โครงการคัดกรองผู้มีความเสี่ยงในการติดเชื่้อไวรัสโคโรนา (Covid-19) โรงเรียนสายเพชรศึกษา
-
นางสาวรพีพร สุวรรณชาตรี
-
นายสิทธิพันธ์ จิตหลัง
-
นายสุริยา อุศมา
-
นายปฎิพัทธ์ คงชิต
-
นางสาวซากีเร๊าะ มณีโกบ
-
ร้อยละความครอบคลุมในการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงในโรงเรียน50.80
ร้อยละความครอบคลุมในการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงในโรงเรียนบ้านท่าแลหลาตามที่รัฐบาลได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ในปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ 26 มีนาคม 2563 และตามมติคณะรัฐมนตรีได้ขยาย ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ออกไปถึง 30 กันยายน 2564 และในปี2564 เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2564 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ 11/2564 เรื่อง พื้นที่สถานการณ์ที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด พื้นที่ควบคุมสูงสุด และพื้นที่ควบคุม ตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ประกาศระบุว่า ตามที่ได้มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2563 และต่อมาได้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าวออกไปเป็นคราวที่ 13 จนถึงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2564 นั้น สถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ทวีความรุ่นแรงมากยิ่งขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศโดยเฉพาะในกรุงเทพฯและปริมณฑล รวมถึง 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ซึ่งขณะนี้มีพื้นที่จังหวัดที่ประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดถึง 29 จังหวัด เนื่องจากมีการติดเชื้อแบบกลุ่มใหม่ๆในการระบาดเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ระบบสาธารณสุขที่ให้บริการรักษาเข้าสู่ภาวะวิกฤตในการให้การดูแลผู้ป่วย ทั้งขาดแคลนอุปกรณ์ที่จำเป็นบุคลากรและสถานที่ที่ให้การรักษามีอัตราครองเตียงสูงมากยิ่งขึ้น มีผลกระทบขยายวงกว้างไปยังทุกจังหวัดในประเทศ ซึ่งจังหวัดสตูลอยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดด้วย อีกทั้งยังมีรายงานจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้นเพื่อเป็นการร่วมมือหยุดการแพร่ระบาด เพิ่มประสิทธิภาพการดูแลรักษาเชิงรุกและการป้องกันไม่ให้เกิดผู้ติดเชื้อรายใหม่ ซึ่งมาจากการปฏิบัติตนไม่ถูกต้องของบุคคลทั่วไปและผู้ที่มีสุขภาพอ่อนแอ โดยมีภาวะโรคประจำตัวที่มีความเสี่ยงสูงใน 7 กลุ่มโรค เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง และโรคทางเดินหายใจ กลุ่มผู้สูงอายุ เด็ก หญิงตั้งครรภ์และผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่แพร่ระบาดเสี่ยงสูง หรือผู้สัมผัสโดยตรงกับผู้ป่วย ตามนิยามผู้สัมผัสใกล้ชิดที่มีความเสี่ยงต่อการรับเชื้อสูง ของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขจึงต้องกำหนดมาตรการควบคุมป้องกัน ตามหลัก New Normal และ DMHTT อย่างเข้มงวดเพียงพอต่อการควบคุมโรคอย่างมีประสิทธิภาพ
ในการนี้ มีนโยบายให้โรงเรียนเปิดเรียนแบบ on-site โดยต้องทำเป็นพื้นที่ปลอดโควิด หรือ Covid free settingมีกิจกรรมให้ครู และนักเรียนฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครบถ้วน มีการสุ่มตรวจนักเรียนที่มาเรียน onsite ด้วยชุด เพื่อเป็นการดำเนินการเชิงรุกในการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (Covid-19) ให้ทันต่อสถานการณ์ โรงเรียนสายเพชรศึกษา มีนักเรียนจำนวน 640 คน ครูและบุคลากรทางการศึกษาจำนวน 49 คน ที่ผ่านมายังไม่พบนักเรียนที่ติดเชื้อ แต่จำเป็นจะต้องมีการเฝ้าระวังและตรวจคัดกรองนักเรียนอย่างต่อเนื่อง จึงได้จัดทำโครงการคัดกรองผู้มีความเสี่ยงในการติดเชื่้อไวรัสโคโรนา (Covid-19) โรงเรียนสายเพชรศึกษา ขึ้น
-
เพื่อเพิ่มความครอบคลุมในการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงในโรงเรียน100.00
ร้อยละความครอบคลุมในการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงในโรงเรียน
-
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน8
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน632
-
ครูและบุคลากรทางการศึกษา49
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
การเฝ้าระวัง คัดกรอง ผู้เสี่ยง/ผู้สัมผัส เกี่ยวกับโรคไวรัสโคโรน่า 2019
รายละเอียดกิจกรรม
1.1 กิจกรรมสร้างแกนนำนักเรียนในห้องเรียน
คัดเลือกแกนำนักเรียน ห้องเรียนละ 2 คน
นักเรียนแกนนำเป็นผู้ประสานงานและรายงานผลการเฝ้าระวังให้ครูประจำชั้นทราบ
(ไม่ขอใช้งบประมาณ)
1.2 กิจกรรมให้ความรู้ผู้คัดกรองนักเรียน และบุคลากรทางการศึกษา โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นต้น
(ไม่ขอใช้งบประมาณ)
1.3 กิจกรรมคัดกรอง ผู้เสี่ยง/ผู้สัมผัส เป้าหมายนักเรียน และบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 689 คน
งบประมาณ
ค่าชุด ATK จำนวน 518 ชุดๆละ 80 บาทเป็นเงิน 41,440 บาท
ค่าเจล/แอลกอฮอล์ล้างมือ ขนาด 5 ลิตร จำนวน 4 แกลลอนๆละ 550 บาท เป็นเงิน 2,200 บาท
ค่าเครื่องวัดอุณหภูมิแบบอินฟราเรด จำนวน 4 เครื่องๆ ละ 1,300 บาทเป็นเงิน 5,200 บาท
ค่าขาตั้งเจล/แอลกอฮอล์ล้างมือ จำนวน 4 อันๆละ 1,450 บาท เป็นเงิน 5,800 บาท
ค่าหน้ากากอนามัย จำนวน 3 กล่องๆละ 125 บาท เป็นเงิน 375 บาท
ค่าถุงมือ จำนวน 3 กล่องๆละ 250 บาท เป็นเงิน 750 บาท
ค่าขวดใส่เจล/แอลกอฮอล์ จำนวน 23 อันๆละ 20 บาท เป็นเงิน 460 บาท
ค่าเสื้อกันฝน จำนวน 50 ตัวๆละ 25 บาท เป็นเงิน 1,250 บาท
1 มกราคม 2565 ถึง 30 กันยายน 2565นักเรียนและครูได้รับการคัดกรอง ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 90
57475.00 บาท -
การส่งตัวผู้ติดเชื้อเข้ารับการรักษา
2.1 กิจกรรมรับ-ส่งผู้ติดเชื้อเข้าไปตรวจยืนยัน แบบ RT-PCR จากสถานพยาบาล
(ไม่ขอใช้งบประมาณ ประสานรถรับ-ส่ง จาก อบต.กำแพง)
2.2 กิจกรรมรับ-ส่งผู้ติดเชื้อเข้ารับการรักษาจากสถานพยาบาล
(ไม่ขอใช้งบประมาณ ประสานรถรับ-ส่ง จาก อบต.กำแพง)
1 มกราคม 2565 ถึง 30 กันยายน 2565ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ได้รับการส่งตัวเข้ารับการรักษาทุกราย
0.00 บาท -
การกักกันตัวผู้สัมผัสผู้ติดเชื้อ
3.1 กรณีผู้สัมผัสมีจำนวนไม่เกิน 10 ราย เข้ารับการกักกันตัวใน Local Quarantine ของท้องถิ่น
- ไม่ขอใช้งบประมาณในโครงการ ใช้งบ อบต.กำแพง
3.2 กรณีผู้สัมผัสมีจำนวนมากกว่า 10 ราย ให้จัดทำ Local Quarantine ในโรงเรียน
- ไม่ขอใช้งบประมาณในโครงการ ใช้งบ อบต.กำแพง
1 มกราคม 2565 ถึง 30 กันยายน 2565ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เข้ารับการกักกันตัวตามสถานที่กักกันตัวในพื้นที่
0.00 บาท - ไม่ขอใช้งบประมาณในโครงการ ใช้งบ อบต.กำแพง
-
การกำหนดมาตรการการบังคับใช้ในสถานศึกษา
4.1 กิจกรรมประชุมคณะกรรมการโรงเรียน
- ไม่ขอใช้งบประมาณในโครงการ
4.2 กิจกรรมประชุมผู้ปกครองและผู้เกี่ยวข้อง
- ไม่ขอใช้งบประมาณในโครงการ
1 มกราคม 2565 ถึง 30 กันยายน 2565มีมาตรการเกี่ยวกับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในโรงเรียน
0.00 บาท - ไม่ขอใช้งบประมาณในโครงการ
-
การประเมินผลโครงการและรายงานผล
5.1 จัดทำรูปเล่มรายงานผล
- ค่าจัดทำรูปเล่มรายงานผล จำนวน 3 เล่มๆละ 200 บาท เป็นเงิน 600 บาท
1 กันยายน 2565 ถึง 30 กันยายน 2565มีรูปเล่มรายงานผลการดำเนินงานโครงการ จำนวน 3 เล่ม
600.00 บาท
ทุกรายการถัวเฉลี่ยจ่าย
นักเรียนและครูได้รับการเฝ้าระวัง คัดกรองเบื้องต้นด้วย ATK ติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด ได้รับความรู้ด้านระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 เพื่อไม่ให้เป็นพาหะนําโรคระบาดในโรงเรียน
