ลดหวาน มัน เค็ม เติมเต็มออกกำลังกาย ห่างไกลโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ตำบลสบสาย ปี 2564
-
นางประภากรขัดชา และคณะ
โรคไม่ติดต่อเรื้อรังหรือโรควิถีชีวิต 5 โรค ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูงโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคมะเร็ง เป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญระดับประเทศ ซึ่งทวีความรุนแรงขึ้นและเป็นภาระต่อระบบบริการสุขภาพและค่าใช้จ่ายทั้งต่อครอบครัว ชุมชน สังคมประเทศ ส่วนใหญ่มาจากปัจจัยเสี่ยง พฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ไม่สมดุล บริโภคเกิน เค็มจัด หวานมาก มันมาก การเคลื่อนไหวทางกายน้อย การสูบบุหรี่ การดื่มสุรา รวมถึงภาวะเครียด หากไม่สามารถหยุดพฤติกรรมดังกล่าวจะส่งผลให้เกิดการเจ็บป่วยด้วยโรควิถีชีวิตได้ ความพิการและเสียชีวิตก็ตามมา โรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานเป็นโรคเรื้อรังตลอดชีวิต หากไม่ได้รับการรักษาหรือได้รับการรักษาไม่ถูกต้องจะเป็นอันตรายต่อชีวิตผู้ป่วย จากการศึกษาที่ผ่านมาพบว่าคนไทยที่มีความดันโลหิตสูงจะเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ประมาณ ๓.๗ เท่าของผู้ที่มีความดันโลหิตปกติและยังเสี่ยงต่อการเกิดโรคไตวาย โรคหลอดเลือดสมอง โรคหลอดเลือดส่วนปลาย และภาวะหัวใจล้มเหลวผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ไม่ได้รับการรักษาเกือบครึ่งหนึ่งจะตายด้วยโรคหัวใจ ส่วนโรคเบาหวาน จะเสี่ยงต่อการเกิดภาวะตาบอด ไตวาย การถูกตัดอวัยวะ เป็นต้นปัญหาของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวานที่พบบ่อยที่สุด คือการบริโภคอาหารไม่ถูกต้อง ยังพบ การบริโภคอาหารที่มีรสเค็ม มัน และหวาน สาเหตุคือ ความเคยชิน ที่ประกอบอาชีพนอกบ้านไม่มีเวลาใน การประกอบอาหารเอง จึงหาซื้ออาหารสำเร็จรูปรวมถึงขาดการออกกำลังกายและไม่สามารถปรับพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกหลักได้อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ การเสริมสร้างสุขภาพและลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคภัยไข้เจ็บและอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับสุขภาพ เป็นพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ ที่ทุกคนควรมีการปฏิบัติและปลูกฝังจนเป็นสุขนิสัย เพื่อให้มีสุขภาพสมบูรณ์ แข็งแรง ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้ การมีความสุข ทั้งร่างกาย จิตใจ สังคม ส่งผลต่อ การมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน รวมถึงเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติ จากสถิติการเจ็บป่วยของโรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพตำบลสบสาย พบว่า อัตราการป่วยด้วยโรคเบาหวาน โรค ความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่มักพบผู้ป่วยมากที่สุดในอันดับต้นของกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น การรณรงค์ ส่งเสริมให้ประชาชน ได้ ตระหนักในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพทั้งในประชาชน กลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยง กลุ่มป่วยด้วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ได้มีการปฏิบัติ ตามแนวทางการดำเนินงานของกระทรวงสาธารณสุข ในการลดภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรคโดยให้ดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่องและมีความ ยั่งยืน ซึ่งต้องอาศัยการติดตามความเปลี่ยนแปลงทางด้านการตรวจสุขภาพ เชิงรุกในชุมชนรวมถึงการเฝ้าระวังพฤติกรรมต่อการเกิดโรค โดยเน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ตามหลัก 3 อ. 2 ส.(ออกกำลังกาย อาหาร อารมณ์ ไม่ดื่มสุรา และไม่สูบบุหรี่) และส่งเสริมการสร้างมาตรการสังคมในชุมชน ในการส่งเสริมสุขภาพ รณรงค์ งดอาหาร หวาน มัน เค็ม รวมถึงการหันมาเอาใจใส่สุขภาพของตนเองไม่ให้เจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรัง สามารถจัดการปัญหาสุขภาพของตนเองได้ ที่เรียกว่า “ชุมชนสุขภาพดีวิถีชีวิตไทย”
จากผลการตรวจคัดกรองความเสี่ยงสุขภาพกลุ่มประชาชนทั่วไปตามนโยบายของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติของ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสบสาย ปีงบประมาณ 2564 จากการตรวจคัดกรองภาวะสุขภาพในกลุ่มเสี่ยง อายุ 35 ปีขึ้นไป จำนวน 1,963 คน พบว่ามีเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคเบาหวาน จำนวน 149 คนคิดเป็นร้อยละ 7.59 ของกลุ่มเสี่ยงทั้งหมด และพบว่ามีภาวะเสี่ยงสูงต่อโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 241คน คิดเป็นร้อยละ 12.28 ของกลุ่มเสี่ยงทั้งหมด ซึ่งสถานการณ์โรคดังกล่าว มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น หากประชาชนยังไม่ตระหนัก ถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ โดยเฉพาะการบริโภคอาหาร การออกกำลังกายจะทำให้มีการพัฒนากลายเป็นกลุ่มป่วยรายใหม่ได้ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสบสาย ได้เห็นความสำคัญของสภาพปัญหาและตระหนักถึงภาวะสุขภาพของประชาชนในกลุ่มดังกล่าว หากเปลี่ยนสถานะเป็นผู้ป่วยจะทำให้มีภาระด้านการดูแลรักษาพยาบาลไปจนตลอดชีวิต โดยจะมีผลกระทบต่อทั้งตนเอง ครอบครัว ชุมชน จนถึงระดับประเทศ ดังนั้น จึงได้จัดทำ โครงการลดหวาน มัน เค็ม เติมเต็มออกกำลังกาย ห่างไกลโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ตำบลสบสาย ปี 2564 ขึ้น
-
กลุ่มวัยทำงาน30
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง291
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
แลกเปลี่ยนเรียนรู้แกนนำเครือข่ายในชุมชนในการดำเนินกิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
จัดกิจกรรม แลกเปลี่ยนเรียนรู้แกนนำเครือข่ายในชุมชน ในการดำเนินกิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรม สุขภาพประชาชนกลุ่มเสี่ยง 1 วัน จำนวน 50 คน
1 กุมภาพันธ์ 2564 ถึง 31 กรกฎาคม 2564แกนนำเครือข่ายในชุมชนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการดำเนินกิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรม สุขภาพประชาชนกลุ่มเสี่ยง
3600.00 บาท -
อบรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพสำหรับกลุ่มเสี่ยง เบาหวาน และเสี่ยงความดันโลหิตสูง
จัดอบรมเชิงปฏิบัติการและจัดกิจกรรม Seft Health Group ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรรมสุขภาพ สำหรับกลุ่มสมัครใจเข้าค่ายกิจกรรม 1 ครั้ง โดยการจัดผู้เข้ารับการอบรม ตามฐาน จำนวน 4 ฐาน
ฐานที่ 1 ตรวจสุขภาพ ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ประเมินสุขภาพเบื้องต้น ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง วัดBP วัดรอบเอว ตรวจเลือดเบาหวาน (DTX) ลงบันทึกตามแบบฟอร์มการประเมิน
ฐานที่ 2 ฐาน ลดเสี่ยง แลกเปลี่ยนเรียนรู้ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง อาหารลดโรค การสาธิตและ จัดหาอาหารเมนูชูสุขภาพ อาหารควบคุมน้ำหนัก และปริมาณที่เหมาะสมในแต่ละวัน
ฐานที่ 3 ฐานเลี่ยงโรค ให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพตนเองให้เหมาะสมและความรู้เรื่องสุรา บุหรี่ การออกกำลังกายหลากหลายรูปแบบ ตามความเหมาะสมและออกกำลังกายร่วมกัน 30 นาที
ฐานที่ 4 การควบคุมอารมณ์ ผ่อนคลายและฝึกสมาธิ
ฐานที่ 5 การ ทบทวนกิจกรรมทั้ง 4 ฐานและปัญหาอุปสรรคจากการดำเนินงานตามฐาน
1 เมษายน 2564 ถึง 31 พฤษภาคม 25649000.00 บาท
- ผู้เข้าร่วมกิจกรรมโครงการ ที่มีภาวะเสี่ยงสูงต่อโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม
- อัตราการเกิดโรคความดันโลหิตสูง หรือ โรคเบาหวาน รายใหม่ลดลง
- กลุ่มเสี่ยงมีความรู้ ความเข้าใจ ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ นำไปสู่การลดเสี่ยงและเลี่ยงโรคได้
