โครงการป้องกันและควบคุมโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงในกลุ่มเสี่ยง ด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย ของประชาชนบ้านควนเคี่ยม
จากข้อมูล กระทรวงสาธารณสุขไทยเปิดเผยว่า คนไทยป่วยด้วย 5 โรคไม่ติดต่อเรื้อรังอันตราย เพิ่มขึ้นนาที ละ 1 คน โดยในปี 2551 พบผู้ป่วยสะสมจํานวนกว่า 2 ล้านคน และคาดว่ายังมีผู้ป่วยซ่อนเร้นอีกเป็นจํานวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มคนที่อายุต่ํากว่า 40 ปี ที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ หากพบว่าความดันโลหิตสูงจะหมายถึงว่าไต เริ่มเสื่อม และทําให้อัตราตายจากโรคหัวใจ และหลอดเลือดสมองเพิ่มขึ้น การทํางานของไตเสื่อมเร็วขึ้น 2-3 เท่า การเสื่อมของประสาทตาเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการคุมความดันโลหิตสูงให้ดี ก็จะสามารถป้องกันโรค แทรกซ้อนที่เกิดจากโรคเบาหวานและความดัน ได้แก่ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง โรคไต โรค จอประสาทตาเสื่อม ได้อีกด้วย จากสถิติ ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน และความดันของหน่วยงาน รพ.สต.บ้านควนเคี่ยม 3 ปีย้อนหลัง พบว่า ปี 2560 - 2564 มีอัตราเพิ่มขึ้นทุกปี และมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ และจากการศึกษาวิถีชุมชน พบว่า เป็น ประชาชนกลุ่มวัยทํางาน มักชอบรับประทานอาหารแบบเร่งรีบ ง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก และไม่ตระหนักถึงประโยชน์และ โทษของอาหารที่ตนได้รับ จึงไม่สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินในส่วนนี้ได้ จากการศึกษาพบว่า ปัจจุบันศาสตร์การแพทย์แผนไทยเข้ามามีส่วนในการช่วยป้องกันควบคุมโรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง ด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย อย่างกว้างขวาง และได้ผลอย่างเห็นได้ชัด แพทย์แผน ไทย รพ.สต.บ้านควนเคี่ยม จึงได้เข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันโรคดังกล่าวในกลุ่มเสี่ยง โดยการนํา การออก กําลังกายแบบไทย สมาธิบําบัด การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารตามธาตุเจ้าเรือนของผู้ป่วย ให้ หันมาดื่มน้ําสมุนไพรมากขึ้น รวมถึงการใส่ใจเรื่องการรับประทานอาหารของตนเอง ทั้งหมดนี้ เพื่อ ช่วยลดการใช้ ยาแผนปัจจุบัน ลดค่าใช้จ่ายเรื่องยาที่เพิ่มขึ้นของหน่วยงาน ลดภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ที่เกิดจากโรคเบาหวาน ความดันฯ ให้ยั่งยืน และคงอยู่กับประชาชนบ้านควนเคี่ยมต่อไป
-
ประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่เข้าร่วมโครงการสามารถคุมระดับน้ำตาลในกระแสเลือด และระดับความดันโลหิตได้ในเกณฑ์ปกติ0.00
หลังการเข้าร่วมโครงการผู้เข้าร่วมโครงการสามารถคุมค่าระดับน้ำตาลในกระแสเลือด และระดับความดันโลหิต ได้ ร้อยละ 80
-
ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการสามารถนำทฤษฎีการแพทย์แผนไทยเข้ามามีส่วนร่วม ผสมผสานกับการดูแลตนเองได้0.00
หลังเข้าร่วมโครงการผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้เพิ่มขึ้น ร้อยละ 80
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง180
-
สำหรับการบริหารหรือพัฒนากองทุนฯ [ข้อ 10(4)]0
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
จัดอบรมเชิงปฎิบัติการป้องกันควบคุมโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทยในกลุ่มเสี่ยง ของประชาชนบ้านควนเคี่ยม17 ธันวาคม 2564 ถึง 30 กันยายน 256517550.00 บาท
-
ดำเนินงานโปรแกรม การป้องกันควบคุมโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย ของประชาชนบ้านควนเคี่ยม17 ธันวาคม 2564 ถึง 30 กันยายน 25653600.00 บาท
ประชาชนที่ได้เข้าร่วมโครงการ สามารถสามารถคุมค่าระดับน้ําตาลในกระแสเลือด และระดับความดัน โลหิตของตนเองได้ และสามารถดูแลตนเอง โดยนําทฤษฎีการแพทย์แผนไทยเข้ามามีส่วนร่วม ผสมผสานกับการ ดูแลตนเองของผู้ป่วยในปัจจุบันได้อย่างยั่งยืน
