดำเนินงานได้สำเร็จ(โครงการ)26
-
ร้อยละของโครงการ ที่มีการสรุปงาน ส่งรายงาน และปิดโครงการ ภายในปีงบประมาณ92.85
-
จำนวนครั้งของประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุน/อนุกรรมการ (ปีที่ผ่านมา)4
ตามที่ พระราชบัญญัติประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2555 มาตรา 18(9) และมาตรา 47 ได้กำหนดให้สำนักงานกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.)ส่งเสริมการมีส่วนร่วมตามความพร้อม ความเหมาะสมและความต้องการของประชาชนในท้องถิ่น มีมติเมื่อวันที่ 27 กุมภาพพันธ์ 2559 เห็นชอบให้จัดตั้งกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ ซึ่งหมายถึงกองทุนสุขภาพตำบล โดยมีวัตถุประสงค์ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้มีส่วนร่วมในการดำเนินงานบริหารจัดการระบบหลักประกันสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคที่จำเป็นต่อสุขภาพและการดำรวงชีวิต ตลอดจนส่งเสริมให้กลุ่มแม่และเด็กกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้ประกอบอาชีพที่มีความเสี่ยง กลุ่มคนพิการ กลุ่มผู้ด้อยโอกาส และกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่อยู่ในพื้นที่มีสวัสดิการชุมชนรองรับและสามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้อย่างทั่วถึง โดยการบริการจัดการอย่างมีส่วนร่วมของบุคคลในพื้นที่ในระดับท้องถิ่น เป็นคณะกรรมการบริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ นโยบายดังกล่าวยังสอดคล้องกับหลักการกระจายอำนาจบนหลักแนวคิดบทบาทของรัฐส่วนกลางในการดำเนินการเอง กองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลตำบลแหลมโตนดได้จัดโครงการริหารจัดการกองทุนและพัฒนากองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลตำบลแหลมโตนดขึ้น เพื่อบริหารจัดการงานกองทุนให้เป็นไปอย่างเรียบร้อย ถูกต้องตามระเบียบหนังสือสั่งการที่เกี่ยวข้องตลอดจนเกิดประโยชน์สูงสุดแก่การบริหารจัดการกองทุนและอำนวยประโยชน์ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ได้อย่างทั่วถึง
-
เพื่อส่งเสริมให้มีการใช้เงินกองทุนฯ ให้แก่โครงการแก่ผู้รับทุน14.4990
กองทุนสุขภาพตำบลสามารถบริหารสนับสนุนเงินแก่ผู้รับทุนไม่น้อยกว่า 90 %
-
เพื่อพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการบริหารกองทุนฯ และองค์กรผู้รับทุน012
มีจำนวนคณะกรรมการบริหารฯได้รับการพัฒนาศักยภาพฯ โครงการด้านสุขภาพ(คน)
-
เพื่อให้มีประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุน/อนุกรรมการ ครบตามประกาศ46
จำนวนครั้งของประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุน/อนุกรรมการ ครบตามประกาศ
-
สำหรับการบริหารหรือพัฒนากองทุนฯ [ข้อ 10(4)]27
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมคณะกรรมการกองทุน
จัดประชุมคณะกรรมการกองทุนจำนวน 4 ครั้ง/ปี รายละเอียดค่าใช้จ่ายดังต่อไปนี้ 1.ค่าตอบแทนคณะกรรมการ 400บาท/คน จำนวน 17 คน จำนวน 4 ครั้ง เป็นเงิน 27,200 2.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 25 บาท/คน จำนวน 17 คน จำนวน 4 ครั้งเป็นเงิน 1,700 บาท
1 ตุลาคม 2564 ถึง 30 กันยายน 256528900 บาท -
ประชุมคณะอนุกรรมการ
จัดประชุมคณะอนุกรรมการและคณะอนุกรรมการ LTCรายละเอียดค่าใช้จ่ายดังต่อไปนี้
1.ค่าตอบแทนคณะอนุกรรมการ จำนวน 10 คน ๆละ 300 บาท/คร่ั้ง จำนวน 2 ครั้ง เป็นเงิน 6,000 บาท 2.ค่าตอบแทนคณะอนุกรรมการ LTC จำนวน 10 คนๆละ 300/ครั้ง จำนวน 2 ครั้ง เป็นเงิน 6,000 บาท 2.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 10 คน ๆละ 25/ครั้ง จำนวน 4 ครั้ง เป็นเงิน 1,000 บาท
1 ตุลาคม 2564 ถึง 30 กันยายน 256513000 บาท -
จัดทำแผนกองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลตำบลแหลมโตนด
จัดทำแผนกองทุนเทศบาลตำบลแหลมโตนด รายละเอียดค่าใช้จ่ายดังนี้ 1.ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 5 ชั่วโมง ๆละ 600 บาท เป็นเงิน 3,000 บาท 2.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าร่วมจัดทำแผน จำนวน 50 คน ๆละ 25 บาท เป็นเงิน 1,250 บาท 3.ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 50 คน ๆละ 50 บาท เป็นเงิน 2,500 บาท
1 พฤศจิกายน 2564 ถึง 30 พฤศจิกายน 25646750 บาท -
พัฒนาศักยภาพคณะกรรมการกองทุน
เพื่อจ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางของกรรมการ ที่ปรึกษา อนุกรรมการ คณะทำงาน และเจ้าหน้าที่หรือลุกจ้างของกองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลตำบลแหลมโตนดที่ได้รับการแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการดำเนินงานและบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพฯให้เบิกจ่ายในอัตราไม่เกินระเบียบของทางราชการโดยอนุโลม เป็นเงิน 1,350 บาท
1 ตุลาคม 2564 ถึง 30 กันยายน 25651350 บาท
1.การบริหารกองทุนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ 2.คณะกรรมการมีศักยภาพในการทำงานมากขึ้น
