โครงการคัดกรองผู้มีความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า (COVID-19) โรงเรียนกำแพงวิทยา
-
นายสิรวุฒิ ยุนุ้ย
-
นางปณิตา สฤษฎีพีรพันธุ์
-
นายพิงค์พันธุ์ แพงพุทธ
-
นางสาวสุดีย๊ะ ขำนุรักษ์
-
นางสาวภัสริน ล่องสว่าง
-
ร้อยละความครอบคลุมในการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงในโรงเรียน42.96
ตามที่รัฐบาลได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ในปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ 26 มีนาคม 2563 และตามมิติคณะรัฐมนตรีได้ขยาย ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ออกไปถึง 30 กันยายน 2564 และในปี 2564 เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2564 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแผ่คำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์ การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ 11/2564 เรื่อง พื้นที่สถานการณ์ที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคมสูงสุดและเข้มงวด พื้นที่ควบคุมสูงสุด ตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ พ.ศ.2548 ประกาศระบุว่า ตามที่ได้มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2563และต่อมาได้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าวออกไปเป็นคราวที่ 13 จนถึงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2564 นั้น สถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศโดยเฉพาะในกรุงเทพและปริมณฑล รวมถึง 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่ความคุมสูงสุดและเข้มงวดถึง 29 จังหวัด เนื่องจากมีการติดเชื้อแบบกลุ่มใหม่ๆในการระบาดเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ระบบสาธารณสุขที่ให้บริการรักษาเข้าสู่ภาวะวิกฤตในการให้การดูแลผู้ป่วย ทั้งขาดแคลนอุปกรณ์ที่จำเป็นบุคลากรและสถานที่ที่ให้การรักษามีอัตราครองเตียงสูงมากยิ่งขึ้น มีผลกระทบขยายวงกว้างไปยังทุกจังหวัดในประเทศไทย ซึ่งจังหวัดสตูลอยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดด้วย อีกทั้งยังมีรายงานจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้นเพื่อเป็นการร่วมมือหยุดการแพร่ระบาด เพิ่มประสิทธิภาพการดูแลรักษาเชิงรุกและการป้องกันไม่ให้เกิดผู้ติดเชื้อรายใหม่ ซึ่งมาจากการปฏิบัติตนไม่ถูกต้องของบุคคลทั่วไปและผู้ที่มีสุขภาพอ่อนแอ โดยมีภาวะโรคประจำตัวที่มีความเสี่ยงสูงใน 7 กลุ่มโรค เช่น เบาหวาน ความดัน โลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง และโรคทางเดินหายใจ กลุ่มผู้สูงอายุเด็ก และหญิงตั้งครรภ์และผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่แพร่ระบาดเสี่ยงสูง หรือผู้สัมผัสโดยตรงกับผู้ป่วย ตามนิยามผู้สัมผัสใกล้ชิดที่มีความเสี่ยงต่อการรับเชื้อสูง ของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขจึงต้องกำหนดมาตรการควบคุมป้องกัน ตามหลัก New Normal และ DMHTT อย่างเข้มงวดเพียงพอต่อการควบคุมโรคอย่างมีประสิทธิภาพ ในการนี้ มีนโยบายให้โรงเรียนเปิดเรียนแบบ on-site โดยต้องทำเป็นพื้นที่ปลอดโควิด หรือ Covid free setting มีกิจกรรมให้ครู และนักเรียนฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครบถ้วน มีการสุ่มตรวจนักเรียนที่มาเรียน on site ด้วยชุด ATK เพื่อเป็นการดำเนินการเชิงรุกในการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (Covid-19) ให้ทันต่อสถานการณ์เปิดเรียนแบบ on-site โรงเรียนกำแพงวิทยา มีนักเรียนจำนวน 1,750 คน ครูและบุคลากรทางการศึกษาจำนวน 112 คน พบนักเรียนติดเชื้อจำนวน 73 ราย คิดเป็นร้อยละ 4.17 จำเป็นจะต้องมีการเฝ้าระวังและตรวจคัดกรองนักเรียนอย่างต่อเนื่อง จงได้จัดทำโครงการคัดกรองผู้มีความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า (COVID-19) โรงเรียนกำแพงวิทยา ขึ้น
-
เพื่อเพิ่มความครอบคลุมในการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงในโรงเรียน42.96100.00
ร้อยละความครอบคลุมในการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงในโรงเรียน
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน1750
-
กลุ่มวัยทำงาน0
-
ครู/บุคลากรทางการศึกษา112
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
การเฝ้าระวัง คัดกรอง ผู้เสี่ยง/ผู้สัมผัส เกี่ยวกับโรคไวรัสโคโรน่า 2019
รายละเอียดกิจกรรม
1.1 กิจกรรมสร้างแกนนำนักเรียนผู้พิทักษ์อนามัยในห้องเรียน
1) คัดเลือกแกนนำนักเรียนผู้พิทักษ์อนามัย ห้องเรียนละ 2 คน
2) แกนนำนักเรียนผู้พิทักษ์อนามัยเป็นผู้ประสานและรายงานผลการเฝ้าระวังให้ครูประจำชั้นทราบ
(ไม่ขอใช้งบประมาณในโครงการ)
1.2 กิจกรรมให้ความรู้ผู้คัดกรองนักเรียนและบุคลากรทางการศึกษา โดยการจัดอบรมครูให้ฝึกใช้ชุดตรวจ ATK (ประสานบุคลากรสาธารณสุขมาให้ความรู้ เทอมละ 1 ครั้ง)
(ไม่ขอใช้งบประมาณในโครงการ)
1.3 กิจกรรมคัดกรอง ผู้เสี่ยง/ผู้สัมผัส เป้าหมายนักเรียน และบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 1,862 คน
งบประมาณ
ค่าชุด ATK จำนวน 1,375 ชุดๆละ 80 บาทเป็นเงิน 110,000 บาท
ค่าเจล/แอลกอฮอล์ล้างมือ ขนาด 5 ลิตร จำนวน 10 แกลลอนๆละ 550 บาท เป็นเงิน 5,500 บาท
ค่าเครื่องวัดอุณหภูมิแบบอินฟราเรด จำนวน 6 เครื่องๆ ละ 1,300 บาทเป็นเงิน 7,800 บาท
ค่าขาตั้งเจล/แอลกอฮอล์ล้างมือ จำนวน 6 อันๆละ 1,450 บาท เป็นเงิน 8,700 บาท
ค่าหน้ากากอนามัย จำนวน 4 กล่องๆละ 125 บาท เป็นเงิน 500 บาท
ค่าถุงมือ จำนวน 4 กล่องๆละ 250 บาท เป็นเงิน 1,000 บาท
ค่าขวดใส่เจล/แอลกอฮอล์ แบบหัวกด ขนาด 500 ml จำนวน 40 อันๆละ 20 บาท เป็นเงิน 800 บาท
ค่าเสื้อกันฝน จำนวน 50 ตัวๆละ 25 บาท เป็นเงิน 1,250 บาท
1 มกราคม 2565 ถึง 30 กันยายน 2565นักเรียนและครูได้รับการคัดกรอง ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 90
135550.00 บาท -
การส่งตัวผู้ติดเชื้อเข้ารับการรักษา
2.1 กิจกรรมรับ-ส่งผู้ติดเชื้อเข้าไปตรวจยืนยัน แบบ RT-PCR จากสถานพยาบาล
(ไม่ขอใช้งบประมาณ ประสานรถรับ-ส่ง จาก อบต.กำแพง)
2.2 กิจกรรมรับ-ส่งผู้ติดเชื้อเข้ารับการรักษาจากสถานพยาบาล
(ไม่ขอใช้งบประมาณ ประสานรถรับ-ส่ง จาก อบต.กำแพง)
1 มกราคม 2565 ถึง 30 กันยายน 2565ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ได้รับการส่งตัวเข้ารับการรักษาทุกราย
0.00 บาท -
การกักกันตัวผู้สัมผัสผู้ติดเชื้อ
3.1 กรณีผู้สัมผัสมีจำนวนไม่เกิน 10 ราย เข้ารับการกักกันตัวใน Local Quarantine ของท้องถิ่น
- ไม่ขอใช้งบประมาณในโครงการ ใช้งบ อบต.กำแพง
3.2 กรณีผู้สัมผัสมีจำนวนมากกว่า 10 ราย ให้จัดทำ Local Quarantine ในโรงเรียน
- ไม่ขอใช้งบประมาณในโครงการ ใช้งบ อบต.กำแพง
1 มกราคม 2565 ถึง 30 กันยายน 2565ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เข้ารับการกักกันตัวตามสถานที่กักกันตัวในพื้นที่
0.00 บาท - ไม่ขอใช้งบประมาณในโครงการ ใช้งบ อบต.กำแพง
-
การกำหนดมาตรการการบังคับใช้ในสถานศึกษา
4.1 กิจกรรมประชุมคณะกรรมการโรงเรียน
- ไม่ขอใช้งบประมาณในโครงการ
4.2 กิจกรรมประชุมผู้ปกครองและผู้เกี่ยวข้อง
- ไม่ขอใช้งบประมาณในโครงการ
1 มกราคม 2565 ถึง 30 กันยายน 2565มีมาตรการเกี่ยวกับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในโรงเรียน
0.00 บาท - ไม่ขอใช้งบประมาณในโครงการ
-
การประเมินผลโครงการและรายงานผล
5.1 จัดทำรูปเล่มรายงานผล
- ค่าจัดทำรูปเล่มรายงานผล จำนวน 3 เล่มๆละ 200 บาท เป็นเงิน 600 บาท
1 กันยายน 2565 ถึง 30 กันยายน 2565มีรูปเล่มรายงานผลการดำเนินงานโครงการ จำนวน 3 เล่ม
600.00 บาท
ทุกรายการถัวเฉลี่ยจ่าย
นักเรียนและครูได้รับการเฝ้าระวัง คัดกรองเบื้องต้นด้วย ATK ติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด ได้รับความรู้ด้านระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 เพื่อไม่ให้เป็นพาหะนําโรคระบาดในโรงเรียน
