-
นายประถมประทุมมณี
-
นายกุศลรอดชู
-
นางบุปผาคงศรี
-
นางอุทัยเอียดทอง
-
นางเพลินจิตคงทอง
-
จำนวนจิตอาสาและอสม.(คน)ที่สามารถมาช่วยเหลือคนในชุมชนได้10.00
-
ร้อยละของครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบทางสุขภาพ ด้านร่างกาย จิต สังคม และปัญญา80.00
สถานการณ์ติดเชื้อไวรัสโคโรนาไวรัส หรือ โควิด-19 ระลอกที่สามตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมาพบว่ามีแนวโน้มทวีความรุนแรงและพบการระบาดในวงกว้างมากขึ้น จำนวนมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ในระดับประเทศกว่าวันละ 10,000 รายต่อวัน ประชาชนทั่วไปได้รับการฉีดวัคซีนไม่ถึงร้อยละ 70 ส่งผลให้ระบบสาธารณสุขปกติจะรับไหว โดยเฉพาะอย่างยิ่งจำนวนเตียงไม่เพียงพอสำหรับการรักษาตัวผู้ป่วย ยิ่งขณะนี้มีมาตรการจากภาครัฐเข้มงวดลดการสัญจร หรือลดการทำกิจกรรมของประชาชนด้วยการปิดเมืองหรือ Lockdown ผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิดสามารถแบ่งออกเป็น 3 ระดับ คือ อาการหนัก(สีแดง) อาการปานกลาง(สีเหลือง) และอาการไม่รุนแรง(สีเขียว) เมื่อเกิดสถานการณ์ระบาดที่รุนแรง ผู้ติดเชื้อจะถูกปฏิเสธและต้องรอคอยอยู่ที่บ้านและทำให้คนใกล้ชิดต้องติดเชื้อต่อๆและขยายเข้าสู่ชุมชนในวงกว้างมากขึ้น ดังนั้น การพัฒนาระบบศูนย์กักกันชุมชนเพื่อพักคอยเตียง หรือดูแลผู้ป่วยโควิดแก่คนในชุมชน(Community Isolation ) จึงเป็นทางออกเพื่อการรับมือสถานการณ์ระบาดของโควิด-19เป็นสถานที่สำหรับรับผู้ติดเชื้อหรือผู้ติดเชื้อที่อาการไม่หนักมากจนต้องเข้าโรงพยาบาลปัจจุบันอำเภอจะนะมีโรงพยาบาลสนามในพื้นที่รองรับผู้ป่วยได้เพียง600 เตียงขณะที่สถานการณ์ผู้ติดเชื้อมีถึงกว่า 1,000 คนทำให้มีผู้ป่วยตกค้างรอเตียงอยู่ตามบ้านเรือนและชุมชนในพื้นที่ตำบลจะโหนงมีผู้ป่วยรอเตียงกว่า 20 คนนั้นเป็นผลการตรวจโดยวิธียืนยัน(RT-PCR) จากการปรึกษาและพูดคุยกับบุคลากรสาธารณสุขที่ชำนาญการในพื้นที่พบว่าหากมีการทดสอบเบื้องต้นสำหรับบุคลทั่วไป (ATK) อาจมีปริมาณผู้ป่วยที่มากกว่าปัจจุบันหลายเท่าอันก่อให้เกิดการระบาดของโรคในครัวเรือนของผู้ป่วยและชุมชนข้างเคียงอีกทั้งเริ่มพบปัญหาการขาดแคลนบุคคลากรสาธารณสุขในพื้นที่ที่ต้องไปมุ่งเน้นการรักษาพยาบาลฉีดวัคซีนป้องกันโรคและการสอบสวนโรคซึ่งแต่ละวันก็มีประมาณที่มากเกินจะรับไหวดังนั้นทางชมรมอสม.ตำบลจะโหนงจึงเห็นความสำคัญโดยการช่วยเหลือสนับสนุนตามกำลังความสามารถภายใต้การประสานดูแลของบุคคลากรสาธารณสุขในพื้นที่เพื่อความถูกต้องตามหลักวิชาการแพทย์และสาธารณสุขต่อไป
-
เพื่อเพิ่มจำนวนจิตอาสาที่สามารถช่วยเหลือคนในชุมชน10.0020.00
จำนวนจิตอาสาและอสม.(คน)ที่สามารถช่วยเหลือคนในชุมชนเพิ่มขึ้น
-
เพื่อให้มีครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบทางสุขภาพ ด้านร่างกาย จิต สังคม และปัญญา ลดลง80.0050.00
ร้อยละของครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบทางสุขภาพ ทั้งทางกาย จิต สังคม และปัญญาลดลง
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง250
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมผู้นำชุมชน และผู้เกี่ยวข้องจัดตั้งศูนย์สู้ภัยโควิท
การจัดตั้งคณะทำงานติดตามในประเด็น -กำหนดนโยบายสร้างความรู้ ความเข้าใจให้เกิดการปฏิบัติตัวของป้องกันโรคโควิท19 -การค้นหาจิตอาสาในการช่วยจัดการโควิท19ของชุมชน -การจัดตั้งศูนย์สู้ภัยโควิทในแต่ละชุมชน -การแบ่งหน้าที่รับผิดชอบ - ค่าอาหารว่าง จำนวน1 มื้อๆละ 25 บาท จำนวน20 คน (สามารถถั่วเฉลี่ยในแต่ละกิจกรรม)
7 พฤศจิกายน 2564 ถึง 19 พฤศจิกายน 2564มีคณะทำงานประจำศูนย์สู้ภัยโควิทประจำหมู่บ้าน
500.00 บาท
