โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ปี 2565
-
นางดวงดาว พรหมเจียม
-
นางศิริพร พรมเจียม
-
นางพยอม คงชำนิ
-
นายนุ้ย ขุนพรม
-
นางสาวธุมวดี ทองคุปต์
โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง เป็นโรคเรื้อรังที่เกิดจากปัจจัยที่ไม่สมารถควบคุมได้ เช่นกรรมพันธุ์ อายุ และปัจจัยที่สามารถควบคุมได้ เช่น ความอ้วน , ความเครียด , ขาดการออกกำลังกาย , การบริโภคอาหารไม่ถูกส่วน การดื่มสุรา สูบบุหรี่ ถ้าหากประชาชนไม่มีการควบคุมปัจจัยดังกล่าว ร่วมกับการมีอายุที่มากขึ้น คือ ๓๕ ปีขึ้นไป ย่อมมีโอกาสเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยด้วยโรคเบาหวานหรือความดันโลหิตสูงได้ซึ่งเมื่อเจ็บป่วยด้วยโรคดังกล่าวแล้วจำเป็น ต้องรับประทานยาตลอดชีวิต หรือถ้าหากมีพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่เหมาะสมมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมา ทำให้สูญเสียค่าใช้จ่ายมากขึ้น จากผลการตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงในประชากร อายุ ๓๕ ปีขึ้นไป มีจำนวนค่อนข้างมากและเป็นปัญหาสำคัญในขณะนี้ ดังนั้นเพื่อส่งเสริมให้ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงสูงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง มีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพ รวมทั้ง สามารถประเมินและแก้ไขปัญหาภาวะสุขภาพของตนเอง ครอบครัวและชุมชน เพื่อป้องกัน โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบางขุนทอง จึงได้จัดทำโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิสูง ปี 2565 ขึ้น เพื่อลดอัตราป่วยโรค เบาหวานและความดันโลหิตสูง ในกลุ่มประชากรอายุ ๓๕ ปี ขึ้นไป
-
1.เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วยมีความรู้ความเข้าใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ0.00
ร้อยละ 80 ของกลุ่มเป้าหมายมีความรู้ความเข้าใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้อง
-
2.อัตราผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงลดลง0.00
อัตราผู้ป่วยรายใหม่โรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงลดลง ร้อยละ 3
-
3.สร้างศูนย์การเรียนรู้การปรับเปลี่ยนพฤตกรรมเพื่อขยายเครือข่าย0.00
เกิดศูนย์การเรียนรู้การปรับเปลี่ยนพฤตกรรมเพื่อขยายเครือข่ายวัดบางขุนทอง (วัดบาวง)
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง50
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมกลุ่มเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ทบทวนความรู้ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงของกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มผู้ป่วย
ดำเนินการประชุมกลุ่มเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ทบทวนความรู้ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงของกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มผู้ป่วยต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมองให้ เหมาะสมกับการดำรงชีวิตและวิถีชุมชนโดยจัดกิจกรรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วยแบบเข้าค่าย ไปเช้า - เย็นกลับ 3 ครั้งๆละ 50 คน - ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 50 คนๆละ 1 มื้อๆละ 50 บาท จำนวน 3 ครั้ง เป็นเงิน 7,500 บาท - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 50 คนๆละ 2 มื้อๆละ 25 บาท จำนวน 3 ครั้ง เป็นเงิน 7,500 บาท -ค่าวิทยากรจำนวน 1 คน จำนวน 6 ชั่วโมงๆละ 200 จำนวน 3 วัน เป็นเงิน 3,600 บาท - ค่าวัสดุอุปกรณ์ เอกสาร / แผ่นพับความรู้เป็นเงิน 1,000 บาท - ค่ารางวัลขวัญและกำลังใจกลุ่มเป้าหมายที่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพสำเร็จเพื่อเป็นแบบอย่างให้แก่กลุ่มเป้าหมายด้วยกัน เป็นเงิน 1,500 บาท
1 มีนาคม 2565 ถึง 30 กันยายน 2565ร้อยละ 80 กลุ่มเป้าหมายมีความรู้เกี่ยวกับโรคความดันโลหิตสู/เบาหวานและสามารถนำไปดูแลตนเองและคนในครอบครัวได้
21100.00 บาท -
อสม.เยี่ยมบ้านติดตามผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง/เบาหวาน
อสม.เยี่ยมบ้านติดตามผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง/เบาหวาน ค่าเครื่องชั่งน้ำหนักแบบดิจิตอลจำนวน 2 เครื่องๆละ 2,000 บาท เป็นเงิน 4,000 บาท
1 มีนาคม 2565 ถึง 30 กันยายน 2565ร้อยละ70 อสม.เยี่ยมผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานในเขตรับผิดชอบ
4000.00 บาท -
ขยายเครือข่ายศูนย์การเรียนรู้โรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานเพิ่มขึ้นภายในหมู่บ้าน
ขยายเครือข่ายศูนย์การเรียนรู้โรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานเพิ่มขึ้นภายในวัดบางขุนทอง (วัดบาวง) -วงล้อคัดกรองความเสี่ยงเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงหรือสื่อการสอนความเสี่ยงเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงจำนวน 1 ชุดเป็นเงิน 3,000 บาท -โปรเตอร์ปิงปอง 7 สี จำนวน 1 ชุด เป็นเงิน 1,500 บาท -สายวัดเอว จำนวน 4 เส้น เป็นเงิน 200 บาท -ค่าป้ายไวนิลประชาสัมพันธ์โรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน จำนวน 2 แผ่น เป็นเงิน 2,000 บาท
1 มีนาคม 2565 ถึง 30 กันยายน 2565เกิดศูนย์การเรียนรู้โรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานเพิ่มขึ้นภายในวัดบาวง
6700.00 บาท
- ประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป ได้รับการตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงมาตรฐานตามเกณฑ์
- กลุ่มเสี่ยงได้รับการเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพตามหลัก 3 อ. 2 ส. และมีพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องเหมาะสมอย่างต่อเนื่อง
- การเกิดผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานรายใหม่ลดลง
- การเกิดโรคแทรกซ้อนในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานลดลง
- ขยายเครือข่ายการเรียนรู้ภายในชุมชน
