-
หน่วยบริการหรือสถานบริการสาธารณสุข เช่น รพ.สต.
การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคเป็นกลวิธีในการป้องกันควบคุมโรคที่สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีนที่มีประสิทธิภาพและคุ้มค่ามากที่สุด โดยผสมผสานการดำเนินงานเข้ากับงานบริการสาธารณสุขตามปกติ และพัฒนาเร่งรัด การดำเนินงานด้วยวิธีการเพิ่มกลุ่มเป้าหมายและชนิดของวัคซีนให้มากขึ้น มีการปรับปรุงระบบการกระจายวัคซีนและบริหารจัดการแก่ผู้มารับวัคซีน เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายได้รับวัคซีนที่มีคุณภาพดีและครอบคลุมอย่างทั่วถึง งานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค เป็นงานที่มีความสำคัญในการที่จะช่วยป้องกันการเกิดโรคและส่งเสริมสุขภาพพื้นฐานให้แก่ประชาชน ทำให้มีภูมิคุ้มกันต่อโรคที่สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน ช่วยลดการสูญเสียทางเศรษฐกิจของประเทศทั้งทางทรัพยากรบุคคลและภาระค่าใช้จ่ายต่างๆในการดูแลรักษาผู้ป่วย ควบคุมการกระจายของโรคโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีนอาจเกิดการระบาดได้ถ้าไม่สามารถให้วัคซีนได้ครอบคลุมเพียงพอ หรือให้ไม่ครบตามจำนวนครั้งที่กำหนดภูมิคุ้มกันที่สร้างจากวัคซีนมีระดับลดลง เมื่อเวลาผ่านไปต้องได้รับการกระตุ้นซ้ำและประสิทธิภาพของวัคซีนลดลงได้จากปัจจัยต่างๆเช่น การเก็บรักษาวัคซีนไม่ได้มาตรฐานเทคนิคการให้บริการหรือการฉีดวัคซีนเช่นฉีดลึก หรือตื้นเกินไปปัญหาที่ผ่านมาพบว่าการบันทึกข้อมูลไม่ครบถ้วน ไม่ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย ขาดการติดตามกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ กลุ่มเป้าหมายมีการย้ายที่อยู่อาศัย หรือไปรับบริการจากสถานบริการอื่น อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เป็นบุคคลที่อาศัยในพื้นที่ มีความใกล้ชิด และทราบข้อมูลการเข้าถึงรับบริการ รวมถึงการเคลื่อนย้ายที่อยู่อาศัยของกลุ่มเป้าหมาย อสม.จึงมีส่วนสำคัญในการกระจายความรู้ ข้อมูลข่าวสารในชุมชนได้เป็นอย่างดี มาตรการเชิงรุกที่สำคัญ คือ การให้ อสม.ค้นหากลุ่มเป้าหมาย ติดตามการรับวัคซีนตามนัด พร้อมทั้งให้ข้อมูลและคำแนะนำในการรับวัคซีนป้องกันการเกิดโรค อีกทั้งเก็บข้อมูลความครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับวัคซีนจากสถานบริการอื่นเพื่อช่วยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขตรวจสอบความครอบคลุมวัคซีนป้องกันโรค โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลกาลิซา(บ้านกาหนั๊วะ)เล็งเห็นถึงความสำคัญจึงได้จัดทำโครงการเคาะประตู ชูวัคซีน ปี 2565 ขึ้น เพื่อกระตุ้นให้ อสม. มีการติดตามเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ปกครองมีความเข้าใจ เกิดความตระหนัก และกระตุ้นให้ผู้ปกครองพาเด็ก 0-5ปี รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ ทั้งนี้เพื่อสุขภาพที่ดีของเด็ก และเพื่อป้องกันหรือลดการระบาดของโรคที่สามารถป้องได้ด้วยวัคซีนให้น้อยลงในพื้นที่
-
เพื่อเร่งรัดให้เด็กอายุ ๐-๕ ปี ได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์0.00
เด็ก ๐-๕ ได้รับวัคซีนตามเกณฑ์ มากกว่า ๙๐
-
เพื่อให้บิดามารดา หรือผู้ปกครองมีความรู้ความเข้าใจ เรื่อง วัคซีนเพิ่มขึ้น0.00
บิดามารดา หรือผู้ปกครองมีความรู้ความเข้าใจ เรื่อง วัคซีนเพิ่มขึ้น
-
เพื่อส่งเสริมให้เครือข่ายมีส่วนร่วม ในการติดตามวัคซีนในชุมชน0.00
มีเครือข่ายการติดตามวัคซีนในชุมชน
-
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน0
-
ผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา ประชาชน จำนวน100
-
ผู้ปกครองเด็ก80
-
เด็กอายุ ๐-๕ ปี361
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
โครงการเคาะประตู ชูวัคซีน ปี 2565
๑.จัดกิจกรรมคืนข้อมูลให้ชุมชน “เจาะประเด็น วิเคราะห์ปัญหา”
- เวทีประชาคมพร้อมวิเคราะห์ปัญหาเพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหา
๒.จัดกิจกรรม “เวทีเครือข่าย เวทีวัคซีน”โดยการนำเสนอข้อมูลทุกครั้งที่มีการจัดประชุมเครือข่าย
๓.จัดกิจกรรม “วัคซีน หนึ่งในใจผู้นำ”
สร้างกลุ่มไลน์ เพื่ออัพเดตข้อมูลวัคซีน
เปิดช่องทางติดต่อต่างๆเพื่อติดตามวัคซีนกับผู้นำในชุมชน
๔.จัดกิจกรรม บือรีตอ วัคซีน
- ติดป้ายไวนิลประชาสัมพันธ์ตามหมู่บ้าน เพื่อสร้างกระแส และกระตุ้นประชาชน
๕.จัดกิจกรรม “อีหม่านห่วงใย คุตเบาะวัคซีน”ทำความเข้าใจวัคซีนกับศาสนา
๖.จัดกิจกรรมให้ความรู้ “บูกอฮาตีอีบู บาเปาะ”
๗.จัดกิจกรรม “พาหมอเคาะประตู”ติดตามเชิงรุกบ้านต่อบ้าน
๗.จัดกิจกรรม “หมอจอมตื้อ ตื้อหนักเพราะรักจริง”
- ติดตามในกรณีที่ไม่ยินยอมรับบริการวัคซีน(ปฎิเสธวัคซีน)
๘.จัดกิจกรรม “อสม.เฉียวชาญวัคซีน” อบรมเชิงปฎิบัติการสร้างความเข้าใจในการป้องกันโรคได้ด้วยวัคซีน
๙.จัดกิจกรรม “อสม.โชเฟอร์ฉุกเฉิน”
- ให้บริการกรณีผู้มารับบริการลำบากในการเดินทางมารับบริการ
๑๐.จัดกิจกรรม “ครูอาสา กรองวัคซีน ส่งต่อหมออนามัย”
- เก็บข้อมูลวัคซีนในหมู่บ้านและโรงเรียนตอนเปิดเทอม
๑๑.จัดกิจกรรมมอบเกียรติบัตรแก่เด็ก 0-5 ปี ที่รับวัคซีนครบตามเกณฑ์เพื่อเป็นการเสริมสร้างแรงจูงใจ
1 พฤษภาคม 2565 ถึง 30 กันยายน 256519650.00 บาท
1.เด็กอายุ 0–5 ปีได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์อายุ
2.บิดามารดาหรือผู้ปกครองมีความรู้ความเข้าใจเรื่องวัคซีนเพิ่มขึ้น
3.เครือข่ายมีส่วนร่วมในการติดตามวัคซีนในชุมชน
