กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

tune

โครงการขยับกายไร้พุง

กองทุนสุขภาพตำบล อบต.โนนรัง
stars
1. ชื่อโครงการ/กิจกรรม
โครงการขยับกายไร้พุง
รพ.สต.โนนรัง
  1. นายณรงค์ บุญถูก
  2. นางลักษณาภรณ์บุญโกศล
  3. นางขัติยาภรณ์เหนือเกาะหวาย
  4. นางสาวนงค์ลักษณ์ทับทิมหิน
  5. นางอุไร หาสุข
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตำบลโนนรัง
คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
2. ความสอดคล้องกับแผนงาน
คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
3. สถานการณ์
  1. ร้อยละของผู้ใหญ่อายุ 18-64 ปี ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลางถึงมาก อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์)
    40.00

    ผู้ใหญ่อายุ 18-64 ปี มีจำนวน 2776 คนที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ 1721 คน ยังมีผู้มีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ 1055 คน

  2. ร้อยละของคนที่ออกกำลังกายในชุมชน
    40.00

    ประชากรในตำบลทั้งสิ้น 4309 คน เป็นผู้ที่มีการออกกำลังกาย 2374 คน เป็นผู้ไม่ออกกำลังกาย 1934 คน

ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในด้านต่างๆที่มีความทันสมัยสะดวกสบายมากขึ้น ทำให้วิถีชีวิตของคนในปัจจุบันเปลี่ยนไป ประชาชนมีการออกกำลังกายน้อยลงทำให้ร่างกายอ่อนแอและปัจจุบันนี้ปัญหาโรคไม่ติดต่อได้เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศ จากรายงานของกระทรวงสาธารณสุขพบว่าโรคที่เป็นปัญหาในชุมชน ๕ อันดับแรกในกลุ่มโรคไม่ติดต่อ ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โดยระบบกล้ามเนื้อและโครงร่างและไขมันอุดตันในเส้นเลือด ผู้ป่วยที่พบส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มวัยแรงงานและกลุ่มผู้สูงอายุ จากการสอบถามพบว่าผู้ป่วยขาดการออกกำลังกายและบริโภคอาหารไม่ถูกต้อง ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพของคนในชุมชน ซึ่งถ้าประชาชนได้บริโภคอาหารอย่างถูกสุขลักษณะและมีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอก็จะสามารถลดปัญหาดังกล่าวลงได้ ปัจจุบันระบบสุขภาพของไทยที่เน้นการ สร้าง  มากว่าการซ่อม สุขภาพ ซึ่งเป็นการเน้นระบบสุขภาพเชิงรุกและการสร้างสุขภาพ การอกกำลังกาย จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนเรามีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง การออกกำลังกายมีหลายวิธีตามแต่ความเหมาะสมและความต้องการของแต่ละบุคคล แต่ที่เหมาะสมที่ทุกคนสามารถปฏิบัติได้ คือการออกกำลังด้วยการเดินและวิ่ง ซึ่งจะทำให้เป็นผลดีต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจ ดังนั้น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโนนรัง จัดทำโครงการขึ้นมาโดยเห็นว่า การออกกำลังด้วยการเดิน - วิ่งสามารถทำได้ทุกกลุ่มวัย เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนทุกกลุ่มวัยได้มีการออกกำลังกาย และ การใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์แล้วยังช่วยเสริมสร้างให้ร่างกาย แข็งแรง ผ่อนคลายอารมณ์ เสริมสร้างความสามัคคี และมีความตระหนักในการดูแลสุขภาพของตนเอง ลดความเสี่ยงต่อการ เกิดโรคดังกล่าวด้วย กลุ่มโรค NCDs (Non-Communicable diseases) คือกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ที่ไม่ได้มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อหรือเกิดจากเชื้อโรค หากแต่เกิดจากปัจจัยต่างๆ ภายในร่างกาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลจากวิถีชีวิต หรือวิธีการใช้ชีวิตที่มีพฤติกรรมเสี่ยงจากการดื่มเหล้า สูบบุหรี่ ขาดการออกกำลังกาย การรับประทานอาหารหวานมันเค็มจัด และมีความเครียดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังมักจะค่อยๆ มีอาการและรุนแรงขึ้นทีละน้อยหากไม่ได้มีการรักษาควบคุมโดยเฉพาะโรคเบาหวาน จะนำไปสู่การเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นสาเหตุความพิการ การสูญเสียคุณภาพชีวิต และการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรองค์การอนามัยโลก(WHO) ระบุว่ากลุ่มโรค NCDs นั้น ถือเป็นปัญหาใหญ่ที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จาก สถิติผู้เสียชีวิตจากกลุ่มโรค NCDs ในปี พ.ศ. 2552 พบว่าจำนวนการเสียชีวิตทั่วโลกไม่น้อยกว่า 35 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 63 และร้อยละ80 ของผู้เสียชีวิตเป็นประชากรของประเทศที่กำลังพัฒนารวมทั้งประเทศไทย ที่กลุ่มโรค NCDs เป็นฆาตกรฆ่าคนไทยเสียชีวิตเป็นอันดับหนึ่งคือ 300,000 คนต่อปี คิดเป็น 73% ของการเสียชีวิตซึ่งมากกว่าสาเหตุการเสียชีวิตอื่นๆ ทุกสาเหตุรวมกันถึง 3 เท่า ทั้งสถิติการเสียชีวิตดังกล่าวยังแสดงว่าประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตมากกว่าค่าเฉลี่ยของทั้งโลกและมีแนวโน้มจะสูงขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ )ซึ่งจะส่งผลกระทบเป็นปัญหาสุขภาพขนาดใหญ่ของประเทศก่อปัญหาภาระกับคนรอบข้างผู้ป่วยทำลายคุณภาพประชากร และก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจมูลค่ามหาศาล โดยรัฐต้องแบกรับต้นทุนที่เกิดจากโรคNCDs ถึง 200,000ล้านบาทต่อปี คิดเป็นต้นทุนที่คนไทยต้องแบกรับมูลค่าถึง 3,182 บาทต่อปี ทุกๆ ปี จะมีคนเสียชีวิตเพิ่มขึ้นปีละ 8,000 คน ซึ่งการแก้ปัญหานี้ จำเป็นต้องขอความร่วมมือจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่เฉพาะหน่วยงานด้านสาธารณสุข” (ทักษพล,2557) แนวโน้มคนไทยเป็นโรคเบาหวานมากขึ้น โดยสหพันธ์เบาหวานนานาชาติได้คาดการณ์ว่า ในปี พ.ศ. 2583 ประเทศไทยจะมีผู้ป่วยเบาหวานสูงถึง 5.3 ล้านคน และคาดการณ์ว่าจะมีผู้สูงอายุ 1 คนในทุกๆ 5 คนเป็นโรคเบาหวานซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประมาณการณ์ว่า ปัจจุบันประเทศไทยจะต้องจัดสรรงบประมาณ ร้อยละ 11 ของค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพทั้งหมดสำหรับการดูแลรักษาโรคเบาหวานและคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 41 ภายในปี พ.ศ.2573 ซึ่งหากคนไทยป่วยด้วยโรคเบาหวาน รวม 3 ล้านคน/ปี จะต้องเสียค่ารักษาพยาบาลทั้งสิ้นประมาณ 47,596 ล้านบาท/ปี ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศและประชากร(สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, พ.ศ.2551) 3 ปีย้อนหลัง( ปี 2561-2563 ) อำเภอเขื่องในมีผู้ป่วยโรคเบาหวานจำนวน 5,609 ,5,814 และ 6,141 คน ตามลำดับ ในกลุ่มนี้เป็นผู้ป่วยรายใหม่จำนวน 556 ,374 และ 535คนตามลำดับซึ่งมีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆและเป็นอันดับหนึ่งของTop5ของผู้ป่วยที่มารับการรักษาในโรงพยาบาลผู้ป่วยกลุ่มนี้หากไม่ได้รับการดูแลตนเองที่เหมาะสมจะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญและกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศไทยเป็นอย่างมากเนื่องจากเป็นโรคที่ต้องรักษาต่อเนื่องมีค่าใช้จ่ายด้านการรักษาสูงสาเหตุการเกิดภาวะแทรกซ้อนเกิดจากผู้ป่วยขาดความตระหนักในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ มีข้อแนะนำการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอ ที่แตกต่างกัน ได้แก่ เด็กปฐมวัย (0 - 5 ปี) ควรมีกิจกรรมทางกายที่หลากหลาย อย่างน้อย 180 นาทีต่อวัน เด็กและวัยรุ่น (6 - 17 ปี) ควรมีกิจกรรมทางกายระดับปานกลางถึงหนัก อย่างน้อย 60 นาทีต่อวัน ผู้ใหญ่ (18 - 59 ปี) ควรมีกิจกรรม ทางกายระดับปานกลาง อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ หรือกิจกรรมทางกายระดับหนัก อย่างน้อย 75 นาที ต่อสัปดาห์และกิจกรรมพัฒนาความแข็งแรงและความอ่อนตัวของกล้ามเนื้อ อย่างน้อย 2 ครั้งต่อสัปดาห์ ผู้สูงวัย (60 ปีขึ้นไป) ควรมีกิจกรรมทางกายเช่นเดียวกับผู้ใหญ่ แต่เพิ่มกิจกรรมพัฒนาสมดุลร่างกาย และป้องกันการหกล้ม อย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์ ปัจจุบันคนมีวิถีชีวิตเปลี่ยนไปขาดการมีกิจกรรมทางกาย มีกิจกรรมที่ใช้พลังงานต่ำ ที่เรียกว่า “พฤติกรรมเนือยนิ่ง (Sedentary Behaviour)” เช่น การนั่งเล่นโทรศัพท์มือถือ การใช้คอมพิวเตอร์ การนั่งคุยกับเพื่อน การนั่ง หรือนอนดูโทรทัศน์ ที่ไม่รวมการนอนหลับ มีแนวโน้มที่มีพฤติกรรมเนือยนิ่งมากขึ้น โดยควร ลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง ด้วยการลุกขึ้นเดินไปมาหรือยืดเหยียดร่างกาย ทุก 1 ชั่วโมง ตลอดจนปัญหาเรื่องของปัญหาพฤติกรรมการกิน และรูปแบบการใช้ชีวิตที่เร่งรีบอันนำมาสู่โรคอ้วนและโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆจึงทำให้ร่างกายไม่แข็งแรง และมีน้ำหนักตัวมากเกินไป ก่อให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บได้ตลอดเวลา มีภาวะเสี่ยงต่อโรคอ้วน ตลอดจนโรคไข้หวัดเรื้อรังซึ่งมีผลต่อสุขภาพร่างกาย

คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
4. วัตถุประสงค์และตัวชี้วัด
  1. เพิ่มการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอในผู้ใหญ่
    80.00

    ร้อยละของผู้ใหญ่อายุ 18-64 ปี ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลางถึงมาก อย่างน้อยที่สุด 150 นาทีต่อสัปดาห์)
    จำนวนผู้ใหญ่อายุ 18-64 ปี ทั้งหมดในตำบล 2776 คน มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ 1721 คน มีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ 1055 คน เป้าหมาย 1 ปี อย่างน้อยผู้มีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอมีการปรับเปลี่ยนมีกิจกรรมทางกายเพียงพอ 844 คน

  2. เพิ่มการออกกำลังกายในชุมชน
    80.00

    ร้อยละของคนที่ออกกำลังกายในชุมชนเพิ่มขึ้นผู้ที่ไม่ออกกำลังกาย 1934 คน มีการปรับพฤติกรรมออกกำลังกายเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 1547 คน (จำนวนประชากรทั้งตำบล 4309 คน มีการออกกำลังกาย 2374 คน ไม่ออกกำลังกาย 1934 คน)

 

คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
5. กลุ่มเป้าหมาย
  1. กลุ่มวัยทำงาน
    1934
  2. กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง
    50

 

คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
6. ระยะเวลาดำเนินงาน
3 มกราคม 2565 30 มิถุนายน 2565
คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
7. วิธีการดำเนินงาน
  • กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
  • งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
  1. ประชุมวางแผนและกำหนดกลุ่มเป้าหมาย

    คณะกรรมการกองทุนตำบลร่วมกันประชุมวางแผนและกำหนดกลุ่มเป้าหมาย ร่วมกันประชุมวางแผน กำหนดเป้าหมาย จำนวนกลุ่มเป้าหมาย เนื้อหาและรูปแบบวิธีการดำเนินงานโครงการ แต่งตั้งผู้ปฏิบัติงานตามแผนงานโครงการ ติดต่อประสานงานหน่วยงาน/ผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมกันดำเนินงาน จัดทำโครงการ

    5 มกราคม 2565 ถึง 30 กันยายน 2565

    กลุ่มเป้าหมายออกกำลังกายเพิ่มขึ้นผู้เข้าร่วมโครงการได้มีการออกกำลังกายมากขึ้นและต่อเนื่อง ลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อต่าง ๆ ผู้เข้าร่วมโครงการเห็นถึงความสำคัญของการออกกำลังกายมากขึ้น ผู้เข้าร่วมโครงการมีสุขภาพร่างกายที่ดีขึ้

    0.00 บาท
  2. สร้างความรู้ ความเข้าใจการมีกิจกรรมทางกาย

    รายละเอียดกิจกรรม

    1.สร้างการสื่อสารเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และรณรงค์เรื่องกิจกรรมทางกาย และการลดพฤติกรรมเนือยนิ่งของคนในชุมชน เช่น การประชุมชี้แจงในเวทีระดับหน่วยงาน ตำบล หมู่บ้าน การจัดนิทรรศการ หอกระจายข่าวหมู่บ้าน

    2.รวบรวมและกระจายสื่อ สื่อเอกสารคลิปสั้น เพื่อการเรียนรู้ เชิญชวนให้คนมีกิจกรรมทางกาย ลดพฤติกรรมเนือยนิ่งด้านกิจกรรมทางกาย เ

    1 กุมภาพันธ์ 2565 ถึง 31 มีนาคม 2565

    ผลผลิต

    จำนวนครั้งการถ่ายทอด การสื่อสารเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ และการณรค์เรื่องกิจกรรมทางกาย

    ผลลัพธ์

    ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจของกลุ่มเป้าหมายต่อความสำคัญการมีกิจกรรมทางกาย

    0.00 บาท
  3. การขับเคลื่อนกระบวน การนโยบายสาธารณะในพื้นที่เพื่อเพิ่มการมีกิจกรรมทางกาย

    รายละเอียดกิจกรรม

    1. นำเข้าสู่เวทีระดับตำบลเพื่อสร้างนโยบายของหน่วยงาน สถานประกอบการ ชุมชน ในการจัดสรรเวลา สถานที่ และส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกาย

    2. สร้างข้อตกลงชุมชน/ธรรมนูญตำบลในการใช้พื้นที่สาธารณะ การใช้เส้นทางสัญจร (เดิน/จักรยาน) ที่เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกายของคนในชุมชน

    1 มีนาคม 2565 ถึง 31 มีนาคม 2565

    เกิดข้อตกลง/ธรรมนูญตำบล นโยบายหน่วยงาน สถานประกอบการ ชุมชนในการจัดกิจกรรมทางกาย เกิดข้อตกลงการใช้พื้นที่สาธารณะที่เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกายของคนในชุมชน

    0.00 บาท
  4. การพัฒนาขีดความ สามารถเครือข่าย

    จัดอบรมพัฒนาแกนนำในสถานประกอบการ แกนนำในชุมชน เพื่อถ่ายทอดและเป็นผู้นำเรื่องกิจกรรมทางกาย การลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง

    1 มีนาคม 2565 ถึง 31 มีนาคม 2565

    เกิดแกนนำกิจกรรมทางกายในสถานประกอบการ ในชุมชน

    15000.00 บาท
  5. จัดกิจกรรมทางกาย

    จัดกิจกรรมทางกายในสถานประกอบการ ในชุมชน
    - ในชุมชน จัดให้มีการรวมกลุ่มออกกำลังกายทุกเย็นวันจันทร์ พุธ ศุกร์ วันละ 30 นาที โดยมีแกนนำออกกำลังกายในชุมชนเป็นผู้นำ - ในชุมชน ผู้ที่ไม่พร้อมการรวมกลุ่มออกกำลังกายในชุมชน ให้มีการทำกิจกรรมทางกายที่ครัวเรือน กำหนดทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์ วันละ 30 นาที โดยมี ผู้นำออกำลังกาย และอสม. ออกเยี่ยมแนะนำการมีกิจกรรมทางกายที่เหมาะสมในแต่ละบุคคล และติดตามสำรวจการปฏิบัติตามข้อตกลงเดือนละ 1 ครั้ง - ในหน่วยงาน สถานประกอบการ มีการจัดกิจกรรมทางกายก่อนทำงานและก่อนเลิกงานทุกวัน ครั้งละ 15 นาที

    1 มีนาคม 2565 ถึง 31 สิงหาคม 2565

    จำนวนผู้ร่วมกิจกรรมทางกายในชุมชน ในหน่วยงาน ในสถานประกอบการ
    จำนวนผู้ปฏิบัติตามข้อตกลงการทำกิจกรรมทางกายที่เพียงพอ

    0.00 บาท
  6. เยี่ยมเสริมพลังและการติดตามประเมินผล
    1. ผู้นำกิจกรรมทางกาย ร่วมกับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลออกเยี่ยมเสริมพลังผู้มีอายุ 18-64 ปี แนะนำกิจกรรมทางกาย รูปแบบต่างๆที่เหมาะสมตามบุคคล

    2. อสม. จัดเก็บข้อมูลการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้มีอายุ 18-64 ปี

    3. จัดกิจกรรมประเมินภาวะสุขภาพ ดัชนีมวลกาย รอบเอว ความดันโลหิต

    4. รวบรวม วิเคราะห์ข้อมูล คืนข้อมูลหน่วยงาน สถานประกอบการ หมู่บ้าน

    1 เมษายน 2565 ถึง 31 สิงหาคม 2565

    มีชุดข้อมูลจำนวนผู้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมีกิจกรรมทางกายเพียงพอ

    มีชุดข้อมูลภาวะสุขภาพผู้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมีกิจกรรมทางกายเพียงพอ

    0.00 บาท

 

คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
8. งบประมาณโครงการ

 

คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
9. ผลการดำเนินงานที่คาดหวัง

ประชาชนอายุ 18-64 ปี มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมีกิจกรรมทางกายเพียงพอ

คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
10. เอกสารประกอบโครงการ
คะแนน:
1
2
3
4
5
กองทุนสุขภาพตำบลอบต.โนนรังโครงการเข้าสู่ระบบเมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 2564 10:48 น. แก้ไขล่าสุดเมื่อ 10 มี.ค. 2569 น.
คะแนน:
1
2
3
4
5