โครงการรณรงค์รวมใจ ห่างไกลภัยมะเร็งปากมดลูกมะเร็งเต้านมและมะเร็งลำไส้ใหญ่
หลักการและเหตุผลโรคมะเร็งเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทยเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งของไทยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๒ มะเร็งที่พบมากในขายไทย ได้แก่ มะเร็งตับและมะเร็งท่อน้ำดีมะเร็งปอดมะเร็งให้ใหญ่และใส้ตรงส่วนโรคมะเร็งที่พบมากในหญิงไทย ได้แก่ มะเร็งเต้านมมะเร็งตับและมะเร็งท่อน้ำที่มะเร็งปากมดลูกมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงมะเร็งปอดการเปลี่ยนแปลงของเซลล์จากเซลล์ปกติกลายเป็นเซลล์มะเร็งมีกระบวนการซับซ้อนใช้เวลาหลายปีในการก่อโรคอีกทั้งสาเหตุของการเกิดโรคมะเร่งมาจากทั้งปัจจัยภายในร่างกายคุณสมบัติทางพันธุกรรมภาวะทางระบบภูมิคุ้มกันภาวะทางโภชนาการเป็นต้น) และปัจจัยภายนอกร่างกาย (สารก่อมะเร็งในสิ่งแวดล้อมพฤติกรรมการบริโภคและการใช้สารเสพติดสภาพการดำเนินชีวิตสภาวะทางเศรษฐกิจและสังคมการได้รับปัจจัยเสี่ยงโรคและภัยสุขภาพหลาย ๆ อย่างร่วมกันจะทำให้มีความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งมากขึ้นซึ่งปัจจุบันความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งได้มีการพัฒนาในหลาย ๆ ด้านทำให้สามารถรักษามะเร็งหลายชนิดได้นอกจากนี้ยังมีข้อมูลการศึกษาวิจัยที่ทำให้ทราบสาเหตุปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งในมนุษย์ทำให้สามารถหามาตรการเพื่อป้องกันโรคได้อีกด้วยแม้ว่าโรคมะเร็งจะเป็นโรคที่เป็นสาเหตุการยนบต้น ๆ ของโลก แต่มะเร็งบางชนิดสามารถป้องกันได้โดยพบว่าร้อยละ 20 ของการเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งนั้นสามารถป้องกันได้องค์การอนามัยโลกจึงแนะนำให้ทุกประเทศจัดทํามาตรการป้องกันโรคมะเร็ง (Primaty Prevention) โดยให้มีแผนการดำเนินงานที่ชัดเจนมีความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติและสามารถวัดผลได้ซึ่งมาตรการการดำเนินการป้องกันโรคมะเร็งที่พบบ่อยในประเทศไทย ได้แก่ การป้องกันเพื่อลดอัตราการเกิดโรคมะเร็งตับและท่อน้ำดีมะเร็งปอดมะเร็งปากมดลูกมะเร็งเต้านมมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงซึ่งมะเร็งดังกล่าวสามารถลดลงได้ด้วยการหลีกเลี่ยงหรือลดปัจจัยเสี่ยงเช่นการบริโภคผลิตภัณฑ์ยาสูบการบริโภคเครื่องตีบการควบคุมปัจจัยเสี่ยงสารเคมีจากการประกอบอาชีพและจากมลพิษสิ่งแวดล้อมการกิจกรรมทางกาย (Physical activity) การสร้างความตระหนักและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารสุขภาพเพื่อการป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นต้น Features จากนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดให้การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกร้อยละ ๒๐ ะพบว่าสถิติการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านมในกลุ่มเป้าหมายอายุ ๓๐-๗๐ ปีในเขตพื้นที่รับผิดชอบของคลินิกหมอครอบครัวหนองกะจะพบว่าปีงบประมาณ ๒๕๒๓ มีกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับการตรวจมะเร็งปากมดลูกที่พบความผิดปกติจำนวน ๓๐ คนและกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับการตรวจมะเร็งเต้านมที่มีความผิดปกติจำนวน ๗ คนในส่วนปีงบประมาณ ๒๕๖๒ กลุ่มเป้าหมายที่ได้รับการตรวจมะเร็งปากมดลูกที่พบความผิดปกตินวน ๕ คนและกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับการตรวจมะเร็งเต้านมที่มีความผิดปกติจำนวน 5 คนในส่วนปีงบประมาณ ๒๕๖๓ กลุ่มเป้าหมายที่ได้รับการตรวจมะเร็งปากมดลูกที่พบความผิดปกติจำนวน 4 คนและกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับการตรวจมะเร็งเต้านมที่มีความผิดปกติจำนวน 5 คนกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับการตรวจ
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง350
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ฝึกอบรมให้ความรู้และตรวจคัดกรอง
๑. ให้ความรู้เรื่องโรคมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านมพร้อมทักษะการตรวจเต้านมด้วยตนเอง
๒. สอนการใช้คู่มือการตรวจเต้านมด้วยตนเอง
๓. ตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมะเร็งลำไส้และมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธี Pap smear เชิงรุกในชุมชนโดยเจ้าหน้าที่
๔ เมื่อพบผู้ที่สงสัยหรือผู้ที่มีอาการผิดปกติส่งต่อเพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาได้ต่อเนื่อง
งบประมาณจากงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลเมืองปากช่อง
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มมือจำนวนคนบาทต่อซื้อจำนวน ๒๒,๗๕๐ บาทรายละเอียดดังนี้
เป็นเงิน ๑๕๐ บาทเป็น ๓,๐๐๐ บาท
๒. วัสดุอุปกรณ์สำหรับใช้ในการประชาสัมพันธ์โครงการจำนวน ๕๐ บาทเป็นเงิน ๑๐,๕๐๐ บาท
๓. กิจกรรมบรรยายในชุมชนจำนวน 1,000 บาท
ชุมชนป้ายโครงการขนาด ๒๕๒๕ จำนวน ๑ ป้าย
ค่าใช้จ่ายสามารถถัวเฉลี่ยได้ทั้งงบประมาณและคนเป็นเงิน ๕๐๐ บาทรวมเป็นเงิน 22,750 บาท
3 มกราคม 2565 ถึง 31 สิงหาคม 2565ผลที่คาดว่าจะได้รับ 1. สตรีอายุ ๓๐-๗๐ ปีได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐
๒. สตรีอายุ ๓๐ ปีขึ้นไปได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐
๓. ร้อยละ ๑๐๐ ของสตรีที่ตรวจพบความผิดปกติได้รับการส่งต่อตามแนวทางที่กำหนด
๔. เพื่อให้ประชาชนได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมะเร็งปากมดลุกและมะเร็งลำไส้22750.00 บาท
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
1. สตรีอายุ ๓๐-๗๐ ปีได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐
๒. สตรีอายุ ๓๐ ปีขึ้นไปได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐
๓. ร้อยละ ๑๐๐ ของสตรีที่ตรวจพบความผิดปกติได้รับการส่งต่อตามแนวทางที่กำหนด
๔. เพื่อให้ประชาชนได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมะเร็งปากมดลุกและมะเร็งลำไส้
