โครงการอบรมฟื้นฟูผู้ดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ประจำปี 2565
-
นางสาวรอซีดาเจ๊ะแว
-
พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ
ในปัจจุบันจะเห็นได้ว่าโครงสร้างประชากรไทยอยู่ในระยะที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะประชากรสูงอายุ (อายุ 60 ปีขึ้นไป) ปี 2564 ประชากรไทยที่อายุ 60 ปีขึ้นไป จะมีมากถึงร้อยละ 20 เรียกว่าเป็น สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ และจะเป็น สังคมสูงวัยระดับสุดยอด จึงคลาดว่าในปี 2574 เมื่อประชากรสูงอายุเพิ่มเป็น ร้อยละ 28 ผลการสำรวจสุขภาพประชาชนไทย พบว่า ผู้สูงอายุเป็นโรคเรื้อรัง (โรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน และโรคหลอดเลือดสมอง) และมีภาวะถดถอยของสมรรถนะทางร่างกายซึ่งลักษณะการอยู่อาศัยของครอบครัวไทย ผู้สูงอายุที่อยู่ลำพังกับคู่สมรส หรืออยู่ตามลำพังคนเดียว มีจำนวนมากขึ้นผู้สูงอายุวัยปลาย (อายุ 80 ปีขึ้นไป) มีมากถึงร้อยละ 25 ที่ต้องการการดูแลปรนนิบัติ แต่มีผู้สูงอายุที่ต้องการดูแล แต่ไม่สามารถมีผู้ดูแลได้ เป็นสัดส่วนมากถึง ร้อยละ 4 ของผู้สูงอายุวัยปลายทั้งหมด จากสถานการณ์ และแนวโน้มของสัดส่วนผู้สูงอายุ และความเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรังทั้งทางกาย และจิตใจ รัฐบาลจึงจำเป็นต้องมีการเตรียมระบบการดูแลสุขภาพของประชากรผู้สูงอายุ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช) จึงได้จัดตั้งคณะทำงานพัฒนาประเภทและขอบเขตบริการสาธารณสุข ด้านการดูแลระยะยาว สำหรับผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิง และสนับสนุนให้จัดหลักสูตรการดูแลผู้สูงอายุ โดยดำเนินการภายใต้ศูนย์พัฒนา และฟื้นฟูคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ และคนพิการ ทั้งนี้ ให้จัดตั้ง และกำกับ หรือดำเนินการโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานของรัฐ (ประกาศสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2560) ในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโกลก พบว่าประชากรผู้สูงอายุมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากปี พ.ศ. 2562 ผู้สูงอายุมีทั้งหมด 5,765 คน คิดเป็นร้อยละ 13.90 ปี พ.ศ. 2563 จำนวน 5,866 คน คิดเป็นร้อยละ 14.37 และปี พ.ศ. 2564 จำนวน 6,075 คน คิดเป็นร้อยละ 14.95 ตามลำดับ ซึ่งมีกลุ่มผู้สูงอายุมีติดบ้านติดเตียง ในปี 2564 จำนวน 88 คน ส่งผลให้ผู้สูงอายุบ้างกลุ่มที่มีโรคประจำตัว ติดบ้านติดเตียงหลังจากกลับรักษาตัวที่โรงพยาบาลแล้ว ไม่สามารถดูแลตนเองได้ และผู้ดูแลขาดความรู้ความเข้าใจในการดูแลผู้สูงอายุติดบ้านติดเตียงขณะอยู่ที่บ้านบางรายนอนติดเตียงนานจึงทำให้เกิดภาวะ มีแผลกดทับ อักเสบรุนแรง ข้อติดแข็ง ตามร่างกาย ส่งผลให้ผู้สูงอายุต้องกลับไปรักษาตัวอีกครั้งในโรงพยาบาล และส่งผลกระทบต่อการเพิ่มของความต้องการค่าใช้จ่ายด้านการดูแลรักษาพยาบาล ทั้งนี้หากผู้สูงอายุปรับตัวได้ทันกับความเปลี่ยนแปลงก็จะสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข เกิดความพึงพอใจในชีวิต แต่ถ้าไม่พร้อมหรือปรับตัวไม่ได้และไม่ดีพอ จะส่งผลให้เกิดความรู้สึกว่าตนเองโดดเดี่ยวเหงา ถูกทอดทิ้ง มีความวิตกกังวล ท้อแท้ไม่อยากมีชีวิตอยู่ รู้สึกคุณค่าในชีวิตลดน้อยลงในด้านผู้พิการในชุมชน ดังนั้นทางกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ได้ตระหนักถึงภาวะสุขภาพของประชาชนในวัยผู้สูงอายุและความรู้ทักษะ พื้นฐานในการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อสังคมได้อย่างแท้จริงรวมถึงได้ให้ความสำคัญในการส่งเสริม ป้องกัน มุ่งเน้นการมีส่วนรวมของผู้ดูแลผู้สูงอายุและครอบครัว โดยจะประเมินความสามารถในการดำเนินชีวิตประจำวันตามดัชนีบาร์เธลเอดีแอลเท่ากับหรือน้อยกว่าสิบเอ็ดคะแนน ตามหลักเกณฑ์ การประเมินที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติกำหนด จำแนกเป็นกลุ่มเป้าหมาย ออกเป็น ๔ กลุ่มและตามนโยบายขององค์กรปกครองท้องถิ่น เพื่อให้ผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จึงได้จัดทำโครงการ “อบรมฟื้นฟูผู้ดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงในเขตเทศบาล” ผู้จัดคาดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ดูแลผู้สูงอายุและส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีไม่เป็นภาระต่อสังคมและครอบครัวอีกต่อไป
-
เพื่อให้ผู้ดูแลมีความรู้ด้านสุขภาพในวัยผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง0.00
ร้อยละผู้ดูแลมีระดับคะแนนความรู้ความเข้าใจด้านสุขภาพในวัยผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงเพิ่มขึน ร้อยละ 80
-
เพื่อส่งเสริมให้ผู้ดูแลมีส่วนร่วมในการดูแลและส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง0.00
ร้อยละผู้ดูแลมีส่วนร่วมในการดูแลและส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงเพิ่มขึ้นและถูกต้อง ร้อยละ 80
-
เพื่อให้ผู้ดูแลมีความรู้เฝ้าระวังภาวะเสี่ยงและการเจ็บป่วยในผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง0.00
ร้อยละผู้ดูแลมีความรู้เฝ้าระวังภาวะเสี่ยงและการเจ็บป่วยในผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงเพิ่มขึ้น ร้อยละ 80
-
กลุ่มวัยทำงาน30
-
กลุ่มผู้สูงอายุ0
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมฟื้นฟูผู้ดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก
กลุ่มเป้าหมาย ผู้ดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง 30 คน
รายละเอียดกิจกรรม
- จัดอบรมฟื้นฟูการดูแลผู้สูงอายุแก่ผู้ดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก เป็นระยะเวลา 2 วัน โดยเชิญวิทยากรจากโรงพยาบาลสุไหงโก-ลก
กำหนดการ
08.30 - 09.00 น. ลงทะเบียน /เปิดโครงการ /ทำแบบทดสอบก่อนให้ความรู้
09.00 - 12.00 น. วิทยากรให้ความรู้เกี่ยวกับความสำคัญในกลุ่มวัยผู้สูงอายุ /ให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพและโรคต่างๆรวมถึงภาวะเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในกลุ่มวัยผู้สูงอายุติดบ้านติดเตียง และเชิญบุคคลต้นแบบมาให้ความรู้ โดยผู้มีประสบการณ์
12.00 - 13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.00 - 14.00 น.วิทยากรให้ความรู้เรื่องการนวดกดจุดในวัยผู้สูงอายุ(โดยนักแพทย์แผนไทย)
14.00 - 16.00 น.วิทยากรให้ความรู้เกี่ยวกับการออกกำลังกายในวัยผู้สูงอายุ ติดบ้านติดเตียง(โดยนักกายภาพบำบัด)
16.00 - 16.30 น.ทำแบบทดสอบหลังให้ความรู้การดูแลผู้สูงอายุ
งบประมาณ
1. ค่าตอบแทนวิทยากร 600 บาท x 6 ชม. x 2 วัน เป็นเงิน 7,200 บาท
2. ค่าอาหารกลางวัน 50 บาท x 30 คน x 2 วันเป็นเงิน 3,000 บาท
3. ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 25 บาท x 30 คน x 2 มื้อ x 2 วันเป็นเงิน 3,000 บาท
4. ค่าวัสดุอุปกรณ์ที่ใช่ในการอบรม 30 คน x 50 บาท เป็นเงิน 1,500 บาท
5. ค่าป้ายโครงการ 1,200 บาท28 มีนาคม 2565 ถึง 31 พฤษภาคม 2565ผู้ดูแลผู้สูงอายุมีความรู้ในการดูแลผู้สูงอายุมากขึ้น
15900.00 บาท -
เยี่ยมบ้านร่วมกับผู้ดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงในเขตเทศบาล
กำหนดการ
08.30 น. - 12.00 น. ลงเยี่ยมบ้านผู้สูงอายุร่วมกับผู้ดูแลในเขตเทศบาล
12.30 น. - 13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.00 น. - 16.30 น. สรุปผลการดำเนินงานโครงการ28 มีนาคม 2565 ถึง 31 พฤษภาคม 2565ผู้สูงอายุได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง
0.00 บาท
สามารถถัวเฉลี่ยได้ทุกรายการ
- ผู้ดูแลมีความรู้ด้านสุขภาพของวัยผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง
- ผู้ดูแลมีส่วนร่วมในการดูแลและส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง
- ผู้ดูแลมีความรู้ เฝ้าระวังภาวะเสี่ยงและการเจ็บป่วยในผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง
