โครงการเฝ้าระวังและป้องกันโรคติดต่อ กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด -19 (Coronavirus Disease 2019 Covid-19) โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านท่ากูโบ
-
นายสมภพ สุวรรณชมภู
-
นางสาวอามีเนาะ ลีเยาะบิง
-
นางสาวเจะมาสนี เจะและ
-
นายมะโจฮันสะวี
-
นางสาวซากียะห์แวดาโอะ
ตามที่รัฐบาลได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ในปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ 26 มีนาคม 2563 และตามมติคณะรัฐมนตรีได้ขยาย ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ออกไปถึง 30 กันยายน 2564 และในปี 2564 เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2564 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ 11/2564 เรื่อง พื้นที่สถานการณ์ที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด พื้นที่ควบคุมสูงสุด และพื้นที่ควบคุม ตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ประกาศระบุว่า ตามที่ได้มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2563 และต่อมาได้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าวออกไปเป็นคราวที่ 13 จนถึงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2564 นั้น สถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ทวีความรุ่นแรงมากยิ่งขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศโดยเฉพาะในกรุงเทพฯและปริมณฑล รวมถึง 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ซึ่งขณะนี้มีพื้นที่จังหวัดที่ประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดถึง 29 จังหวัด เนื่องจากมีการติดเชื้อแบบกลุ่มใหม่ๆในการระบาดเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ระบบสาธารณสุขที่ให้บริการรักษาเข้าสู่ภาวะวิกฤตในการให้การดูแลผู้ป่วย ทั้งขาดแคลนอุปกรณ์ที่จำเป็นบุคลากรและสถานที่ที่ให้การรักษามีอัตราครองเตียงสูงมากยิ่งขึ้น มีผลกระทบขยายวงกว้างไปยังทุกจังหวัดในประเทศ ซึ่งจังหวัดปัตตานี อยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดด้วย อีกทั้งยังมีรายงานจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้นเพื่อเป็นการร่วมมือหยุดการแพร่ระบาด เพิ่มประสิทธิภาพการดูแลรักษาเชิงรุกและการป้องกันไม่ให้เกิดผู้ติดเชื้อรายใหม่ ซึ่งมาจากการปฏิบัติตนไม่ถูกต้องของบุคคลทั่วไปและผู้ที่มีสุขภาพอ่อนแอ โดยมีภาวะโรคประจำตัวที่มีความเสี่ยงสูงใน 7 กลุ่มโรค เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง และโรคทางเดินหายใจ กลุ่มผู้สูงอายุ เด็ก หญิงตั้งครรภ์และผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่แพร่ระบาดเสี่ยงสูง หรือผู้สัมผัสโดยตรงกับผู้ป่วย ตามนิยามผู้สัมผัสใกล้ชิดที่มีความเสี่ยงต่อการรับเชื้อสูง ของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขจึงต้องกำหนดมาตรการควบคุมป้องกัน ตามหลัก New Normal และ DMHTT อย่างเข้มงวดเพียงพอต่อการควบคุมโรคอย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ จากข้อมูลการแพร่ระบาดในปัจจุบัน ผู้ติดเชื้อโควิด19 ของพื้นที่รับผิดชอบ รพ.สต.บ้านท่ากูโบ มีผู้ติดเชื้อจำนวน 221 คน ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการรักษา จำนวน 79 คน และหายดีกลับบ้านได้แล้ว จำนวน 142 คน (ข้อมูล 31 กันยายน 2564) และมีมาตรการกักตัวเพื่อเฝ้าระวังผู้สัมผัสโดยตรงกับผู้ป่วย ตามนิยามผู้สัมผัสใกล้ชิดที่มีความเสี่ยงต่อการรับเชื้อสูง ซึ่งมีการคัดกรองโดยทีมสอบสวนโรค Home Quarantine ขณะนี้มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รพ.สต.บ้านท่ากูโบ มีความพร้อมในการดูแลผู้ป่วยที่ต้องไปศูนย์พักคอย Community Isolation อำเภอหนองจิก และ Home Isolation เพื่อรองรับกับผู้ป่วยอาการไม่รุนแรง รวมถึงประสานการส่งต่อการตรวจยืนยัน RT-PCR กรณีที่มีการตรวจคัดกรองขั้นต้นด้วยชุดตรวจ Antigen Test Kit (ATK) ให้ผลเป็นบวก ซึ่งเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการค้นหาและรักษาผู้ป่วยได้อย่างคลอบคลุมมากยิ่งขึ้น ซึ่งการใช้ ATK ในการคัดกรองเป็นที่ยอมรับว่าให้ผลดีและรวดเร็ว โดยดำเนินการตามมาตรฐานของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการกำหนดแนวทางในการตรวจและควบคุมโรคนี้ ในการนี้รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาและองค์การเภสัชกรรมร่วมกันจัดหาชุด ATK เพื่อให้หน่วยงานสาธารณสุขนำไปให้ประชาชนในการตรวจคัดกรองตนเองและตรวจเชิงรุกเพิ่มมากยิ่งขึ้น แต่ยังอยู่ในช่วงการจัดหาและจัดระบบการกระจายซึ่งคาดว่าจะใช้ระยะเวลาอีกพอสมควร ซึ่งอาจไม่ทันต่อการระงับยับยั้งตามสถานการณ์ปัจจุบันในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ดังนั้นเพื่อเป็นการดำเนินการเชิงรุกในการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (Covid-19) ให้ทันต่อสถานการณ์ ตามบทบาทหน้าที่ของ รพ.สต. มีหน้าที่ในการป้องกันและควบคุมและระงับโรคติดต่อ
รพ.สต.บ้านท่ากูโบ จึงมีความจำเป็นต้องจัดทำโครงการเฝ้าระวังและป้องกันโรคติดต่อ (กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID-19) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 เพื่อสนับสนุนให้มีการเฝ้าระวัง ควบคุมการแพร่ และการระงับการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 หรือสร้างภูมิคุ้มกันโรคให้กับผู้ที่มีภาวะเสี่ยงได้
-
เพื่อให้ประชาชนในกลุ่มอายุ 12ปีขึ้นไปได้รับวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(COVID-19)1.006.00
1.ประชาชนในกลุ่มอายุ 12ปีขึ้นไปได้รับวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(COVID-19) ร้อยละ 90
-
เพื่อให้ประชาชนได้รับการคัดกรองเชิงรุกโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด 19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID-19)1.006.00
- ประชาชนได้รับการคัดกรองเชิงรุกโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด 19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID-19)ด้วย ATK จำนวน 1ครั้ง ร้อยละ 80
-
กลุ่มเสี่ยงสูงที่สัมผัสหรือใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด 19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID-19)ได้รับการดูแล และป้องกันตามมาตรฐานการเฝ้าระวัง1.006.00
- กลุ่มเสี่ยงสูงที่สัมผัสหรือใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด 19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID-19)ได้รับการการดูแลป้องกัน ด้วยการคัดกรองด้วย ATK จำนวน 2ครั้งร้อยละ 100
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง50
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
สนับสนุนการดำเนินงานเฝ้าระวัง สอบสวนและควบคุมโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019
กิจกรรมที่ 1ประชุมชี้แจงให้ความรู้การเฝ้าระวังและป้องกันโรคติดต่อ กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด -19 (Coronavirus Disease 2019 Covid-19) แก่ทีมงาน ผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา ครูอนามัยโรงเรียน และ อาสาสมัครสาธารณสุข จำนวน 25 คน -ค่าอาหารกลางวันสำหรับผู้รับเข้าประชุมชี้แจงจำนวน 25 คน อัตราคนละ 50 บาท 1มื้อ จำนวน 1วันเป็นเงิน 1,250 บาท -ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้รับเข้าประชุมชี้แจงจำนวน 25 คน อัตราคนละ 25 บาท 2 มื้อ จำนวน 1วันเป็นเงิน 1,250 บาท กิจกรรมที่ 2 รณรงค์ประชาสัมพันธ์ การให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ในกลุ่มเป้าหมายอายุ 12 ปี ขึ้นไป
-ค่าป้ายโครงการและป้ายรณรงค์ประชาสัมพันธ์การฉีดวัคซีน ป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ขนาด 1.2x3 เมตร จำนวน 5 ป้ายๆ ละ 720 บาท เป็นเงิน3,600 บาท กิจกรรมที่ 3 ให้บริการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงสูง เชิงรุกกลุ่มประชาชนทั่วไป ในชุมชน ด้วย ATK 1 ครั้ง
-ค่าชุดตรวจ ATK จำนวน 900 ชุดๆละ 150 บาท เป็นเงิน 135,000 บาท
-ค่าชุด PPE จำนวน 100 ชุด ชุดละ 220 บาท เป็นเงิน 22,000 บาท -ค่าหน้ากากอนามัยN95 จำนวน 6กล่อง กล่องละ 980 เป็นเงิน 5,880 บาท -ค่าเอี้ยม PPE กาวน์ จำนวน 100 ชุด ชุดละ 16 บาท เป็นเงิน 1,600 บาท -ค่าหมวกตัวหนอนสีเขียว จำนวน 6กล่อง กล่องละ150 บาท เป็นเงิน 900 บาท -ค่าหน้ากากอนามัย SURGICAL MASK จำนวน 100 กล่อง กล่องละ 115 บาท เป็นเงิน 11,500 บาท กิจกรรมที่ 4 ให้บริการคัดกรอง และเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงสูง ที่สัมผัสผู้ป่วย 100 คน ด้วย ATK 2 ครั้ง -ค่าที่วัดอุณหภูมิบริเวณหน้าผาก microline จำนวน 2เครื่อง เครื่องละ 3,510 บาท เป็นเงิน 7,020 บาท -ค่าชุดตรวจ ATK 200 ชุดๆละ 150 บาท เป็นเงิน 30,000 บาท กิจกรรมที่ 5 ออกติดตามประเมินภาวะสุขภาพของคนเสี่ยงสูงสัมผัสผู้ป่วยโดยเจ้าหน้าที่ / ผู้ช่วยเหลือหรือได้รับมอบหมาย กิจกรรมที่ 6 ค่าจ้างเหมาเหมาทำความสะอาด พร้อมพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อจำนวน 2 คนๆละ 300 บาท วันละ 600 บาทx30 วันเป็นเงิน 36,000 บาทรวมเป็นเงินทั้งหมด 256,000 บาท(ทุกรายการถั่วเฉลี่ย)
15 พฤศจิกายน 2564 ถึง 30 กันยายน 2565256000.00 บาท
ค่าใช้จ่ายสามารถถัวเฉลี่ยได้ทุกรายการ
- มีทรัพยากร พอเพียงต่อการสนับสนุนการดำเนินงานเฝ้าระวัง สอบสวนและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)
- สามารถเฝ้าระวังติดตามบุคคลกลุ่มเสี่ยงและสนับสนุนให้กักตนเองได้อย่างต่อเนื่อง 14 วัน
