โครงการ อสม.รวมพลัง เฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรค COVID -19 หมู่ที่ 4 บ้านคลองขุด ตำบลคลองขุด
-
ชื่อองค์กร......ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุข หมู่ที่ 4 บ้านคลองขุด......
-
นางกันยารัตน์จิตนาธรรมประธานชมรมอาสาสมัครสาธารณสุข หมู่ที่ 4 บ้านคลองขุด
-
นางเสาวลักษณ์ บัวเพ็ชร สมาชิก
-
นางวนิดา จาแคล่วคล่อง สมาชิก
-
นายกลวัชร บัวเพ็ชร สมาชิก
-
นางสมจิตร ทิพย์นรากุล สมาชิก
-
ร้อยละของคนที่มีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากโควิด-19 ที่ได้รับการดูแล ป้องกัน เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง (โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไต โรคหอบหืดและระบบทางเดินหายใจ)75.00
-
จำนวนจิตอาสาและอสม.(คน)ที่สามารถมาช่วยเหลือคนในชุมชนได้16.00
จากสถานการณ์ที่ประเทศไทยเกิดการระบาดของโรค COVID -19ระลอก 3 ในเดือนเมษายน 2564 ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน มีการรายงานจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยการระบาดในระลอก 3 นี้มีการระบาดอย่างรวดเร็ว ผู้ป่วยมักไม่แสดงอาการ พบว่าเชื้อไวรัส COVID -19เป็นสายพันธุ์อัลฟ่าในช่วงแรก ต่อมามีข้อมูลการระบาดจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เมื่อวันที่ 3 ก.ค. 2564 โดยพบว่าเริ่มมีผู้ติดเชื้อสายพันธุ์ เดลตาในกรุงเทพฯ มีสัดส่วน 52% ครองพื้นที่ส่วนใหญ่แทนสายพันธุ์อัลฟา (อังกฤษ) และในภูมิภาคสายพันธุ์เดลตาอยู่ที่ 18% ของสายพันธุ์ทั้งหมด หลังจากนั้นจึงมีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วอย่างต่อเนื่อง จนทำให้มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นมากกว่า 10,000 รายต่อวัน โดยข้อมูลในวันที่ 25 กรกฎาคม 2564 พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 15,335 ราย ติดเชื้อสะสม 497,302 ราย ผู้เสียชีวิตรายใหม่ 129 ราย และเสียชีวิตสะสม 4,059 ราย สาเหตุที่ทำให้เกิดการระบาดอย่างรวดเร็วคือพฤติกรรมเสี่ยงของตัวบุคคล สถานประกอบการที่ละเลยการปฏิบัติตามมาตรการ การแพร่กระจายไปยังจังหวัดต่างๆ อย่างรวดเร็วโดยกลุ่มวัยรุ่นและกลุ่มวัยทำงาน ซึ่งเป็นกลุ่มวัยสำคัญในการทำให้เกิดกรระบาดในวงกว้าง เนื่องจากมีการเดินทางเคลื่อนย้ายไปทั่วประเทศ จนปัจจุบันมีรายงานผู้ติดเชื้อในทุกจังหวัด และมีการระบาดเพิ่มสูงอย่างรวดเร็วในเดือนกุมภาพันธ์ 2565 โดยพบว่าจำนวนผู้ป่วยที่รักษาหายกับจำนวนผู้ติดเชื้อที่เข้ามาใหม่ไม่สมดุลกัน ทำให้การบริหารเตียงเพื่อรองรับการดูแลรักษาผู้ป่วยไม่เพียงพอ และสิ่งสำคัญคือบุคลากรทางการแพทย์มีไม่เพียงพอ สปสช.จึงนำแนวทางการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ที่บ้าน หรือ Home Isolation เข้ามาใช้ในระบบสาธารณสุข เพื่อจัดบริการผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว บรรเทาความเดือดร้อนประชาชน เพื่อรองรับจำนวนผู้ป่วยที่ล้นจากโรงพยาบาลในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข หรือโรงพยาบาลสนาม โดยผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์การรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ที่บ้าน คือ กลุ่มผู้ป่วยใหม่ที่มีอาการสีเขียว โดยผู้ป่วยจะได้รับยา อุปกรณ์ในการดูแลตัวเอง มีระบบการดูแลติดตามอาการทุกวัน ส่งอาหารให้ผู้ป่วย 3 มื้อ และมีการดูแลระบบสิ่งแวดล้อมรวมถึงการจัดการขยะติดเชื้อในพื้นที่ ซึ่งการดูแลรักษาในรูปแบบดังกล่าว จำเป็นต้องให้ อสม.ในพื้นที่ช่วยบุคลากรสาธารณสุขในการดูแลผู้ป่วย เพราะจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 ที่มียอดผู้ป่วยเพิ่มขึ้น ทำให้จำนวนผู้ป่วยที่เข้ารับการดูแลผู้ติดเชื้อที่บ้าน หรือ Home Isolation เพิ่มขึ้น แต่จำนวนทรัพยากรบุคคลที่รองรับการให้บริการผู้ป่วยกลุ่มนี้ไม่ได้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่จัดส่งยา อาหาร และอุปกรณ์ในการดูแลตัวเอง (ถุงห่วงใย) แม้จะปลดล็อกให้ผู้ป่วยเข้าสู่ระบบการรักษาได้เร็วขึ้นแต่ระบบส่งยากลับติดขัด ทำให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาได้ช้า ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่ที่ 4 บ้านคลองขุด จึงจัดทำโครงการ อสม.รวมพลัง เฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรค COVID -19หมู่ที่ 4 บ้านคลองขุด ตำบลคลองขุดขึ้น ทั้งนี้เพื่อให้การเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา(COVID -19) เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่มีการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา(COVID -19) ในพื้นที่หมู่ที่ 4 บ้านคลองขุด ตำบลคลองขุด
-
เพิ่มการดูแล ป้องกัน คนที่มีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากโควิด-19 เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง (โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไต โรคหอบหืดและระบบทางเดินหายใจ)75.00100.00
ร้อยละของคนที่มีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากโควิด-19 ที่ได้รับการดูแล ป้องกัน เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง (โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไต โรคหอบหืดและระบบทางเดินหายใจ)
-
เพื่อเพิ่มจำนวนจิตอาสาที่สามารถช่วยเหลือคนในชุมชน16.0019.00
จำนวนจิตอาสาและอสม.(คน)ที่สามารถช่วยเหลือคนในชุมชนเพิ่มขึ้น
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง4338
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
สนับสนุนการดำเนินงานเฝ้าระวัง สอบสวนและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
กิจกรรมที่ 1 สนับสนุนการดำเนินงานเฝ้าระวัง สอบสวนและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยจัดหาวัสดุ อุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อ ตามแนวทางในการสอบสวนโรคและควบคุมโรค ของ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
กิจกรรมที่ 1 สนับสนุนการดำเนินงานเฝ้าระวัง สอบสวนและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เป็นเงิน 29,810 บาท
ชุด CPE GOWN (ชุดคลุมพลาสติกชนิดครึ่งตัว) จำนวน 6 ห่อ (1 ห่อ มี 10 ชุด) ห่อละ 250 บาท เป็นเงิน 1,500 บาท
หมวกตัวหนอน จำนวน 3 ห่อ (ห่อละ 100 ชิ้น) ห่อละ 230 บาท เป็นเงิน 690 บาท
หน้ากากอนามัยสำหรับ อสม. 19 คน ๆ ละ 3 กล่อง ๆ ละ 100 บาท เป็นเงิน 5,700 บาท
เทปกั้นพื้นที่กักตัวกลุ่มเสี่ยงสูง ขนาด 3 นิ้ว จำนวน 50 ม้วน ๆ ละ 100 บาท เป็นเงิน 5,000 บาท
แอลกอฮอล์ 75% แบบน้ำ ขนาด ๕ ลิตร จำนวน 10 แกลอนๆ 500 บาท เป็นเงิน 5,000 บาท
ค่าป้ายพื้นที่ควบคุม ขนาด 50x30 เซนติเมตร จำนวน 50 แผ่น ๆ ละ 30 บาท เป็นเงิน 1,500 บาท
ถุงมือทางการแพทย์ สำหรับ อสม. 19 คน ๆ ละ 2 กล่อง ๆ ละ 250 บาท เป็นเงิน 9,500 บาท
ค่าป้ายโครงการ ขนาด 1x3 เมตร ตารางเมตรละ 140 บาท เป็นเงิน 420 บาท
ค่าวัสดุอุปกรณ์อื่น ๆ ที่ใช้ในโครงการ (ค่าเข้าเล่มและจัดทำรูปเล่มหลักฐานเอกสาร,ค่าถ่ายเอกสาร,ค่าพริ้นรูป ) เป็นเงิน 500 บาท
28 มีนาคม 2565 ถึง 30 เมษายน 2565มีทรัพยากร งบประมาณ พอเพียงต่อการสนับสนุนการดำเนินงานเฝ้าระวัง สอบสวนและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 (COVID-19)
29810.00 บาท -
จัดอบรม ให้ความรู้ในการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในการส่งยา อุปกรณ์ในการดูแลตัวเอง ระบบการดูแลติดตามอาการของผู้ติดเชื้อที่บ้าน หรือ Home Isolation
กิจกรรมที่ 2 จัดอบรม ให้ความรู้ในการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในการส่งยา อุปกรณ์ในการดูแลตัวเอง ระบบการดูแลติดตามอาการของผู้ติดเชื้อที่บ้าน หรือ Home Isolation
กิจกรรมที่ 3 จัดทีมลงพื้นที่โดยแบ่งเป็นชุมชนทั้งหมด 6 ชุมชน ประกอบด้วย
-ชุมชนปลายชล
-ชุมชนวัดมงคลมิ่งเมือง
-ชุมชนเขตพื้นที่
-ชุมชนเอื้ออาทร
-ชุมชนตั้งจิตต์ศีล
-ชุมชนโคกพะยอมร่วมใจ
เพื่อส่งยา อุปกรณ์ในการดูแลตัวเอง (ถุงห่วงใย) การดูแลติดตามอาการของผู้ติดเชื้อที่บ้าน หรือ Home Isolation
28 มีนาคม 2565 ถึง 30 กันยายน 2565ประชาชนกลุ่มผู้ติดเชื้อโควิด-19 ได้รับการดูแลอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงจากการติดเชื้อ ร้อยละ 100
2310.00 บาท -
ประชุมสรุปผลการดำเนินโครงการ
กิจกรรมที่ 3 ประชุมสรุปผลการดำเนินโครงการ เป็นเงิน 475 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับ อสม. จำนวน 19 คนๆ ละ ๒๕ บาท เป็นเงิน 475 บาท
1 กันยายน 2565 ถึง 30 กันยายน 2565ประชาชนกลุ่มผู้ติดเชื้อโควิด-19 ได้รับการดูแลอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงจากการติดเชื้อ ร้อยละ 100
475.00 บาท
งบประมาณต่าง ๆ สามารถถัวจ่ายกันได้ตามการจ่ายจริงกิจกรรมสถานที่และเวลาสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
ผลผลิต ประชาชนกลุ่มผู้ติดเชื้อโควิด-19 ได้รับการดูแลอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงจากการติดเชื้อ ร้อยละ 100 ผลลัพธ์ มีการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
