โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพลดโรคด้วย 3อ 2ส ตำบลผดุงมาตร ปี 2565
-
ร้อยละของประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน5.19
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง8.09
ในปัจจุบันอัตราการป่วยของโรคไม่ติดต่อเพิ่มขึ้นทุกปีโดยเฉพาะโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานจากสถานการณ์ของโรคในเขตรับผิดชอบของโงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลผดุงมาตร โดยข้อมูลปีงบประมาณ 2564 ( ตุลาคม2563 -กันยายน2564 ) มีประชากรอายุ 35 ปี ขึ้นไปที่ยังไม่เป็นความดันโลหิตสูง ทั้งหมด 1,273 คน ได้มีการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงจำนวน 1,176คน คิดเป็นร้อยละ 92.38 จากการคัดกรองพบ กลุ่มปกติ จำนวน 1077 คน คิดเป็นร้อยละ 91.58 พบกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง 62 คน คิดเป็นร้อยละ 5.27 กลุ่มสงสัยเป็นโรคความดันโลหิตสูง 36 คนคิดเป็นร้อยละ 3.06 จากการคัดกรองประชากรอายุ 35 ปี ขี้นไปที่ยังไม่เป็นเบาหวานจำนวน 1597 คน ได้รับการคัดกรองจำนวน 1533 คน คิดเป็นร้อยละ 95.99 พบกลุ่มปกติ 1453 คนคิดเป็นร้อยละ 94.78 กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน 78 คนคิดเป็นร้อยละ 5.08 และกลุ่มสงสัยเป็นโรคเบาหวาน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 0.13 จากการซักประวัติรายบุคคลข้อมูล สอดคล้องกับแบบประเมินคือ ผู้ป่วยมีความรู้ แต่ยังขาดทักษะการปฏิบัติสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากตัวผู้ป่วยเอง ขาดแรงกระตุ้นในการจูงใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างต่อเนื่องและขาดความร่วมมือจากผู้ดูแลเพราะผู้ป่วยเบาหวานส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุจะต้องมีผู้ที่ดูแลเรื่องการรับประทานยา การประกอบอาหารให้เหมาะกับผู้ป่วยและเป็นแรงกระตุ้น และจัดสิ่งแวดล้อมให้ผู้ป่วยปฏิบัติได้จริง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลผดุงมาตรจึงมีความมุ่งมั่นในการพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยเบาหวานละความดันโลหิตสูง ในชุมชนน่าจะทำให้ผู้ป่วยและผู้ดูแลการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร การออกกำลังกายและการแลกเปลี่ยนความรู้ได้ดีขึ้นจึงคัดเลือกผู้ป่วยโดยคัดเลือกจากผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุม ระดับ นํ้าตาลในเลือดไม่ดีหรือภาวะแทรกซ้อน และผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่ควบคุมระดับความดันไม่ค่อยได้ ในการจัดกิจกรรมครั้งนี้โดยเน้นให้ผู้ป่วยและผู้ดูแลการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้เหมาะสมตามสภาพแวดล้อมเป็นจริงสอดคล้องกับสภาพสังคมและวิถี ชีวิต ประจำ วันในหมู่บ้าน จะช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกว่า ตนเองไม่ผิดแปลกไปจากผู้อื่นในสังคม ทำให้ผู้ป่วยเกิดกำลังใจและมีความพยายามในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมมากขึ้นในการค้นหาคัดกรองโรคไม่ติดต่อของตำบลผดุงมาตรทำได้ลำบากเนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่มีอาชีพทำสวนยางพาราต้องตื่นนอนเร็วรีบรับประทานอาหารเช้าเพื่อจะได้ไปทำงาน ทำให้ช่วงเวลาในการคัดกรองเป็นไปได้น้อยจึงจำเป็นต้องให้อสม.แต่ละเขตรับผิดออกคัดกรองเพิ่มเติม นอกจากนี้ประชาชนไม่เห็นความสำคัญของการคัดกรองโรคไม่ติดต่อทำให้พบผู้ป่วยเมื่อมีอาการหนักแล้ว ซึ่งกลวิธีต่างๆนี้น่าจะช่วยให้ลดจำนวนผู้ป่วยลงและให้ประชาชนได้ตระหนักถึงอันตรายของการเกิดโรค เพื่อการดูแลตนเองและครอบครัวไม่ให้มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานได้ ดังนั้นทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลผดุงมาตรและองค์การบริหารส่วนตำบลผดุงมาตรเห็นความสำคัญเพื่อให้กลุ่มเสี่ยงใหม่ไม่เป็นโรคจึงได้พัฒนาโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อสุขภาพ ลดหวาน มัน เค็ม ลดโรค กิจกรรมสำคัญที่ใช้ในการดำเนินโครงการ การประชุมค้นหากลุ่มเป้าหมายที่สมัครใจ การจัดกิจกรรมเรียนรู้การดูแลสุขภาพองค์รวมทั้งผู้ป่วยและญาติในครอบครัวที่จะมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพ ทั้งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน และพฤติกรรมการออกกำลังกาย โดยมีทีมอสม.ทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลผดุงมาตรเป็นกลไกพี่เลี้ยงในการติดตามการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ มีการจัดกิจกรรมประกวด บุคคลต้นแบบดูแลสุขภาพ การประกวดออกกำลังกาย เพื่อสร้างกระแสการสร้างสุขภาพทั้งนี้มีการสื่อสารประชาสัมพันธ์ในชุมชนอย่างต่อเนื่อง ในการดำเนินโครงการ การประชุมค้นหากลุ่มเป้าหมายที่สมัครใจ การจัดกิจกรรมเรียนรู้การดูแลสุขภาพองค์รวมทั้งผู้ป่วยและญาติในครอบครัวที่จะมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพ ทั้งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน และพฤติกรรมการออกกำลังกาย โดยมีทีมอสม.ทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลผดุงมาตรเป็นกลไกพี่เลี้ยงในการติดตามการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ มีการจัดกิจกรรมประกวด บุคคลต้นแบบดูแลสุขภาพ การประกวดออกกำลังกาย เพื่อสร้างกระแสการสร้างสุขภาพทั้งนี้มีการสื่อสารประชาสัมพันธ์ในชุมชนอย่างต่อเนื่อง
-
เพื่อให้ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพลดโรคด้วย 3อ 2ส อย่างถูกต้องและเหมาะสม8090
ร้อยละ 80 ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพลดโรคด้วย 3อ 2ส อย่างถูกต้องและเหมาะสม
-
เพื่อเปิดโอกาสในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันของกลุ่มเป้าหมายในชุมชน100100
ร้อยละ 100 กลุ่มเป้าหมายมีโอกาสในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันในชุมชน
-
เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของตนเองได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมกับโรค80100
ร้อยละ 80 กลุ่มเป้าหมายมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของตนเองได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมกับโรค
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง80
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
คัดกรองกลุ่มเป้าหมาย
รายละเอียดกิจกรรม
- คัดแยกกลุ่มเป้าหมาย เพื่อเข้าร่วมอบรมกลุ่มเสี่ยง
(สีเขียว กลุ่มปกติ )
(สีเหลือง กลุ่มเสี่ยง )
(สีแดง กลุ่มสงสัยป่วย)
1 มีนาคม 2565 ถึง 30 เมษายน 2565พบกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง 62 คน กลุ่มสงสัยเป็นโรคความดันโลหิตสูง 36 คน พบกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานจำนวน 78 คนและกลุ่มสงสัยเป็นโรคเบาหวาน 2 คน
0 บาท - คัดแยกกลุ่มเป้าหมาย เพื่อเข้าร่วมอบรมกลุ่มเสี่ยง
-
เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้แก่กลุ่มเป้าหมาย เพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ลดโรค 3 อ 2 ส
รายละเอียดกิจกรรม 1.ประชุมชี้แจง อสม./จนท. เพื่อวางแผนการดำเนินงานโครงการ 2.ติดตามกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมอบรม 3.จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้สำหรับกลุ่มเป้าหมาย งบประมาณ 1.ค่าอาหารกลางวันสำหรับผู้ที่เข้าอบรมจำนวน 80 คน x 50 บาท x 1 มื้อเป็นเงิน 4,000 บาท 2.ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่มสำหรับผู้ที่เข้าอบรม จำนวน 80 คน x 25 บาท x 2 มื้อเป็นเงิน 4,000 บาท 3.ค่าสมุด จำนวน 80 เล่ม x 10 บาทเป็นเงิน 800 บาท 4.ค่าปากกา จำนวน 80 ด้าม x 5 บาท เป็นเงิน 400 บาท 5.ค่ากระเป๋าใส่เอกสาร 80 ใบ x 35 บาท เป็นเงิน 2,800 บาท 6. ค่าไวนิล 1 x 3 เมตร เป็นเงิน 690 บาท
1 พฤษภาคม 2565 ถึง 30 มิถุนายน 2565กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มสงสัยป่วยได้ความรู้เรื่องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมร้อยละ 100
12690 บาท -
ติดตามและประเมินผลการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ลดโรค 3 อ 2 ส
รายละเอียดกิจกรรม
- ติดประเมินผลพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มเสี่ยง และกลุ่มสงสัยป่วย ทุกๆ 3 เดือน
1 มิถุนายน 2565 ถึง 30 กันยายน 2565กลุ่มเสี่ยง และกลุ่มสงสัยป่วยได้รับการติดตามร้อยละ 100
0 บาท
1.ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและทั่วถึง 2.ประชาชนมีความเข้าใจและสามารถปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง
