โครงการส่งเสริมกิจกรรมทางกายผู้สูงอายุ ตำบลแม่ยางร้อง ปีงบประมาณ 2565
-
นายประสงค์ พอสม และคณะ
-
ร้อยละของผู้สูงอายุ 65 ปี ขึ้นไป ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลาง อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์)45.14
-
ร้อยละของการใช้ประโยชน์ของพื้นที่สาธารณะในการมีกิจกรรมทางกายของคนในชุมชน50.00
-
ร้อยละของคนที่มีการสัญจรโดยการเดินหรือใช้จักรยานในชุมชน34.92
กิจกรรมทางกาย (Physical Activity) เป็นการเคลื่อนไหวหรือการออกแรง ของร่างกายในการทำ กิจกรรมรูปแบบต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ได้แก่ ๑) การทำงาน/ งานบ้าน ๒) การเดินทาง ๓) การมีกิจกรรมนันทนาการกีฬา และการออกกำลังกาย การมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอมีความสำคัญอย่างยิ่งทั้งในมิติของการป้องกันโรคและการสร้างเสริมสุขภาพ
ทั้งนี้ในแต่ละวันสามารถแบ่งการมีกิจกรรมทางกายออกเป็นช่วงเวลาต่างๆ แล้วนำ มานับรวมกันได้โดยในแต่ละช่วงเวลาย่อยๆ นั้น จะต้องมีระยะเวลาของการ มีกิจกรรมทางกายติดต่อกันอย่างน้อย ๑๐ นาทีขึ้นไป ถึงจะพอเพียงให้มีการกระตุ้น การทำงานของหัวใจและการไหลเวียนของเลือด ดังตัวอย่างการแบ่งการมีกิจกรรม ทางกายในวัยผู้ใหญ่ เช่น การมีกิจกรรมทางกายช่วงเช้าด้วยการเดินอย่างเร็วมา ทำงาน ระยะเวลา ๑๕ นาที ช่วงเที่ยงเดินเร็วๆ ไปรับประทานอาหารระยะเวลา ๑๐ นาทีช่วงเย็นเลิกงานเดินกลับบ้านระยะเวลา ๑๕ นาทีจะได้กิจกรรมทางกายระดับ ๗ ปานกลางจากการเดินเร็วรวม ๔๐ นาทีใน ๑ วัน หากทำ เช่นนี้ทุกวันทำ งาน ก็จะทำ ให้มีกิจกรรมทางกายถึง ๒๐๐ นาทีต่อสัปดาห์ ซึ่งจากตัวอย่างการมีกิจกรรม ทางกายข้างต้นในวัยผู้ใหญ่ นับว่ามีความเพียงพอ และหากจะให้มีสุขภาพดีมากขึ้น ก็อาจมีการออกกำลังกายระดับหนักร่วมด้วย นอกจากนี้ การออกกำ ลังกล้ามเนื้อ ส่วนอื่นให้มีการยืดเหยียดเพิ่มขึ้นด้วยการแอโรบิกในวันศุกร์อีก ๖๐ นาทีหรือการเล่น ไทเก็กอีก ๖๐ นาทีก็จะเป็นการเพิ่มการทรงตัวและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่ใช้ในการช่วยเดิน
จากการติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์กิจกรรมทางกายระดับประเทศ ที่ผ่านมาโดยสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดลร่วมกับ สสส. และกระทรวงสาธารณสุข แสดงให้เห็นว่าในภาพรวมระดับประเทศทิศทางการมี กิจกรรมทางกายของคนไทยมีแนวโน้มโดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้น คือจากร้อยละ ๖๖.๓๐ ในปี ๒๕๕๕ (ปีฐานของการสำ รวจ) เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ ๗๔.๖๐ ในปัจจุบัน (พ.ศ.๒๕๖๒) เมื่อพิจารณาตามกลุ่มช่วงวัย พบว่าในภาพรวม มีการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกทุกกลุ่ม อายุยกเว้นกลุ่มวัยทำงานที่มีการลดลงของระดับการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอ และด้วยสัดส่วนของประชากรวัยทำงานที่เป็นกลุ่มส่วนใหญ่จึงทำ ให้อัตราการเพิ่มของระดับการมีกิจกรรมทางกายในภาพรวมไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก แม้จะพบว่ากลุ่มประชากรอีก ๓ กลุ่มที่เหลือคือวัยเด็ก วัยรุ่น และวัยสูงอายุจะมีการเพิ่มขึ้น เฉลี่ยสูงถึง ร้อยละ ๓ ถึงร้อยละ ๔โดยกลุ่มประชากรวัยเด็กเป็นกลุ่มประชากรที่มีการเพิ่มขึ้น ของการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอมากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มอื่นๆ
อย่างไร ก็ตาม แม้กิจกรรมทางกายจะเพิ่มขึ้นในเชิงบวก แต่ด้วยสถานการณ์มลภาวะทางอากาศ จากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM ๒.๕ และการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-๑๙ ในช่วงปลายปี ๒๕๖๒ ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตทำ ให้สถานการณ์การมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอของคนไทยลดลงไปประมาณร้อยละ ๑๑.๖ ทำ ให้ระดับการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอของคนไทยในปี๒๕๖๓ มีประมาณร้อยละ๕๕.๕เท่านั้น(แผนส่งเสริมกิจกรรมทางกาย สสส., ๒๕๖๔)
จากการสำรวจข้อมูลผู้สูงอายุตำบลแม่ยางร้อง จำนวน ๒๓๗ คนพบว่า มีผู้สูงอายุที่มีกิจกรรมทางกายในระดับพอเพียง คือมีกิจกรรมทางกายระดับปานกลางถึงหนัก อย่างน้อย ๑๕๐ นาทีต่อสัปดาห์หรือ๓๐ นาทีต่อวันสัปดาห์ละอย่างน้อย ๕ วัน จำนวน๖๒ คน คิดเป็นร้อยละ ๒๖.๑๖ซึ่งอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำซึ่งการมีกิจกรรมทางกายที่ไม่เพียงพอ มีความสัมพันธ์กับภาวะอ้วนลงพุง และการเจ็บป่วยเป็นโรคไม่ติดต่อ (NCDs) โดยมีโอกาสเกิดโรคที่เกี่ยวข้องกับหัวใจร้อยละ ๓๐ โรคเบาหวาน ร้อยละ ๒๗ โรคมะเร็งลำ ไส้ร้อยละ ๒๕ โรคมะเร็งเต้านมร้อยละ ๒๑ โรคหลอดเลือดหัวใจ ร้อยละ ๖ และมีโอกาสเสี่ยงต่อการตายสูงถึงร้อยละ ๒๐-๓๐ ส่วนพฤติกรรมเนือยนิ่ง ก็มีความสัมพันธ์กับอัตราการตายจากโรคหัวใจและหลอดเลือดและโรคเบาหวานเป็นต้น
ชมรมผู้สูงอายุตำบลแม่ยาง จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมกิจกรรมทางกายวัยสูงอายุ ตำบลแม่ยางร้องแม่ยางร้อง
ปีงบประมาณ ๒๕๖๕ ขึ้นเพื่อส่งเสริมกิจกรรมทางกายที่เหมาะสมสำหรับวัยสูงอายุ อีกทั้งยังเป็นการสร้างความสมดุลและป้องกันการหกล้ม เพิ่มความคล่องแคล่วและเสริมทักษะในการดูแลตัวเอง
-
เพื่อเพิ่มการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอในผู้สูงอายุ45.1460.00
ร้อยละของผู้สูงอายุ 65 ปี ขึ้นไป ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลาง อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์)
-
เพื่อเพิ่มการใช้ประโยชน์พื้นที่สาธารณะที่เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกายของคนในชุมชน50.0060.00
ร้อยละของการใช้ประโยชน์ของพื้นที่สาธารณะในการมีกิจกรรมทางกายของคนในชุมชน
-
เพื่อเพิ่มการสัญจรโดยการเดินหรือใช้จักรยานในชุมชน34.9250.00
ร้อยละของคนที่มีการสัญจรโดยการเดินหรือใช้จักรยานในชุมชน
-
กลุ่มผู้สูงอายุ237
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมให้ความรู้แกนนำ
1.เรื่องความสำคัญของการมีกิจกรรมทางกาย 2.เรื่องการใช้คู่มือส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกาย 3.เรื่องการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ 4.การฝึกรำไม้พลองแม่บุญมี งบประมาณ 1.ค่าอาหารว่างและเครื่องดืม จำนวน 30 คน ๆ ละ 50 บาท เป็นเงิน 1,500 บาท 2.ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 30 คน ๆ ละ 60 บาท เป็นเงิน 1,800 บาท 3.ค่าวิทยากร จำนวน 6 ชั่วโมง ๆ ละ 300 บาท เป็นเงิน 1,800 บาท 4.ค่าป้ายโครงการ 1 ผืน ๆ ละ 540 บาท เป็นเงิน 540 บาท 5.ค่าคู่มือส่งเสริมกิจกรรมทางกายสำหรับผู้สูงอายุ จำนวน 237 เล่ม ๆ ละ 25 บาท เป็นเงิน 5,925 บาท รวมเป็นเงิน 11,465 บาท
1 กุมภาพันธ์ 2565 ถึง 30 กันยายน 2565แกนนำทั้ง 30 ตน มีความรู้
1.เรื่องความสำคัญของการมีกิจกรรมทางกาย
2.เรื่องการใช้คู่มือส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกาย
3.เรื่องการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ
4.การฝึกรำไม้พลองแม่บุญมี
และเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ และเป็นผู้นำการออกกำลังกายด้วยไม้พลองแม่บุญมีให้กับผู้สูงอายุได้
11465.00 บาท -
แกนนำ รณรงค์ส่งเสริมการเพิ่มกิจกรรมทางกายแก่ผู้สูงอายุในชุมชน
จัดกิจกรรมออกกำลังโดยการรำไม้พลอง ทุกวัน เวลา17.00น.-17.30 น.
ส่งเสริมผู้สูงอายุที่สัญจร โดยการเดินหรือใช้จักรยาน ไปทำบุญทุกวันพระ
ส่งเสริมการใช้พื้นที่ส่วนรวมเพื่อสาธิตการปลูกผักสวนครัวปลอดสารพิษ
1 กุมภาพันธ์ 2565 ถึง 30 กันยายน 2565ผู้สูงอายุได้ออกกำลังโดยการรำไม้พลอง ทุกวัน เวลา17.00น.-17.30 น.
ผู้สูงอายุสัญจร โดยการเดินหรือใช้จักรยาน ไปทำบุญทุกวันพระ
ผู้สูงอายุได้ใช้พื้นที่ส่วนรวมเพื่อสาธิตการปลูกผักสวนครัวปลอดสารพิษ
0.00 บาท
1.ผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ(ระดับปานกลางถึงมาก อย่างน้อย 150 นาที ต่อสัปดาห์) 2.เพิ่มพื้นที่สาธารณที่เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกายของคนในชุมชน 3.เพิ่มการสัญจรโดยการเดินหรือใช้จักรยานในชุมชน
