โครงการออกเยี่ยมบ้าน ติดตามฟื้นฟูสมรรถภาพดูแลสุขภาพคนพิการ ผู้ด้อยโอกาส ตำบลตันหยงลุโละ ปีงบประมาณ 2565
การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้สูงอายุและผู้พิการในชุมชนเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการโดยมีญาติหรือผู้ดูแลและคนในชุมชนมีส่วนร่วม เนื่องจากความพิการทางร่างกายและทางจิตส่งผลต่อคุณภาพชีวิตทำให้ผู้พิการไม่สามารถดำรงชีวิตได้เทียบเท่าคนปกติไม่สามารถเข้าถึงระบบบริการทางการแพทย์ทำให้ขาดการดูแลรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพได้อย่างถูกต้องเหมาะสม และต่อเนื่องส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุและผู้พิการรวมไปถึงการเป็นภาระต่อญาติหรือผู้ดูแล ในเขตความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลตันหยงลุโละมีจำนวน 3 หมู่บ้าน จำนวนประชากรทั้งหมด 7,023 คน มีจำนวนผู้สูงอายุทั้งหมด 517 ผู้พิการทั้งหมด 220 คน คิดเป็นร้อยละ 10.49 ของประชากรทั้งหมด ซึ่งการดำเนินงานในด้านการดูแลผู้สูงอายุและผู้พิการ ยังขาดความต่อเนื่องรวมไปถึงความครอบคลุมในการดูแลผู้พิการยังไม่ได้ตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด ปัจจุบันองค์การบริหารส่วนตำบลตันหยงลุโละซึ่งได้ดำเนินการในด้านการลงพื้นที่ตั้งแต่เดือน มกราคม 2552 - ปัจจุบัน ทำให้ทราบถึงปัญหาของผู้พิการในการเข้าถึงบริการฟื้นฟูสมรรถภาพและขาดการรับทราบข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้พิการ ความรู้เกี่ยวกับการฟื้นฟูสมรรถภาพการขาดโอกาสรับการฟื้นฟูสภาพร่างกายให้สามารถทำกิจวัตรประจำวันและช่วยเหลือตนเองได้ดีการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับผู้พิการต่างๆอย่างเช่นเกณฑ์การขึ้นทะเบียน พม. การเข้ารับการรักษาและฟื้นฟูทั่วไป สถานที่ในการรับสงเคราะห์เกี่ยวกับอุปกรณ์เครื่องช่วยเหลือต่างๆ รวมไปถึงการมีกิจกรรมช่วยเหลือเพื่อนช่วยเพื่อน เครือข่าย ที่เข้มแข็ง ที่สามารถทำให้การดำเนินกิจกรรมในชมรมผู้พิการเป็นไปต่อเนื่อง ยังมีน้อยมาก ดังนั้นเพื่อให้มีการดูแลผู้สูงอายุและผู้พิการอย่างต่อเนื่องยั่งยืนองค์การบริหารส่วนตำบลตันหยงลุโละและชมรมผู้พิการของตำบลฯ และ แกนนำ/อสม. ให้มีศักยภาพในการปฏิบัติงานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้สูงอายุและผู้พิการรวมทั้งผู้พิการรายเดิมที่จำเป็น ต้องได้รับการดูแล และผู้พิการที่ยังไม่เคยได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพในเขตพื้นที่รับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลตันหยงลุโละ ตลอดจนเป็นการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุและคนพิการในชุมชนที่ดีขึ้น และคลอบคลุมทุกพื้นที่จึงได้จัดทำโครงการ“เยี่ยมบ้าน ติดตาม ติดตามฟื้นฟูสมรรถภาพดูแลสุขภาพคนพิการ ผู้ด้อยโอกาส”เพื่อให้สมาชิกในชมรมพร้อมแกนนำ ญาติ/ อาสาสมัครหมู่บ้านสามารถดูแลและช่วยเหลือกันเองในชมรมได้อย่างยั่งยืนและต่อเนื่องต่อไป
-
เพื่อให้คนพิการที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และไม่มีผู้ดูแลได้รับการบำบัด ได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพที่ถูกต้อง จนสามารถช่วยเหลือตัวเองได้0.00
ร้อยละ 80 ผู้พิการการเคลื่อนดไหวและผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงได้รับการดูแลฟื้นฟูสมรรถภาพ
-
เพื่อส่งเสริมให้ชุมชนมีความพร้อมในการดูแลสุขภาพคนพิการและผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่และค้นหาคนพิการรายใหม่เพื่อได้รับสวัสดิการจากรัฐ0.00
ร้อยละ 80 ผู้พิการด้านการเคลื่อนไหวและผู้ป่วยติดเตียง ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงที่ได้รับการดูแลฟื้นฟูสมรรถภาพสามรถทำกิจวัตรประจำวันด้วยตนเองได้
-
กลุ่มคนพิการและทุพพลภาพ110
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
มีการประชุมเพื่อวางแผนการดำเนินกิจกรรมลงเยี่ยม
ค่าอาหารกลางวัน..50.....บ.x 20...คน (จำนวน 1 มื้อ) =1,000 บ.
(มื้อละ 25 บาท * 1 มื้อ)
ค่าอาหารว่าง...25..บ.x20 คน = 500 บ.
16 พฤษภาคม 2565 ถึง 18 พฤษภาคม 25651500.00 บาท -
ออกเยี่ยมติดตามฯ คณะทำงาน หรือแกนนำ ที่ผ่านการอบรมต้องออกเยี่ยม ดูแลคนพิการ และผู้ป่วยติดเตียง คนด้อยโอกาส เพื่อดูและสร้างกำลังใจในการดำเนินชีวิตและยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาสในตำบลตันหยงลุโละ จำนวน 3 หมู่บ้าน ม 1 ม 2 ม 3
ค่าอาหารกลางวัน...50.บ.x.60..คน = 9,000 บ. (มื้อละ 50 บ. X 3 มื้อ )
ค่าอาหารว่าง...25..บ.x60…คน =9,000 บ.
ค่าวัสดุ.......-.........บ.x…คน = บ.
ค่า…ไวนิล ขนาด 1x3 เมตร = 750 บ.
23 พฤษภาคม 2565 ถึง 30 มิถุนายน 256518750.00 บาท -
ประชุมเพื่อสรุปผลติดตามการดำเนินกิจกรรมหลังจากลงเยี่ยมคนพิการ ผู้สูงอายุ ติดเตียงที่ด้อยโอกาส
ค่าอาหารกลางวัน..50.....บ.x20...คน = 1,000บ. ค่าอาหารว่าง...25.....บ.x20…คน = 500 บ.
30 มิถุนายน 2565 ถึง 30 มิถุนายน 25651500.00 บาท
1.คนพิการที่ไม่มีผู้ดูแลสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ในเบื้องต้น หลังได้รับการบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพที่ถูกต้อง 2.ชุมชนมีความพร้อมในการดูแลสุขภาพคนพิการและผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่ 3.คนพิการและผู้ด้อยโอกาส รู้สึกว่าตนมีคุณค่า และสามารถเข้าร่วมกิจกรรมของทางหน่วยงาน อื่นได้ 4.เพิ่มบริการด้านสุขภาพให้กับประชาชนในพื้นที่
